ทัวร์พม่าราคาถูก โปรแกรม ทัวร์ พม่า 3 วัน 2 คืน ทัวร์พม่า บริษัทไหนดี pantip ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง หง
ข้อมูลท่องเที่ยว
ทัวร์เอเชีย : พม่า
ทัวร์พม่า เจดีย์ชเวดากอง

ทัวร์พม่า  เวดากอง

แนะนำที่เที่ยวเมืองย่างกุ้ง เจดีย์ชเวดากอง 

เจดีย์ชเวดากอง ทัวร์พม่า 

แสงสีทองอร่ามเรืองจากองค์พระมหาเจดีย์ชเวดากอง หรือเจดีย์ทองแห่งเมืองดากองหรือตะเกิง (ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง) ไม่เคยเลือนหายจากจิตใจชาวมอญและพม่าแห่งลุ่มน้ำอิรวดี เป็นเวลานานนับพันปีแล้ว แทบไม่น่าเชื่อเลยว่ามหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของพม่าองค์นี้ซึ่งมีความสูงถึง 326 ฟุต เมื่อแรกสร้างมีความสูงเพียง 27 ฟุต ขนาดและความสูงขององค์เจดีย์ที่เพิ่มขึ้นกว่าสิบเท่าสะท้อนแรงศรัทธาอันสืบเนื่องยาวนานของกษัตริย์และประชาชนชาวมอญ-พม่าได้เป็นอย่างดี

เจดีย์ชเวดากอง ทัวร์พม่า 

ตามตำนานของชาวมอญ กษัตริย์มอญที่มีบทบาทสร้างเจดีย์ชเวดากองคือพระเจ้าโอกะลาปะ ซึ่งทรงเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนา ปิติยินดีเป็นล้นพ้นเมื่อทรงทราบว่านายวาณิชอัญเชิญพระเกศาพระพุทธเจ้ากลับมา จึงมีพระบัญชาให้แม่ทัพนายกองจำนวน 1,000 นายตั้งแถวถวายการต้อนรับพระเกศาที่ริมฝั่งแม่น้ำย่างกุ้ง ปัจจุบันคือที่ตั้งเจดีย์โบตะทาวน์ ซึ่งแปลว่าเจดีย์นายทหาร 1,000 นาย

เจดีย์ชเวดากอง ทัวร์พม่า 

เล่าขานกันว่า ระหว่างทางจากอินเดียนั้น พระเกศาหายไป 4 เส้น แต่เมื่อมาถึงย่างกุ้งก็กลับคืนมาดังเดิม โดยขณะเปิดหีบพระเกศานั้นได้เกิดลำแสงเปล่งประกายเจิดจ้าไปทั่วเมือง แสงประหลาดนี้ทำให้คนตาบอดกลับมองเห็น คนหูหนวกกลับได้ยิน คนเป็นใบ้กลับพูดได้ คนพิการกลับหายเป็นปกติ แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น มีเพชรนิลจินดาตกจากฟากฟ้า เป็นที่เลื่องลือในกฤษดาภินิหารมาตราบจนปัจจุบัน

เจดีย์ชเวดากอง ทัวร์พม่า 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ารูปทรงของเจดีย์เมื่อแรกสร้างเป็นอย่างไร แต่เมื่อมีการบูรณะและก่อเสริมในระยะหลัง มีหลักฐานว่าได้รับอิทธิพลจากมหาเจดีย์ชเวสิกอง เมืองพุกาม ซึ่งนับเป็นพุทธศิลป์สกุลช่างพุกามยุคต้น ชเวดากองจึงมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆังกลม มียอดฉัตรเป็นกลีบบัวถลา ก่อเป็นรูปกรวยแหลมกลมสูงไปจนถึงยอด ซึ่งเมื่อสืบค้นลึกลงไปก็พบว่า ศิลปะการก่อสร้างเจดีย์เช่นนี้ พุกามรับเอามาจากมอญอีกทอดหนึ่ง

เจดีย์ชเวดากอง ทัวร์พม่า 

ขั้นตอนการกราบไหว้บูชามหาเจดีย์ชเวดากองตามแบบที่พุทธศาสนิกชนชาวมอญ-พม่านิยมกัน จะเริ่มจากไหว้พระประธานที่วิหารโถงทิศใดทิศหนึ่ง แล้วไหว้พระประจำวันเกิดสรงน้ำพระเท่าจำนวนอายุ จุดธูปเทียนถวายดอกไม้ จากนั้นเดินประทักษิณ (เวียนขวา) ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรรอบเจดีย์หนึ่งรอบ แล้วร่วมบริจาคจัตุปัจจัยเพื่อทำนุบำรุงองค์พระเจดีย์ค้ำจุนพระศาสนาตามอัธยาศัย เรียบร้อยแล้วตีระฆังที่ตั้งไว้รอบพระเจดีย์ (ใบใดใบหนึ่ง) ให้เทพยดาบนสรวงสวรรค์ร่วมอนุโมทนา นอกจากนี้บางคนอาจทำบุญด้วยการร่วมกันกวาดลานเจดีย์ทุกยามเย็น ด้วยเชื่อว่าจะได้อานิสงส์มากเช่นกัน

เจดีย์ชเวดากอง ทัวร์พม่า 

ขั้นตอนการบูชาชเวดากอง

หากสรุปขั้นตอนการกราบไหว้บูชามหาเจดีย์ชเวดากองตามแบบที่ชาวพุทธนิยมกันจะดำเนินไปตามนี้คือ

1.         ไหว้พระประธานที่วิหารโถงทิศใดทิศหนึ่ง โดยสวดมนต์ ภาวนา หรือจุดธูปเทียนและถวายดอกไม้ด้วยก็ได้

2.         ไหว้พระประจำวันเกิด จุดธูปเทียนถวายดอกไม้

3.         สรงน้ำพระเท่าจำนวนอายุ (บวกหนึ่ง) ทั้งนี้ในซุ้มพระประจำวันเกิดแต่ละวันประกอบด้วย เสาป้ายชื่อเทวดาประจำวัน พระประจำวันและสัตว์ประจำวัน จึงมีข้อแนะนำให้สรงทั้งสี่ คือ สรงพระ สรงเทดา สรงสัตว์ และสรงเสา เพื่อมีชีวิตมั่นคงแข็งแรง ซึ่งการสรงน้ำนี้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระนิพนธ์ไว้ในหนังสือ “เที่ยวเมืองพม่า” ว่าชาวพม่าเชื่อว่ายังเป็นการแผ่ผลบุญให้กับบรรดาเปรตหรือสัมภเวสีที่ยังท่องเที่ยวเวียนว่ายอยู่ในมนุษยโลกด้วย

4.         เดินประทักษิณ (เวียนขวา) ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรรอบเจดีย์หนึ่งรอบ

5.         ร่วมบริจาคจัตุปัจจัยเพื่อทำนุบำรุงองค์พระเจดีย์ ค้ำจุนพระศาสนาตามอัธยาศัย

6.         ตีระฆังที่ตั้งไว้รอบพระเจดีย์ (ใบใดใบหนึ่ง) ให้เทพยดาบนสรวงสวรรค์อนุโมทนารับส่วนบุญ

เจดีย์ชเวดากอง ทัวร์พม่า 

ชเวดากองมิเป็นเพียงมหาเจดีย์กลางใจชาวมอญและพม่าแต่ยังเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนาที่ยังมีลมหายใจ ให้เราศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โบราณคดี วิถีชีวิต และคติความเชื่อของชาวพุทธหลายประการ ในที่นี้ขอแนะนำจุดสำคัญที่ควรชมดังนี้

1.         เริ่มจากลิฟต์ทางขึ้นเฉพาะนักท่องเที่ยว ซึ่งทุกคนต้องติดสติ๊กเกอร์สีประจำวันที่หน้าอก เพื่อแสดงว่าได้ชำระค่าเข้าชมคนละ 5 ดอลลาร์สหรัฐฯแล้ว (รับเฉพาะเงินดอลลาร์เท่านั้น) หากนักท่องเที่ยวเดินขึ้นทางอื่นโดยไม่ได้ชำระเงินจะมีเจ้าหน้าที่เดินตรวจและตักเตือนให้ชำระเงินอย่างเข้มงวด ทั้งนี้เจดีย์ชเวดากองเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่ 4.00-21.00 น.

2.         เมื่อออกจากลิฟต์มีทางเดินเข้าสู่เจดีย์ชเวดากองด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ก่อนถึงองค์เจดีย์  มีต้นโพธิ์อยู่ทางขวามือ ซึ่งเป็นหน่อของมหาโพธิ์ที่พุทธคยาในอินเดียในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันวิสาขบูชา ฯลฯ ชาวพม่านิยมทำบุญด้วยการซื้อน้ำไปรดต้นโพธิ์ เป็นสัญลักษณ์การค้ำจุนพุทธศาสนาและเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต แต่เนื่องจากมีการก่อฐานต้นโพธิ์ขึ้นไปสูง จึงมีอาสาสมัครช่วยเอาน้ำจากถังขึ้นไปรดให้รวมทั้งมีอาสาสมัครคอยประกาศเชิญชวนให้ทำบุญ บรรยากาศบริเวณนี้ในวันสำคัญทางศาสนาจึงคึกคักด้วยผู้คน เสียงตะโกนและน้ำที่เจิ่งนองอันเกิดจากพุทธศรัทธาที่แรงกล้า

เจดีย์ชเวดากอง ทัวร์พม่า 

3.         ซุ้มพระพุทธรูปประจำวันเกิดวันอังคาร สัตว์รูปสิงห์

4.         จากนั้นเมื่อเดินประทักษิณ (เวียนขวา หรือให้ศาสนสถานอยู่ทางขวามือ) ไปประมาณ 10 เมตร ทางขวามือจะเจอมณฑปครอบพระพุทธรูปองค์หนึ่ง ซึ่งประดับองค์มณฑปด้วยปูนปั้นเทวดาอุ้มเด็ก ชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นเทพประทานพรให้มีลูก คนที่ต้องการได้ลูกจึงนิยมนำใบสำเร็จและเครื่องเซ่นไปกราบไหว้บูชา เพื่อให้คำอธิษฐานสัมฤทธิผล

5.         ซุ้มพระพุทธรูปประจำวันเกิดวันพุทธ (เช้า) สัตว์รูปช้างมีงา

6.         วิหารโกนาคมน์พุทธเจ้า ตรงกับบันไดทางขึ้นทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศที่มีบันไดเลื่อนเพียงทิศเดียว และมีร้านค้าของที่ระลึกเรียงรายสองฟากฝั่ง ชาวพม่านิยมขึ้นทางทิศนี้มากที่สุดในขณะที่นักท่องเที่ยวจะขึ้นทางลิฟต์ แล้วเดินลงทางบันไดทิศนี้เพื่อหาซื้อของที่ระลึก

7.         ซุ้มพระพุทธรูปประจำวันเกิดวันพุธ (เช้า) สัตว์รูปช้างมีงา (เหมือนข้อ 5)

8.         จากนั้นเมื่อเดินข้ามมายังฝั่งซ้ายของทางเดินรอบเจดีย์ชเวดากอง ตรงทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะมีศาลเทพเจ้าสุริยัน-จันทรา ซึ่งชาวพม่าและผู้มีจิตเลื่อมใสโดยเฉพาะผู้ที่ทำธุรกิจการค้านิยมมากราบไหว้บูชาเพื่ออธิษฐานขอให้การค้าเจริญรุ่งเรือง โดยเทพเจ้าสุริยันจะมีรูปนกยูงเป็นสัญลักษณ์ ส่วนจันทรามีรูปสัญลักษณ์เป็นกระต่าย

9.         ลานกว้างด้านซ้ายมือของศาลเทพเจ้าสุริยัน-จันทราตรงกลางลานมีเสาที่ระลึก (Commemorative Column) แต่ละด้านมีจารึกภาษาพม่า อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย แสดงรายชื่อนักศึกษาที่ก่อการประท้องอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2463 ซึ่งเป็นปีที่อังกฤษตราพระราชบัญญัติยกระดับ “วิทยาลัยย่างกุ้ง” เป็น “มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง” โดยมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยเป็นศาสตราจารย์ชาวอังกฤษทั้งหมด ไม่มีชาวพม่าได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารแม้แต่คนเดียว นอกจากนั้นเนื้อหาในพระราชบัญญัติยังระบุให้มหาวิทยาลัยย่างกุ้งเป็นสถาบันที่มีลักษณะเป็นที่อยู่อาศัยแบบมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและเคมบริดจ์ ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้เห็นว่าเป็นการจำกัดการศึกษาระดับสูงไว้แต่ในกลุ่มอภิสิทธ์ชนเท่านั้น(อ้างอิงจากบทความ “วรรณคดีและชาตินิยมในพม่า” โดย อองซานซูจี)

นักศึกษากลุ่มนี้ก่อการประท้วงด้วยการนัดหมายหยุดเรียน แม้ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขด้วยการสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราว แต่นักศึกษาก็ไม่ยอมกลับบ้าน จนรัฐบาลอังกฤษต้องประกาศยกเลิกมาตรการไล่นักศึกษาออก และแต่งตั้งตัวแทนนักศึกษากลุ่มชาตินิยมเข้าไปเป็นปัญหาเสียใหม่

เจดีย์ชเวดากอง ทัวร์พม่า 

นักประวัติศาสตร์พม่ายกย่องเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการแสดงออกถึงลัทธิชาตินิยมและการต่อต้านการปกครองของอังกฤษอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก อีกทั้งชัยชนะอย่างงดงามในครั้งนี้ยังเป็นแบบอย่างและพลังใจให้นักต่อสู้กู้ชาติในยุคต่อมาอย่างอองซาน ซึ่งนำนักศึกษามหาวิทยาลัยย่างกุ้งก่อการประท้วงขับไล่อธิการบดีชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2479 ทำให้เขาได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานแนวร่วมสหพันธ์นักศึกษาพม่า เล่าขานกันว่าอองซานใช้ลานที่ตั้งเสาที่ระลึกเป็นจุดหนึ่งในการไฮด์ปาร์คประท้วงอังกฤษ โดยลานนี้ยังถูกใช้เป็นที่ชุมนุมทางการเมือง ต่อมาจนถึงการชุมนุมประท้วงเผด็จการทหารในปี พ.ศ.2531 ซึ่งเกิด “กรณี ๘-๘-๘๘”  (วันที่ 8 เดือนสิงหาคม ค.ศ.1988) โดยนางอองซานซูจี-บุตรสาวของอองซาน นำมวลชนเรียกร้องประชาธิปไตย และยืนไฮด์ปาร์ค ณ จุดดียวกันนี้

10.หากเดินทางย้อนศาลเทพเจ้าสุริยัน-จันซากลับสู่ทางเดินรอบเจดีย์ชเวดากองอีกครั้ง ทางขวามือจะเจอซุ้มพระพุทธรูปประจำวันเกิดวันเสาร์ สัตว์รูปพญานาค

11.จากนั้นทางซ้ายมือมีตู้กระจกที่ตั้งรูปปั้น “ตะจังมีง” หรือท้าวสักกะ (พระอินทร์) ประมุขของนัต ตั้งคู่กับ “โบโบยี” นัตผู้คุ้มครองมหาเจดีย์ชเวดากอง (องค์ขวามือ) ซึ่งชาวพม่าเรียกกันว่า “เทพทันใจ” ด้วยเชื่อว่าอธิษฐานขอสิ่งใดมักสมหวังทันใจ (อ่านรายละเอียดในบท “ท่องแดนเจดีย์ไพรในพุกามประเทศ” ว่าด้วย “นัตคือใคร”)

12.ถัดไปทางเหนือของนัตโบโบยีมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ เล่าพุทธประวัติขณะกำลังดับขันธปรินิพพาน ความยาว 8.50 เมตร ปลายพระบาทมีพระอัครสาวก คือ พระอานนท์ พระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตร เฝ้าอยู่ นอกจากนี้ยังมีจิตกรรมฝาผนังเล่าตำนานการสร้างพระธาตุอินทร์แขวน (ไจก์ทิโย) วิหารหลังนี้สร้างโดยผู้มีจิตศรัทธาชาวยะไข่ จึงนิยมเรียกกันว่า “วิหารยะไข่”

13.เยื้องมาฝั่งตรงข้าม บริเวณเจดีย์บริวารของชเวดากองด้านทิศตะวันตก จะมีรูปปั้นบุคคลชายหญิง ภาคใต้พระเศวตฉัตรซึ่งเป็นพระชนก-ชนนีของพระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญผู้ทรงริเริ่มสร้างเจดีย์ชเวดากอง

14.ซุ้มพระพุทธรูปประจำวันเกิดวันพฤหัสบดี สัตว์รูปหนู

15.วิหารกัสสปพุทธเจ้า ตรงกับบันไดทางขึ้นทิศตะวันตก ซึ่งในปีพ.ศ.2474  วิหารหลังนี้เกิดไปไหม้ จึงมีการรณรงค์ให้ชาวพุทธร่วมกันบริจากเงินคนละ 2 เหรียญทองแดงเพื่อการบูรณะ จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วิหารสองเหรียญ”

เจดีย์ชเวดากอง ทัวร์พม่า 

16.ซุ้มพระพุทธรูปประจำวันเกิดวันพฤหัสบดี สัตว์รูปหนู (เหมือนข้อ 14)

17.ถัดขึ้นไปทางทิศเหนือ มีรูปปั้นพระเจ้าโอกะลาปะประดิษฐานภายใต้พระเศวตฉัตร

18.ซุ้มพระพทธรูปประจำวันเกิดวันพุธ (เย็น) สัตว์รูปช้างไม่มีงา

19.บริเวณลานใกล้พระวันพุธจะมีเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมขนาดเล็ก มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปและสัตว์ประจำวันเกิดทั้งแปดวัน เรียกกันว่า “เจดีย์แห่งวันทั้งแปด”

20.ด้านหลังเจดย์ (19) มีวิหารประดิษฐาน “ระฆังมหาคันธา” ระฆังสัมฤทธิ์ขนาดสูง 2.2 เมตร หนัก 23 ตัน พระเจ้าเซ่งกู่ (ไทยเรียกว่า “สินคุ”) ราชบุตรของพระเจ้าฉินบูชิน (มังระ) โปรดฯให้หล่อขึ้นในปี พ.ศ.2322 ทั้งทรงให้ช่างจารึกไว้ที่องค์ระฆังเป็นคำอธิษฐานว่า อานิสงส์จากการสร้างระฆังถวายเป็นพุทธบูชาครั้งนี้จะส่งผลให้พระองค์เข้าถึงแดนนิพพาน ต่อมาในปีพ.ศ. 2367 จักรวรรดินิยมอังกฤษ-พม่าครั้งที่หนึ่ง และสามารถยึดพื้นที่ภาคใต้ของพม่าได้ในเวลาอันรวดเร็วแล้วพยายามปล้นระฆังมหาคันธาไปจากชาวพม่า แต่ระหว่างขนย้ายลงเรือเพื่อจะนำไปเก็บไว้ที่กัลกัตตา (โกลกาตา-ปัจจุบัน) ระฆังพลัดตกลงไปในแม่น้ำย่างกุ้ง อังกฤษพยายามกู้ทุกวิถีทาง แต่ไม่สำเร็จ ชาวพม่าจึงยื่นเงื่อนไขว่า หากพวกเขากู้ระฆังสำเร็จอังกฤษต้องคืนระฆังให้ชาวพม่า ปรากฏว่าชาวพม่าใช้ความชำนาญ ผลัดกันดำน้ำลงไปได้ ระฆังมหาคันธาจึงกลับมาประดิษฐาน ณ เจดีย์ชเวดากองดังเดิม และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งการรวมจิตใจเพื่อต่อสู้กอบกู้เอกราชในเวลาต่อมา

21.บริเวณลานกว้างทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของชเวดากอง ถือเป็นลานที่ชาวพม่านิยมมานั่งสมาธิ กราบไหว้บูชาและตั้งจิตอธิษฐานต่อมหาเจดีย์ด้วยเชื่อว่าจะทำให้สัมฤทธิผลตามที่ปรารถนา เรียกกันว่า “ลานอธิฐาน” หรือ “ลานสัมฤทธิผล” เล่าขานกันว่า พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองเสด็จฯมาตั้งจิตอธิษฐานที่ลานนี้ก่อนออกไปทำศึกทุกครั้ง บางคนจึงเรียกให้จำง่ายว่า “ลานบุเรงนอง” ซึ่งจะมีการปูพื้นที่ด้วยกระเบื้องสีแตกต่างจากลานอื่นๆ และมีผู้คนคึกคักเป็นพิฌศษ อีกทั้งด้านข้างของลานนี้ยังมีมุมจำหน่ายหนังสือและภาะเจดีย์ชเวดากองในมุมที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถถ่ายได้ เช่น ภาพระยะใกล้มากของเพชร 76.6 กะรัต ที่ประดับยอดเจดีย์  ฯลฯ

22.ซุ้มพระพุทธรูปประจำวันเกิดวันศุกร์ สัตว์รูปหนูตะเภา

23.วิหารโคตมพุทธเจ้า ตรงกับบันไดทางขึ้นทิศเหนือ

24.พระพุทธรูปประจำวันเกิดวันศุกร์ สัตว์รูปหนูตะเภา (เหมือนข้อ 22)

25.ฝั่งตรงข้ามกับพระประจำวันศุกร์ มีเจดีย์มหาโพธิ์ซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาในอินเดีย

26.ศาลากานนะเซ ชาวพม่านิยมมายกหินเสี่ยงทายที่นี่ ตามตำนานเล่าขานว่า พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญทรงอธิษฐานขอพระธาตุจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ บริเวณนี้ แล้วในที่สุดก็ทรงได้พระเกศาธาตุ 8 เส้น

27.ศาลาชิน อิทสะโกนา ประดิษฐานพระพุทธรูปที่มีพระเนตรสองข้างๆม่เท่ากัน สร้างโดยชิน อิทสะโกนา ซึ่งตามตำนานเล่าขานว่า เป็น “ซอว์จี” หรือ “พิทยาธร” ผู้มีวิชากายสิทธิ์เหาะเหินเดินอากาศ และเล่นแร่แปรธาตุได้เขาพยายามเสกหินที่สามารถเปลี่ยนโลหะธรรมดาให้กลายเป็นทอง แต่ต้องล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนต้องควักลูกนัยน์ตาทั้งสองข้างถวายพระราชาเป็นการไถ่โทษ ทว่าเขาทำสำเร็จในความพยายามครั้งสุดท้ายและหินศักดิ์สิทธิ์นั้นช่วยให้เขามองเห็นอีกครั้ง จึงให้ลูกศิษย์ไปหาตามาใส่ใหม่ ลูกศิษย์หาได้แต่ตาวัวกับตาแพะ ชิน อิทสะโกนาจึงได้ชื่อว่า “มนุษย์ตาวัวตาแพะ” เขาจึงสร้างพระพุทธรูปที่มีพระเนตรไม่เท่ากันถวายเป็นพุทธบูชา

28.เจดีย์นาวดอจี เชื่อกันว่าพระเจ้าโอกะลาปะทรงสร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาพระเกศาธาตุในระหว่างที่มหาเจดีย์ชเวดากององค์จริงกำลังก่อสร้าง ต่อมามีการบูรณะในสมัยพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ลักษณะรูปทรงเป็นการจำลองเจดีย์ชเวดากอง แต่ย่อส่วนลงมา

29.ระฆังมหาทิสดา พระเจ้าสารวดีแห่งราชวงศ์คองบอง ทรงสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2384 มีน้ำหนักถึง 40 ตัน สูง 2.50 เมตร ผิวระฆังหุ้มทอง 40 กิโลกรัม เล่าขานกันว่าเสียงระฆังใบนี้หวานไพเราะจับใจ

30.ด้านหน้าระฆังมหาทิสดามีมณฑปสร้างใหม่ในปี พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นปีที่มีการเปลี่ยนสุวรรณฉัตรหรือฉัตรทองคำที่ประดับยอดเจดีย์ชเวดากองเป็นองค์ใหม่ อันถือเป็นงานมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ในรอบ 128 ปี นับจากปีพ.ศ.2414 ที่พระเจ้ามินดงทรงถวายสุวรรณฉัตรแทนองค์เดิมที่หักลงมาเพราะเหตุการณ์แผ่นดินไหว ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนสุวรรณฉัตรอีกครั้งในปีพ.ศ.2542 จึงอัญเชิญโครงฉัตร (สมัยพระเจ้ามินดง) มาประดิษฐานในมณฑปนี้ โดยหลังคามณฑปทำเป็นรูปฉัตรครอบฉัตรไว้อีกชั้นหนึ่ง และใต้โครงฉัตรยังประดิษฐานพระพุทธรูปไม้แกะสลักเป็นพระพุทธเจ้าทั้งสี่ คือ พระกกุสันโธ พระโกนาคมน์ พระกัสสปและพระโคตรมะ ให้พุทธศาสนิกชน กราบไหว้บูชา

31.ลานด้านหน้ามณฑปสุวรรณฉัตร เป็นจุดที่ชาวพม่านิยมมายืนเพ่งมองขึ้นไปที่ยอดสุวรรณฉัตรของมหาเจดีย์ชเวดากองซึ่งจะมีอยู่จุดหนึ่งสามารถมองเห็นประกายเพชรประดับยอดฉัตรน้ำหนัก 76.6 กะรัต เนื่องจากเป็นเพชรที่มีขนาดใหญ่มาก แม้จะอยู่สูงถึง 326 ฟุต แต่ก็พอมองเห็นได้โดยเฉพาะเวลากลางคืนเพียงแต่ต้องเล็งและสังเกตอย่างดีเท่านั้น

32.ซุ้มพระพุทธรูปประจำวันเกิดวันอาทิตย์ สัตว์รูปครุฑ

33.ซุ้มพระพุทธรูปประจำวันเกิดวันจันทร์ สัตว์รูปเสือ

34.วิหารกกุสันโธพุทธเจ้า ตรงกับบันไดทางขึ้นทิศตะวันออก

35.ซุ้มพระพุทธรูปประจำวันเกิดวันจันทร์ สัตว์รูปเสือ (เหมือนข้อ 33)

36.เยื้องกับพระประจำวันจันทร์มีเสาหงส์ ซึ่งชาวพม่านิยมมาอธิษฐานขอให้สมปรารถนา จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เสาอธิษฐาน”   นอกจากนั้นบริเวณรอบเจดีย์ชเวดากองยังประดับรูปสัตว์ต่างๆแทรกตามเจดีย์บริวาร ที่สำคัญ คือ สิงห์และมนุษย์สิงห์ (อ่านรายละเอียดในบท “ท่องแดนเจดีย์ไพรในพุกามประเทศ” ว่าด้วย “สิงห์ไถ่บาป”) รวมทั้งตัว “ปยินซารูปา” หรือปัญจรูป (อ่านรายละเอียดในภาคพนวก “รู้จักพม่า” ว่าด้วย “สัตว์สัญลักษณ์”) 

แผนที่ชเวดากอง