ทัวร์เว้ ดานัง ฮอยอัน ทัวร์เวียดนามกลางโดยเครื่องบิน ทัวร์ดานัง เครื่องบิน ทัวร์ดานัง เวี
ข้อมูลท่องเที่ยว
ทัวร์เอเชีย : เวียดนาม
ทัวร์เว้ เวียดนามกลาง
ทัวร์เว้ เวียดนามกลาง
เมืองเว้
พระราชวังเมืองเว้
 
แม้ความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ของเมืองเว้และเทียบเท่ากับความเก่าแก้ของเมืองเว้แห่งนี้ก็นับเป็นหนึ่งในราชธานีเก่าของเวียดนาม  อันเป็นจุดเริ่มต้นของราชวังศ์เหวียน  ราชวังอันยิ่งใหญ่ที่สร้างนครจักรพรรดิให้เป็นต้นแบบของวัฒนธรรม  และศิลปะอันโดดเด่นของชาวเวียดนามจวบจนปัจจุบัน  การท่องเที่ยวภายในเมืองเว้จึงเสมือนย้อนรอยไปเที่ยวชมประวัติศาสตร์  ศาสนา   และวัฒนธรรมของเวียดนาม  เช่น  นครจักรพรรดิ  สุสานของราชวงศ์เหวียน  วัดเทียนหมุ  รวมถึงสถานที่ทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามเวียดนามก็มีให้ชมเช่นกัน
พระราชวังเมืองเว้
 
Location:  ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ   ทางทิศเหนือของเมืองดานัง  และทิศตะวันตกติดเมืองสะหวันนะเขต  ประเทศลาว
How to go: 
รถยนต์ส่วนตัว จากประเทศไทยส่วนใหญ่จะนิยมใช้ทางหลวงหมายเลข  9  โดยเริ่มต้นจากอำเภอเมืองมุกดาหาร
ข้ามแม่น้ำโขงด้วยสะพานมิตรภาพไทย-ลาว  สู่เมืองสะหวันนะเขต  ประเทศลาว  จากนั้นขับรถไปยังด่านพรมแดนลาวบาว  ของเวียดนามระยะทางประมาณ  250 กิโลเมตร  จาดดานชายแดนลาวบาวใช้ทางหลวงหมายเลข  1  ของเวียดนามสู่เมืองเว้  ระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร รวมระยะทางจากมุกดาหาร-เว้  ประมาณ 410 กิโลเมตร  หากออกเดินทางจากมุกดาหารแต่เช้า  ถึงเมืองเว้เย็นพอดี
เครื่องบิน   
สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์  โทรศัพท์ 02  655 4137-40   www.vitnamairlines.com
สายการบินบางกอกแอร์เวย์ http://www.bangkokair.com/eng 
สำหรับวิธีการเดินทางที่สะดวกสบายที่สุดคือ ซื้อแพกเกจทัวร์จากผู้ประกอบการจากไทย ซึ่งราคาจะเหมารวมทุกสิ่งไว้อย่างพร้อมสรรพ   ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน  รถนำเที่ยว  ไกด์นำเที่ยว  ที่พัก และอาหารตลอดทริป
บริษัท ธารา อารยะ แทรเวล   โทรศัพท์ 02-9488473 0865651978 www.taraarryatravel.com 
พระราชวังเมืองเว้
 
เว้เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของเวียดนามกลางเพราะในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามในช่วงปี พ.ศ. 2345-2488  โดยเมืองเว้ถูกปกครองโดยจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหวียน  แม้จะเป็นการปกครองเวียดนามในระยะสั้นๆ  ก่อนจะถูกปกครองโดยฝรั่งเศส  แต่ก็ทำให้เมืองเว้กลายเป็นเมืองที่มีความสำคัญ ต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเวียดนามจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน  ซึ่งรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในเมืองเว้ที่เป็นดั่งมรดกอันล้ำค่าของชาวเวียดนามที่คุณไม่ควรพลาดการมาเยือน
การท่องเที่ยวในเมืองเว้จึงกลายเป็นการย้อนประวัติศาสตร์อันรุ่งเรื่องรวมถึงการเที่ยวชมสถาปัตยกรรมอันงดงามที่หาชมได้ยาก  โดยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเว้ก็มีให้ชมอยู่หลายแห่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นนครจักรพรรดิ  พระราชวังอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์เหวียน  สุสานจักรพรรดิสุสานของเหล่าจักรพรรดิที่มีสถาปัตยกรรมอันงดงามให้ชม  และวัดเทียนหมุวัดที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนาของเวียดนาม  และนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แล้ว  ที่นี่ยังมีการท่องเที่ยวในรูปแบบอื่นๆให้คุณได้สัมผัสกันต่อด้วย  เช่น  การล่องเรือแม่น้ำหอมชมทิวทัศน์รอบเมืองเว้ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน  และเที่ยวเขตปลอดทหาร  DMZ ชมร่องรอยความเสียหายจากส่งครามเวียดนามที่มีอุโมงค์หวิงห์มว๊อกเป็นไฮไลท์
สำหรับการท่องเที่ยวเมืองเว้ที่สะดวกสบายที่สุดคือ  ซื้อแพกเกจทัวร์จากผู้ประกอบการนำเที่ยวจากไทย  หรือจากเวียดนามก็ได้  เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งตั้งอยู่ไกลจากกัน  หากไม่ชำนาญในการใช้แผนที่ก็อาจจะทำให้หลงทางได้ง่ายๆ นอกจากนี้การใช้แพกเกจทัวร์ก็ยังสะดวกกว่าเพราะมีรถนำเที่ยว  ไกค์คอยดูแลคุณตลอดเวลา  รวมถึงอาหาร และที่พักหรือคุณอาจจะเลือกเที่ยวทางแม่น้ำหอมก็ได้  ระหว่างทางสามารถแวะเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวเด่นของเมืองเว้ได้หลายแห่ง เช่น นครจักรพรรดิ  สุสานและวัดเทียนหมุ  แถยังได้ชมวิวแม่น้ำหอมสวยๆอีกด้วย โดยสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดของเมืองเว้ใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ  2 วัน 1 คืน กำลังดีไม่เร่งรีบจนเกินไป
พระราชวังเมืองเว้
 
 
1นครจักรพรรดิ
Location:  ริมแม่น้ำหอม ใจกลางเมืองเว้
Highlight: นครจักรพรรดิ คือ สถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเมืองเว้ที่คุณต้องไม่พลาด  เพราะที่นี้คือพระราชวังอันยิ่งใหญ่  และงดงามที่สุดของราชวงศ์เหวียน  นครจักรพรรดิถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1804-1820 หรือ ช่วงศตวรรษที่  19 ในสมัยจักรพรรดิติยาลอง  องค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงเหวียน  พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นตามแบบความเชื่อของจีนการออกแบบนครจักรพรรดิจึงออกแบบให้มีแม่น้ำหอมโอบล้อมราชวัง  ถักจากนั้นภายในแบ่งออกเป็น  3 ชั้น ได้แก่  ส่วนกำแพงชั้นนอก  กำแพงชั้นกลาง กำแพงชั้นใน ทุกชั้นมีอาคารต่างๆตั้งอยู่อย่างเป็นสัดส่วน  ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมได้ทุกชั้น  แต่ควรมีเวลาอย่างน้อย  2  วัน หรือหากมีเวลาน้อยบริเวณจักรพรรดิก็มีรถนำเที่ยวใช้เวลานั่งชมรอบพระราชวังเพียง  1-2 ชั่วโมงเท่านั้น
จุดเริ่มต้นการเดินเที่ยวชมนครจักรพรรดิจะเริ่มต้นจากทางเข้าด้านหน้าอันเป็นที่ตั้งของกำแพงชั้นนอก  ในบริเวณนี้คุณจะได้ชมความยิ่งใหญ่ของหอธง  ลานสวนสนาม  และซุนทางกง  หรือปืนใหญ่  9 เทพเจ้า  อันหมายถึงเทพ  5 องค์  ตัวแทนของธาตุโลหะ  น้ำ  ไม้  ไฟ  และดิน  และส่วนอีกสี่องค์ที่เหลือเป็นตัวแทนของฤดูกาลทั้ง  4  ใน 1 ปีได้แก่  ฤดูร้อน  ฤดูฝน  ฤดูใบไม้พลิ และฤดูใบไม้หนาว  จากนั้นคุณจะต้องเดินผ่านกำแพงเหลืองเพื่อเข้าไปชมพื้นที่ส่วนกลางของพระราชวัง  กำแพงแห่งนี้เป็นประตูทางเข้า  4 ประตู  แต่ประตูที่สำคัญที่สุดคือ  โหงะโมน  หรือในชื่อประตูเที่ยงวัน  ตามประวัติกล่าวว่าเป็นประตูที่สร้างด้วยหินแกรนิตในสมัยพระเจ้ามิงห์หม่าง
พระราชวังเมืองเว้
 
 
หลังจากผ่านกำแพงเหลือง  คุณจะพบสะพานน้ำทอง   และพระราชวังไทฮวา  อันเป็นวังสำคัญที่สุดในนครจักรพรรดิ  พระราชวังแห่งนี้ใช้สำหรับต้อนรับเชื้อพระวงศ์ระดับสูง  และนักการทูตต่างประเทศ นอกจากนั้นยังใช้เป็นสถานที่จัดงานเฉลิมฉลองต่างๆ  ในพระราชสำนัก  และถัดจากพระราชวังไทฮวาเข้าไปด้านในยังมีอาคารสำหรับขุนนาง  และวัดให้เดินชมอีกหลายแห่ง   โดยวัดที่สำคัญที่สุดคือ วัดเถเหมียว  เป้ฯวัดที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เหล่าจักรพรรดิ  9 องค์  สำหรับพื้นที่กำแพงชั้นในเรียกว่า  ตือกามแทงห์  หรือ  นครต้องห้อม อันเป็นพื้นที่สงวนสำหรับจักรพรรดิเท่านั้น โดยอาคารต่างๆจะตั้งอยู่เบื้องหลังกำแพงหนา 4 เมตร  มีประตู 7 แห่ง  ต่างมีหน้าที่เฉพาะอย่าง และถูกตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่พระราชกรณียกิจของจักรพรรดิองค์ก่อนๆ
 
พระราชวังเมืองเว้
 
 
2 สุสานจักรพรรดิไคดิงห์
Location:   ทางทิศใต้ของเมืองเว้  ห่างจากตัวเมืองเว้ประมาณ  9 กิโลเมตร 
Highlight: จักรพรรดิไคดิงห์  เป็นหนึ่งในจักรพรรดิของราชวงศ์เหวียน  และผู้คลองบัลลังค์ในช่วงค.ศ. 1916-1925 อันเป็นช่วงที่ฝรั่งเศสได้เข้ามาปกครองเวียดนาม  ทำให้จักรพรรดิองค์นี้ไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศ  พระองค์จึงไม่เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนมากนัก  และหลังการปฏิวัติของพรรคอมมิวนิตย์จักรพรรดิไคดิงห์จึงต้องเดินทางลี้ภัยไปยังประเทศฝรั่งเศส  แต่ในช่วงปีค.ศ.1920  พระองค์ได้สร้างสุสานของตนเองขึ้นไว้  ณ  เมืองเว้  และนับเป็นอนุสรณ์เพียงแห่งเดียวของพระองค์ในประเทศเวียดนาม
สุสานจักรพรรดิไคดิงห์  เป็นสุสานที่มีการผสมผสานสถาปัตยกรรมของตะวันออก  และตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม  ภายในแบ่งเป็นชั้นตามลำดับ  เริ่มต้นจากทางเดินขึ้นสู่สุสานคุณจะพบบันไดมังกรอันอลังการสู่ลานชั้นแรก  จากนั้นเดินขึ้นไปอีกชั้นจะพบลานชั้นสองที่มีแผ่นจารึกเขียนด้วยอักษรจีนนิพนธ์โดยพระเจ้าเบ๋าได่  เพื่อระลึกพระบิดาของพระองค์  และรูปปั้นหินช้าง  ม้า  ข้าราชการทหาร  และพลเรือนตั้งอยู่เรียงขนานอยู่ทั้งสองข้างแผ่นจารึก
ถัดขึ้นไปด้านบนสุดเป็นพระราชวังเทียนดิงห์  ภายในตกแต่งด้วยกระเบื้องสีปูพื้น  และกระจกสีนับพันชิ้น  ส่วนบนเพดานมีจิตรกรรมฝาผนังภาพ  มังกรในม่านเมฆ  ขนาดใหญ่วาดโดยศิลปินที่เขียนเขียนภาพด้วยเท้าประดับอย่างสวยงาม  ถัดเข้าไปห้องด้านหลังเป็นที่ตั้งของรูปปั้นจักรพรรดิไคดิงห์ในชุดจักรพรรดิเสมือนนั่งอยู่ในห้องท้องพระโรง  ส่วนอีกห้องด้านในเป็นที่ตั้งของรูปปั้นของพระองค์เช่นกัน  แต่รูปปั้นสำริดขนาดเท่าองค์จริงที่ฝรั่งเศสสร้างถวาย  และรอบกำแพงห้องนี้ยังมีรูปภาพพระองค์ให้ชมกันด้วย
2วัดเทียนหมุ
Location:   ริมแม่น้ำหอม ทางไปสุสานของพระเจ้ามิงห์หม่าง
Highlight:  วัดเทียนหมุเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของเมืองเว้ สร้างขึ้นในศตวรรษที่  14-15 วัดแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซนของเวียดนามมาช้านาน  ภายในวัดโดดเด่นด้วยอาคาร  และงานศิลปะแบบจีน วัดเทียนหมุจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่เชื่อมต่อวัฒนธรรมจีน-เวียดนาม  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
วัดเทียนมู่
 
เมื่อเดินเข้าสู่วัดเทียนหมุตั้งอยู่อย่างงโดดเด่นกลางสวนสน  ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงเก๋งจีน  8 เหลี่ยม  สร้างด้วยอิฐ  สูงลงหลั่นกันเป็น  7 ชั้น  แต่ละชั้นแทนชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า  ส่วนทางฝั่งซ้าย และขวาเป็นที่ตั้งของศิลาจารึก  และระฆังสำริดขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักถึง  2,000 กิโลกรัม ถัดเข้ามาด้านหลังประตูสู่ภายในวัด ซึ่งบริเวณประตูแห่งนี้ก็ยังมีรูปเทพเจ้า 6 องค์ ซึ่งเชื่อกันว่าทำหน้าที่ปกป้องสถานที่แห่งนี้ให้ชมกันอีกด้วย
ถัดเข้ามาบริเวณใจกลางวัดเป็นที่ตั้งของพระอุโบสถภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์  ส่วนด้านข้างเป็นที่จัดแสดงออสตินสีฟ้า  พาหนะของพระภิกษุทิกกวางหยก  เจ้าอาวาสวัดเทียนหมุ  ทีใช้ในการเผาตัวเองกลางกรุงไซง่อน  หรือโฮจิมินห์ซิตี้  ในช่วงสายของวันที่  1 มิถุนายน  พ.ศ. 2506 เพื่อประท้วงรัฐบาลโงดินเดียม  เพราะใช้ความรุนแรงเข้าขัดขวางงานฉลองวันวิสาขบูชาของชาวพุทธ  โดยด้านหลังรถออสตินยังมีภาพการเผาตัวเองของพระทิกกวางหยกนั่งคู่กับรถคันนี้อยู่ด้วย
4 นั่งเรือกาเว้ล่องลำน้ำหอม
Location:    ท่าเรือตั้งอยู่บริเวณถนนเดินเลียบแม่น้ำหอม
Highlight:   แม่น้ำหอม  หรือ ซงเฮือง เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านใจกลางเมืองเว้  แม่น้ำแห่งนี้นอกจากจะมีความสำคัญทางด้านการคมนาคม  และกรค้าขายมาตั้งแต่อดีตแล้ว  ยังเป็นแม่น้ำที่มีวิวสวยงามแก่การล่องเรือเที่ยวชมบรรยากาศรอบด้านของเมืองเว้ด้วย
แม่น้ำหอมเป็นแม่น้ำสายสั้นๆระดับน้ำจึงไม่ลึก  และมีความใสสะอาดกว่าแม่น้ำอื่นๆ ตลอดสองฝั่งแม่น้ำจะไหลผ่านตัวเมืองเว้ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ของเว้หลายแห่ง  หากคุณมีเวลาท่องเที่ยวน้อยการนั่งเรือล่องแม่น้ำหอมก็ช่วยให้คุณได้ชมสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองเว้ได้ในระยะอันสั้น  แถมยังได้เปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นล่องเรือชมชมบรรยากาศเมืองเว้ผ่านทิวทัศน์แม่น้ำหอมแห่งนี้
 
วัดเทียนมู่
สำหรับเรือที่ใช้ในการล่องแม่น้ำหอมก็คือ เรือกาเว้  เป็นเรือขนาดกลางที่มีหลังคา  และหัวเรือเป็นรูปมังกร  ภายในสามารถโดยสารได้ประมาณ  10 คนขึ้นไป  นับเป็นเรือท้องถิ่นของเวียดนามที่มีเสน่ห์ไม่น้อย ส่วนโปรแกรมล่องเรือแม่น้ำหอมก็มีให้เลือกหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นล่องเรือไปชมพระราชสุสานของเหล่าจักรพรรดิราชวงศ์เหวียน  โปรแกรมล่องเรือแบบสั้นๆไปชมวัดเวียนหมุ  และโปรแกรมล่องเรือชมแสงไฟยามค่ำของเมืองเว้  สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามโปรแกรมล่องเรือแม่น้ำหอมได้จากบริษัททัวร์นำเที่ยว หรือเหมาเรือเที่ยวแบบส่วนตัวได้จากเจ้าของเรือในบริเวณท่าเรือต่างๆของเมืองเว้
5 อุโมงค์วิงห์ มว๊อก
Location: ห่างจากตัวเมืองทางทิศเหนือประมาณ 65 กิโลเมตร
Highlight:    หลังจากท่องเที่ยวชมสถาปัตยกรรมวัดอาราม สุสาน และพระราชวังในเมืองเว้กันแล้ว หากยังพอมีเวลาเหลืออีกวัน ที่นี่ยังมีโปรแกรมเที่ยวอุโมงค์วิงห์ มว๊อก ให้คุณได้ชมหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามเวียดนามกันต่อไปดูว่าอุโมงค์ใต้ดินจากน้ำมือของมนุษย์เหล่านี้สามารถใช้หลบระเบิด  และเป็นที่อยู่อาศัยกันได้อย่างดี
อุโมงค์วิงห์ มว๊อก   เป็นอุโมงค์ใต้ดินที่ชาวบ้าน และทหารในพื้นที่ช่วยกันขุดเพื่อใช้หลบระเบิดในช่างสงครามเวียดนาม  และใช้เป็นฐานสำหรับต่อสู้กับทหารสหรัฐอเมริกาที่บุกจู่โจมเมืองเว้จากทางทะเล  ซึ่งทหารเวียดนาม  และชาวบ้านในพื้นที่ได้ใช้อุโมงค์แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยกว่า  5 ปี  ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2509-2514 โดยภายในอุโมงค์ถูกสร้างถูกสร้างเป็นเครือข่ายอันสลับซับซ้อนมีความยาวรวมกันประมาณ 2 กิโลเมตร สูงประมาณ 165  ซม. และมีห้องเล็กอีกกว่า 114 ห้อง เช่น ห้องนอน ห้องพยาบาล ห้องทำคลอด ห้องครัว ห้องประชุม และห้องหลบระเบิดที่มีความลึกลงไปอีกกว่า  40 เมตร นอกจากนี้บริเวณทางเข้าอุโมงค์ยังมีระเบิดของของสหรัฐอเมริกาที่เก็บกู้ได้  และพิพิธภัณฑ์จัดแสดงภาพ  และเรื่องราวของอุโมงค์ในอดีตให้ศึกษากันด้วย
สำหรับคำแนะนำการท่องเที่ยวชมอุโมงค์วิงห์  มว๊อก คุณควรมีไกด์นำทางเข้าไปด้วยเพราะภายในมีความสลับซับซ้อนอาจหลงได้ง่าย  ไม่ควรเดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด และควรนำไฟฉายติดตัวไปด้วย  แม้ภายในอุโมงค์จะมีไฟฟ้าก็ตาม  ส่วนผู้สูงอายุ  คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ  หรือกลัวที่แคบแนะนำว่าควรเลือกชมเส้นทางช่วงสั้นๆก่อนเพื่อความปลอดภัย