ทัวร์ราชาสถาน เมืองชัยปุระ
ข้อมูลท่องเที่ยว
ทัวร์เอเชีย : อินเดีย
ทัวร์ราชาสถาน เมืองชัยปุระ

เมือง Jaipur เมืองชัยปุระ ทัวร์ราชาสถาน รัฐราชสถาน หรือราชาสถาน 

heartแนะนำ คลิ๊กเลยyesyesโปรแกรมทัวร์อินเดียyesyes

เมืองชัยปุระหรือเมืองสีชมพูเป็นเมืองหลวงของรัฐราชสถานและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดมีแหล่งช้อปปิ้งมากที่สุดของเส้นทางทัวร์ราชสถานเป็นสถานที่ตั้งพระราชอัมเบอร์ฟอร์ด ซีตี้พาเลส พระราชวังกลางน้ำชัยปุระเป็นเมืองศูนย์กลางของรัฐราชสถาน อยู่ห่างจากเดลีไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 262 กิโลเมตร ผังเมืองภายในกำแพงหินของเขตเมืองเก่ามีถนนตัดกันเป็นเส้นตรงแบ่งพื้นที่ภายในเมืองเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก ว่ากันว่าชัยปุระเป็นเมืองแรกในอินเดียตอนเหนือที่มีการจัดวางผังเมืองอย่างเป็นระบบ โดยผู้ก่อสร้างเมืองคือมหาราชา Jai Singh ที่ 2 เมื่อ ค.ศ. 1727 พระองค์สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ราชบุตรโดยบรรพบุรุษรุ่นปู่ทวดในศตวรรษที่ 12 ผู้สร้างป้อมแอมเบอร์ (Amber Fort) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองชัยปุระในปัจจุบันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 11 กิโลเมตร ได้เจริญสัมพันธไมตรีกับกษัตริย์อักบาร์แห่งราชวงศ์โมกุลด้วยการยกพระธิดาให้เป็นมเหสี ซึ่งต่อมาให้กำเนิดพระโอรสสืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากกษัตริย์อักบาร์ นั่นก็คือกษัตริย์จาฮันกิร์นั่นเอง ราชวงศ์ราชบุตรสืบทอดอำนาจปกครองชัยปุระต่อมาหลายรุ่น จนกระทั่งอังกฤษเข้ามามีบทบาททางการเมืองการปกครอง ทำให้อำนาจของมหาราชามีแต่เพียงในนามเท่านั้น Man Singh ที่ 2 มหาราชาองค์สุดท้ายขึ้นรับตำแหน่งเมื่อปี ค.ศ. 1922 แต่หลังจากการประกาศเอกราชของอินเดียจากอังกฤษแล้ว เมืองต่างๆ ที่เคยปกครองตนเองก็ต้องสลายอำนาจ แล้วรวมกันเป็นรัฐราชสถานตามระบอบการปกครองยุคใหม่ในปี ค.ศ. 1949 แล้วชัยปุระก็ได้รับเกียรติให้เป็นเมืองหลวงแห่งรัฐนับแต่นั้นมา  ชัยปุระได้รับสมญานามว่า เมืองสีชมพู ซึ่งถือกันว่าเป็นสีแห่งการต้อนรับ ก็เพราะในปี ค.ศ. 1876 มหาราชา Ram Singh ทรงสั่งให้ทาสีเมืองเก่าทั้งเมืองเป็นสีชมพูเพื่อต้อนรับมกุฎราชกุมารจากอังกฤษ (ต่อมาคือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7) ทุกวันนี้มีกฎหมายควบคุมให้บ้านเรือนภายในเขตเมืองเก่าต้องทาสีชมพูเพื่อคงคอนเซ็ปต์เมืองสีชมพูเอาไว้เป็นเอกลักษณ์
 
สถานที่เที่ยวราชสถาน ทัวร์ราชาสถาน รัฐราชสถาน หรือราชาสถาน  
ฮาวา มาฮาล (พระราชวังแห่งสายลม) Hawa Mahal เมืองชัยปุระ
สิ่งก่อสร้างด้วยหินทรายสีชมพูหน้าตาคล้ายรวงผึ้งแกะสลักนี้เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองชัยปุระ  พระราชวังความสูง 5 ชั้นและมีช่องหน้าต่างเล็กๆ การแกะสลักบานหน้าต่างหินอ่อนหรือหินทรายเป็นลวดลายต่างๆนั้น นอกจากความสวยงามแล้ว ประโยชน์ใช้สอยของหน้าต่างแบบนี้ในสมัยก่อนเป็นแบบ 2 in 1 คือเป็นทั้งช่องหน้าต่างให้ลมพัดผ่านได้และเป็นผ้าม่านกรองแสงและกรองสายตาของบุคคลภายนอกไปด้วยในตัว ฮาวา มาฮาล สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1799 เพื่อให้หญิงสาวเหล่านางในได้มานั่งเยี่ยมๆ มองๆ ที่ช่องหน้าต่างดูความเป็นไปของผู้คนนอกพระราชวัง โดยที่คนข้างนอกไม่อาจมองเข้ามาเห็นหน้านางเหล่านั้นได้
 
City Palace หรือพระราชวังหลวง เมืองชัยปุระ 
 
มหาราชาไสวชัยสิงห์เป็นมหาราชาองค์สุดท้ายที่ประทับอยู่ที่พระราชวังแห่งนี้ พระราชวังนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของงานจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามมาก งานแกะสลักและงานตกแต่งแก้วสี  ภายในมีสวนและพระตำหนักต่างๆ มากมาย หลายๆ ส่วนได้ก่อสร้างเพิ่มเติมหรือซ่อมแซมจนเห็นความใหม่ภายในพระราชวังแห่งนี้ได้ชัดเจน ปัจจุบันนอกจากส่วนที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงทรัพย์สมบัติของอดีตมหาราชาและโบราณสถานให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้แล้ว บางส่วนยังเป็นที่อยู่อาศัยของทายาทและมหาราชาองค์ปัจจุบันด้วย
 
ป้อมแอมเบอร์ ( Amber Fort) เมืองชัยปุระ 
พระราชวังในป้อมปราการบนเนินเขาอยู่ห่างจากใจกลางเมืองชัยปุระไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 11 กิโลเมตร ป้อมปราการแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการทหารและการปกครองของมหาราชาแห่งชัยปุระมาหลายรุ่นหลายสมัย ป้อมนี้มีอายุเก่าแก่ 1000 ปี  สร้างขึ้นเมื่อปี 966 จนมาถึงสมัยของมหาราชา Man Singh ในปี ค.ศ. 1592 จึงได้สร้างพระราชวัง มัสยิด ท้องพระโรงขึ้นภายในป้อม จากนั้นก็มีการก่อสร้างเพิ่มเติมเรื่อยมาจนเสร็จสมบูรณ์ในสมัยของมหาราชา Jai Singh ก่อนจะย้ายเมืองหลวงลงมาอยู่บนพื้นราบ เช่นที่ปรากฏในปัจจุบัน ภายในพระราชวังแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ แต่ละส่วนมีลานของตัวเอง
สถานที่สำคัญในพระราชวังอัมเบอร์ฟอร์ด
ทะเลสาบเมาต้า ตั้งอยู่ด้านหน้าของป้อม  เป็นอ่างเก็บน้ำฝนและมีสวนสวยตั้งอยู่ตรงกลาง สวนดอกฝรั่น สวนแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ทรงเลขาคณิตลวดลายดาว ได้รับแรงบันดาลใจจากการจัดสวนแบบโมกุลและเปอร์เซีย ทะเลสาบเมาต้ายังเป็นแหล่งสำคัญในการส่งน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงพระราชวังอัมเบอร์
 
Suraj Pol หรือ Sun Gate เป็นประตูทางเข้าของพระราชวังอัมเบอร์ฟอร์ทตั้งชื่อตามทิศทางของการที่ประตูหันหน้าไปทางทิศตะวันออกหรือทิศทางที่พระอาทิตย์ขึ้น หากมีขบวนพระราชพิธีก็จะเสด็จเข้าทางประตูนี้ ทางเข้าทั้งสองด้านจะมีทหารองค์รักษ์รักษาการณ์อยู่ตลอดเวลา  Chand Pol หรือ Moon Gate  เป็นประตูสำหรับข้าราชบริพาร  เหนือประตูนี้ขึ้นไปเรียกว่า Naubatkhana เป็นที่ตั้งของกองดนตรีประจำราชสำนัก  เครื่องดนตรีที่มีชื่อว่า Naubat  ใช้เฉพาะในการต้อนรับคณะทูต โดยเชื่อว่าเครื่องดนตรีชนิดนี้มีการเล่นมาตั้งแต่สมัยกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช  Singh Pol หรือ Lion Gate เป็นประตูหลักที่เข้าสู่ลานพระราชวัง ประตูนี้สร้างขึ้นโดยมหาราชาไสวจัยสิงห์ ประตูสิงห์มีภาพสีเฟรสโก้ที่งดงามอยู่ด้านหน้าแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าลานพระราชวังโดยไม่ให้มุ่งตรงเข้าสู่ลานพระราชวังโดยตรงเพื่อการรักษาความปลอดภัย  วัด Kali Temple วัดเจ้าแม่กาลี หรืออีกชื่อหนึ่งว่าวัดสิลาเดวี สร้างเพื่อถวายแด่เจ้าแม่กาลี  ซึ่งในอดีตตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เรื่อยมา มีการบูชายัญแพะกันสดๆ ทุกวันที่นี่ต่อมาในปี ค.ศ. 1980 ทางการได้สั่งยกเลิกประเพณีนี้ ความงดงามของวิหาร  Kali Temple เริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้าทำด้วยเงินบานมหึมา ภายในประดิษฐานรูปสลักหินเจ้าแม่