ทัวร์บาหลี บาหลี บาหลี บุโรพุทโธ เที่ยวบาหลี เที่ยวบาหลี บุโรพุทโธ โบรโม่ ทัวร์
ข้อมูลท่องเที่ยว
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์บาหลี,บาหลี,บาหลี บุโรพุทโธ,เที่ยวบาหลี,เที่ยวบาหลี บุโรพุทโธ,โบรโม่ ทัวร์โบรโม่,ทัวร์สุราบายา,สุราบายา,ทัวร์เมดาน,เมดาน

รูปนำไปใช้ได้ค่ะ แต่อย่าลบลายน้ำขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ สมาชิกนักอ่านทุกท่าน วันนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวเส้นทางใหม่น่าสนใจสำหรับท่านที่เริ่มๆเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ นั่นคือ เกาะบาหลี เกาะสวาท หาดสวรรค์เพราะเมื่อไปแล้วมันงดงามจริงๆค่ะ ความมีเสน่ห์ของเกาะนี้นั้นอยู่ที่ผู้คนจริงๆค่ะ บางท่านอาจเคยอ่านหนังสือแนะนำที่เที่ยวที่บาหลีแล้วบอกว่าบาหลีคล้ายกับภูเก็ตบ้านเราเที่ยวภูเก็ตบ้านเราก็ได้ ถ้าในแง่ของสถานบันเทิง โรงแรมที่พัก แหล่งช้อปปิ้งก็บอกได้เลยค่ะว่าคล้ายกัน แต่บาหลีมีเสน่ห์กว่านั้นค่ะ เพราะผู้คนที่นี่นับถือฮินดู เกาะเดียวในประเทศมุสลิม ผู้คนยังยึดถือวัฒนธรรมประเพณีแบบดั้งเดิมอยู่มากจากการที่ได้เดินทางไปมาเวลามีงานเทศกาลผู้คนจะแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองเหมือนสมัยก่อนบ้านเราและมีการจัดตกแต่งของที่จะนำถวายแด่องค์เทพแต่งริ้วขบวนมาอย่างงดงามและสามัคคีกัน ถ้าใครหาสถานที่พักผ่อนสัก 3-4 วันไม่ต้องทำวีซ่า แนะนำที่นี้่เลยค่ะ เกาะบาหลี .. ไปเที่ยวกันเยอะๆนะค่ะ

บาหลี


บาหลี
บาหลีเป็นที่ท่องเที่ยวสำหรับทุกคน เด็ก ผู้ใหญ่และคู่ฮันนีมูล ฯลฯ บาหลีมีวัฒนธรรม มีความสนุก มีธรรมชาติสวยๆ มีเอกลักษณ์ที่จะหาไม่ได้จากที่อื่น บาหลีมีที่ท่องเที่ยวเยอะมาก ทุกมุมของบาหลีมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย รอบๆเกาะยังมีที่ดำน้ำ ที่เล่นเซิร์ฟสำหรับนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวก็มีล่องแก่ง มีเดินป่า ไต่เขา และที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนชอบมาก คือ ช็อปปิ้ง ที่บาหลีเป็นสวรรค์ของนักช็อปปิ้งจริงๆ คนบาหลีแท้ๆ ซื่อสัตย์ ใจดี ยิ้มง่าย เชื่อในเรื่องเวรกรรมบาปบุญ มีปัญหาเรื่องขโมย เรื่องโกง เป็นเพราะ คนจากเกาะอื่นที่มาทำมาหากินที่บาหลี มาเที่ยวบาหลีทุกคนมีกิจกรรมทำได้ตลอด ฝ่ายชายไปเล่นกอล์ฟ ฝ่ายหญิงไปช็อปปิ้งหรือเข้าสปา ลูกๆก็ไปเล่นน้ำ จะไปเที่ยวบาหลีช่วงไหนของปีก็ได้ เพราะแม้แต่หน้าฝนแต่ฝนไม่ได้ตกตลอดวัน มักตกตอนเช้า 2 – 3 ชม.แล้วก็หยุด ไปตกอีกทีตอนค่ำกลางวันก็เที่ยวได้ไม่ต้องกังวลเรื่องฝน แต่ช่วงเดือนสิงหาคมกับช่วงคริสต์มาสและปีใหม่นักท่องเที่ยวจะเยอะแต่ไม่มีปัญหายังไงก็หาที่พักได้แน่นอน กูต้า

เกาะบาหลี
มีขนาดพื้นที่ประมาณ 5,620 ตารางกิโลเมตร มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 3 ล้านคนบาหลีเป็นหนึ่งใน 26 จังหวัดของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย แบ่งการปกครองออกเป็น 8 เขตประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าว แต่รายได้หลักของประเทศส่วนใหญ่จะมาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ประวัติศาสตร์เกาะบาหลี อินโดนีเซีย
ราวคริสต์ศตวรรษที่ 11 ศาสนาฮินดูได้เข้ามาเผยแผ่ในบาหลีและกลายเป็นศาสนาของคนส่วนใหญ่ไปในที่สุด ซึ่งยุคนี้เองที่เจ้าจากเกาะชวาเข้ามามีอิทธิพลครอบครองเกาะบาหลี ต่อมาราวปี ค.ศ. 1846 ดัตช์ก็เริ่มส่งกองทัพเข้าสู่บาหลีและเข้ายึดครองอาณาจักรต่างๆเป็นลำดับ ด้วยกองทหารที่มีกำลังมากกว่า อาวุธทันสมัยกว่า จึงเข้าล้อมเมือง เข้าปิดอ่าว ไล่เรียงทีละเมือง ทีละอาณาจักร บีบบังคับประมุขของเมืองให้ยอมจำนนในที่สุดทั้งประมุขและราชวงศ์ทั้งหมดจึงหาทางออกด้วยการยอมพลีชีพด้วยกริชของตัวเอง  จนเมื่อปี ค.ศ. 1911 เกาะบาหลีทั้งหมดก็ตกเป็นของดัตช์โดยสิ้นเชิง และยังเป็นอาณานิคมเรื่อยมากระทั่งปี ค.ศ. 1949 จากนั้นอินโดนีเซียทั้งหมดจึงได้รับอิสรภาพในที่สุด และแม้ว่าหมู่เกาะแห่งนี้เคยถูกปกครองโดยประเทศทางฝั่งยุโรป แต่อารยธรรมต่างๆของทางยุโรปกลับไม่สามารถลบล้างวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวบาหลีลงได้เลย โดยเฉพาะความศรัทธาในศาสนา ผู้คนชาวบาหลียังคงดำรงวัฒนธรรมดั้งเดิม มีการทำบุญไหว้พระเป้นประจำอย่างสม่ำเสมอ กระทั่งวันนี้ บาหลีได้กลายเป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะเกาะแห่งเทพเจ้าศาสนาฮินดูของชาวบาหลี ที่งดงามไปด้วยความงามทางธรรมชาติในอ้อมกอดของหมู่มวลภูเขาศักดิ์สิทธิ์และทุ่งข้าวที่เขียวขจี ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนระหว่างวัฒนธรรมและจารีตประเพณี ที่เป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางวัดวาอารามที่มีนับพันแห่งตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่โดเด่น จนทำให้บาหลีกลายเป้นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันหลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย

การปกครอง บาหลี อินโดนีเซีย
บาหลีเป็นหนึ่งใน 30 จังหวัดของสาธารณรัฐอินโดนีเซียและแต่ละจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัดบาหลีพำนักอยู่ในเมืองเดนพาซาร์ บาหลีแบ่งออกเป็น 8 คาบูปะเตน (Kabupaten) ซึ่งก็คือเขตปกครองนั่นเอง อันได้แก่ บาดุง (Badung) เกียนยาร์ (Gianyar) ตาบานัน (Tabanan) เบงกลี (Bangli) การังกาเซ็ม (Karanggasem) เจ็มบรานา (Jembrana) บุเลเล็ง (Buleleng) และกลุงกุง (Klungkung) มี 1 เทศบาลเมือง 51 เขต 666 หมู่บ้าน โดยมีเดนพาซาร์เป็นเมืองหลวง


สภาพภูมิอากาศ บาหลี อินโดนีเซีย
สภาพภูมิอากาศเป็นแบบร้อนชื้น อุณหภูมเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 21-32 ๐ C

 
ฤดูกาลท่องเที่ยวบาหลี อินโดนีเซีย
บาหลี เป็นเกาะที่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะแม้แต่หน้าฝน แต่ฝนไม่ได้ตกทั้งวันมักตกตอนเช้า 2-3 ชั่วโมงแล้วก็หยุด ไปตกอีกทีตอนค่ำ กลางวันก็เที่ยวได้ไม่ต้องกังวลเรื่องฝน ช่วงเดือนสิงหาคมกับช่วงคริสต์มาสและปีใหม่นักท่องเที่ยวจะเยอะมากๆ แต่ก็ไม่มีปัญหาเรื่องทีพัก บาหลีร้อนทั้งปี อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 22 -33 องศาเซลเซียส มี 2 ฤดูเหมือนกับภาคใต้ของประเทศไทย ฟูดแล้งเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง กันยายน เดือนที่มีอากาศเย็นสบายคือเดือนพฤษภาคม ถึง กรกฎาคม ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม ช่วงที่ฝนตกหนักที่สุดคือเดือนธันวาคมถึงมกราคม แม้ว่าจะเป็นเดือนที่มีโอกาสเจอฝนเยอะที่สุด แต่โอกาสเจอแดดก็มีเท่าๆกัน สำหรับเดือนที่อากาศร้อนที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ช่วงไฮซีซั่นประจำเกาะอยู่ระหว่างเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม  ถ้าไม่อยากไปเบียดเสียดหรือแย่งที่พักกัน แนะนำให้ไปเดือนอื่นดีกว่า

 

อุณหภูมิเฉลี่ยในบาหลี อินโดนีเซีย

 

ม.ค.

ก.พ.

มี.ค.

เม.ย.

พ.ค.

มิ.ย.

ก.ค.

ส.ค.

ก.ย.

ต.ค.

พ.ย.

ธ.ค.

ต่ำสุด

17

17

17

17

18

19

21

22

21

20

19

18

สูงสุด

30

29

31

31

31

31

31

32

32

32

31

31

 

ศาสนา บาหลี อินโดนีเซีย

ศาสนาของบาหลีเป็นเกาะแห่งเดียวในประเทศอินโดนีเซีย ที่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู ขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ของอินโดนีเซียกว่า 190 ล้านคนนับถือศาสนาอิสลาม ทุกวันนี้ชาวเกาะบาหลี 95% เป้นชาวฮินดู นอกนั้นเป้นชาวมุสลิม คริสต์ และพุทธ โดยที่ชาวบาหลีสืบเชื้อสายมาจากหนึ่งในชนเผ่าที่มีอยู่กว่า 250 เผ่าของประเทศอินโดนีเซีย

ภาษาราชการ บาหลี อินโดนีเซีย
คือ บาฮาซา อินโดนีเซีย แต่ในย่านท่องเที่ยวอาจมีคนเข้าใจภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และภาษาต่างประเทศอื่นๆบ้าง ภาษาบาหลีมีภาษาและสำเนียงพูดมากกว่า 350 ภาษา

 

เวลา บาหลี อินโดนีเซีย
จะเร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชั่วโมง

เงินตรา บาหลี อินโดนีเซีย

ใช้สกุลดียวกับอินโดนีเซีย คือ รูเปียห์ (Rp) / อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1 บาท = ประมาณ 280 รูเปียห์  อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ระหว่าง 8,900 – 9,000 Rp. : 1 ดอลลาร์สหรัฐ และ 12,000 – 12,500 Rp. : 1 ยูโร โดยที่เงินเหรียญรูเปียะห์สีเงินแบ่งออกเป็น 25, 50, 100, 500 รูเปียะห์ ส่วนเหรียญบรอนซ์มีค่า 1,000 รูเปียะห์ ธนบัตรมีค่าตั้งแต่ 500, 1,000, 5,000, 10,000, 20,000, 50,000 รูเปียะห์ ธนบัตร 100 ดอลลาร์สามารถแลกเงินรูเปียะห์ได้อัตราดีที่สุดแต่ถ้าเป็นเงินดอลลาร์ที่พิมพ์ก่อนปี ค.ศ. 2000 ร้านแลกเงินส่วนใหญ่มักกดราคาลงมามาก เช่นธนบัตร 100 ดอลลาร์ ถ้าดอลลาร์ที่ติดกระเป๋าไปเกิดหมดเกลี้ยงเงินบาทก็สามารถแลกเป็นเงินรูเปียะห์ได้ แต่อัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่ดีเท่าดอลลาร์หรือยูโร


การใช้บัตรเครดิตที่บาหลี อินโดนีเซีย

สำหรับบัตรเครดิต สามารถใช้ได้ทั้งอเมริกัน เอ็กเพรส, ไดเนอร์ส คลับ, วีซ่า และมาสเตอร์การ์ด แต่ร้านค้าบางแห่งอาจไม่รับบัตรเครดิต


ธนาคาร-บูธแลกเงินบาหลี อินโดนีเซีย
ควรเลือกใช้บริการที่ธนาคารหรือร้านรับแลกเงินที่ดูน่าเชื่อถือและมีหลักฐานการรับแลกเงิน อย่าเลือกเพราะเห็นว่าให้อัตราแลกเปลี่ยนสูง เพราะอาจเจอแบงก์ปลอม หรือได้เงินไม่ครบนอกจากนี้ อย่าถือว่าต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วยหรือไม่เพราะหลายๆแห่งมักบวกรวมเข้าไปด้วย แต่คุณสามารถต่อรองว่าขอแลกแบบไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วยก็ได้ขณะเดียวกันร้านค้าหลายๆแห่ง ตลอดจนซูเปอร์มาเก็ต ยังใช้ทริกด้วยการทอนเงินส่วนที่ขาดเล็กๆน้อย ด้วยการจ่ายเป้นเม็ดทอฟฟี่หรือหมากฝรั่งแทนค่าเงิน 100 รูเปียะห์ โดยอ้างว่าไม่มีเศษเงินเหรียญ
ในเมืองเดนพาซาร์ (Denpasar) ส่วนใหย่แล้วสำนักงานสาขาของธนาคารต่างๆจากอินโดนีเซีย มักตั้งอยู่ใกล้ หรือตรงหัวมุมถนนกาจาห์ มาดา (Jalan Gajah Mada) และถนนอาร์จุนา (Jalan Arjuna) ขณะที่ธนาคารประเภทเอ็กซิมแบงก์ก็ถือว่าเป็นแหล่งที่ดีที่สุดสำหรับการแลกเงินหรือดอนเงินต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม บูธรับแลกเงินที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของถนนดิโปเนโกโร (Diponegoro) กลับน่าสนใจกว่าเพราะให้เรตดีกว่า แต่ก็ยังถือว่าไม่ดีเท่ากับคูต้า (Kuta) สำหรับย่านคูต้า มีธนาคารหลายแห่งตั้งอยู่ โดยเฉพาะย่านถนนลีเจียน (Jalan Legian) และคูต้าสแควร์ (Kuta Square) แต่ถ้าจะใช้บริการแลกเงินตามบูธต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วไปกลับให้บริการที่รวดเร็วกว่า ปิดช้ากว่า และที่สำคัญให้เรตดีกว่า แต่ก้อย่าลืมเทียบราคากับร้านต่างๆ ว่าต่างกันมากน้อยแค่ไหน ที่ไหนน่าสนใจและน่าเชื่อถือมากกว่ากัน ในอูบุด (Ubud) ตามบูธแลกเงินให้เรตดีกว่าแบงก์ ซึ่งเปิดรับแลกเงินอยู่ทั่วไป แต่ก่อนแลกให้เดินสำรวจดูเสียก่อน หลายๆแห่งต่อรองอัตราได้ ขณะที่บูธแลกเงินของแบงก์จะตั้งอยู่แถวๆถนนรายา (Jalah Raya) และมังกี้ ฟอเรสท์ (Monkey Forest) ส่วนที่ซานูร์ (Sanur) ตามบูธรับแลกเงินหรือโรงแรมที่พักที่โอ่อ่า มักให้อัตราไม่ค่อยดี เรียกว่าต่ำกว่าย่านคูต้าถึง 10% ขณะที่สำนักงานใหญ่ของอเมริกัน เอ็กซเพรส ที่ให้บริการด้านการเงิน ก็ตั้งอยู่ภายในโรงแรมแกรนด์ บาหลี บีช โฮเต็ล (Grand Bali Beach Hotel) ท่ามกลางธนาคารอีก 2 แห่งซึ่งตั้งอยู่บนถนนหลักคือ BCA ที่เปิดบริการเงินด่วนจากบัตรเครดิตของแบงก์ต่างๆ เช่นเดียวกับย่านแคนดิดาสา (Candidasa) บูธรับแลกเงินหลายๆแห่งมักกดเรตจนไม่น่าสนใจ ถ้าจำเป็นต้องแลกเงินจริงๆให้ไปที่ธนาคารดานามอน (Bank Danamon) เพราะให้เรตที่ดีกว่า
แต่ถ้าไปย่านนูซา ดัว (Nusa Dua) ซึ่งอยู่ท่ามกลางดงรีสอร์ตหรูหรา ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร บูธรับแลกเงิน หรือตู้เอทีเอ็ม ที่ตั้งเรียงรายอยู่เป็นระยะๆ ก็พร้อมรับบัตรเครดิตนานาชนิดจากนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักอยู่แล้ว สำหรับผู้ที่ต้องเทรกกิ้งขึ้นไปยังภูเขาไฟกุนุง บาตูร์ (Gunung Batur) และละแวกใกล้เคียง สามารถหาแลกงเนได้ที่สำนักงาน BRI ย่านคินตามณี (Kintamani) หรือที่โรงแรมเซการา (Segara Hotel) แถบเกดิชัน Kedisan) ตลอดจนเอเย่นต์ทัวร์เจโรวิจายา (Jero Wijaya) และตามบูธแลกเงินแถวๆโตยาบังกาห์ (Toya Bungkah) โรงแรมเลควิว (Lakeview Hotel) และอีกหลายแห่งฝั่งเปเนโลกัน (Penelokan)
ส่วนผู้ที่เดินทางมาพักผ่อนยังหาดโลวินา (Lovina) และต้องการแลกเงิน ก็สามารถใช้บริการตามธนาคารต่างๆในตัวเมืองซิงการาจา (Singaraja) ย่านถนนปรามุกา (Jalah Pramuka) แต่ถ้าเดินหาแลกเงินตามบูธที่มีอยู่แถวๆชายหาดได้เรตดีกว่า  กรณีนักท่องเที่ยวที่ต้องการข้ามไปยังเกาะนูซา เปนิดา (Nusa Penida) นูซา เลมบองกัน (Nusa Lembongan) และเกาะที่อยู่ใกล้เคียง มีคำแนะนำว่าให้เตรียมแลกเงินจากบนฝั่งไว้ให้เรียบร้อยก่อนลงเรือ อย่าไปหวังน้ำบ่อหน้า เพราที่นั่นยังไม่เจริญพอ ที่บริการเหล่านี้จะข้ามไปถึง  ทั้งนี้ธนาคารในบาหลี เปิดทำการเวลา 08.00-15.00 น. วันจันทร์-ศุกร์ และเปิดถึงเวลา 13.00 น. ของวันเสาร์ ขณะที่ตามบูธแลกเงิน เปิดทุกวันจนถึงเวลา 22.00 น.

 

วีซ่า บาหลี อินโดนีเซีย
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย สามารถเดินทางเข้าไปอยู่ในอินโดนีเซียได้ 2 เดือน โดยไม่ต้องเสียเงินค่าทำวีซ่า แต่ถ้าต้องการอยู่นานกว่านั้น ก็ต้องติดต่อสถานทูตอินโดนีเซีย ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ข้างตึกพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า Tel. 0 2250 3135-9 Fax. 0 2255 1267 เวลาทำการ 09.00-16.00 น. (วันจันทร์-ศุกร์)

 

การเดินทางสู่บาหลี อินโดนีเซีย
ปัจจุบันสายการบินหลายแห่งมีเส้นทางการบินไปยังเกาะบาหลีแต่ที่บินตรงเลยก็คือการบินไทยและแอร์เอเชีย ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ส่วนสิงคโปร์แอร์ไลน์ต้องแวะไปสิงคโปร์ก่อน มีเครื่องออกทุกวันเช่นกัน รอยัล บรูไน ต้องแวะไปเปลี่ยนเครื่องที่บรูไน ขณะที่สายการบินเจ้าถิ่นอย่างการูดา ก็ต้องแวะไปที่จาการ์ตาก่อนเข้าบาหลี ค่าโดยสารโดยเฉลี่ยของแต่ละสายการบิน เมื่อคิดเป็นเงินบาทก็อยู่ในระดับหมื่นต้นๆ (ยังไม่รวมภาษีและค่าประกัน) แต่ถ้าเที่ยวอย่างประหยัด ก็หมั่นติดตามโปรโมชั่นของสายการบินแอร์เอเชีย ที่มีออกมาเรื่อยๆบางช่วงถูกมากแค่หลักร้อยเอง อย่าเพิ่งช้อปจนเงินหมดซะก่อน กันเงินรูเปียะห์ไว้ด้วยเที่ยวบินขาออกจากบาหลี ต้องเสียค่าสนามบิน 150,000 รูเปียะห์ สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และ 40,000 รูเปียะห์สำหรับเที่ยวบินในประเทศ ถ้าเงินรูเปียะห์หมดเอาเงินดอลลาร์ไปแลกเปลี่ยนเงินก่อน แล้วค่อยเอามาจ่าย

รถเช่าในบาหลี อินโดนีเซีย
ข้อสำคัญคุณต้องมีใบขับขี่สากลติดตัวมาด้วย ถ้าไม่มีจะโดนปรับเป็นเงิน 2 ล้านรูเปียะห์ คิดเป็นเงินไทยก็หลักหมื่นเลยทีเดียว บนเกาะส่วนใหญ่มีป้ายบอกเส้นทางและจุดที่น่าสนใจทางการท่องเที่ยว ลองติดต่อเช่ารถตามเอเย่นต์ทัวร์ในบาหลี ซึ่งมีอยู่กว่า 200 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นรถยี่ห้อซูซูกิ คาริบเบียน ค่าเช่ารถเฉลี่ยวันละประมาณ 200,000-250,000 รูเปียะห์ แต่ถ้าเป็นรถประเภทอื่นที่ดีกว่าก็จะแพงขึ้น แต่ถ้าเช่าแบบมีคนขับและรวมค่าน้ำมัน จะตกวันละประมาณ 350,000-400,000 รูเปียะห์ ถ้าเช่าหลายวันสามารถต่อรองราคาให้ถูกลงมาได้อีกเช่ามอเตอร์ไซค์เป้นอีกทางเลือกหนึ่งที่ตอนนี้กำลังฮิตในหมู่นักท่องเที่ยว ค่าเช่าวันละประมาณ 50,000-100,000 รูเปียะห์ ร้านเช่าหาได้ทั่วไปตามย่านที่พักแถวหาดคูต้าและอูบุด


รถแท็กซี่บาหลี อินโดนีเซีย
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมาถึงสนามบินงูราห์ ไรแบบสดๆร้อนๆ และกำลังมองหาแท็กซี่เพื่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆก็มีอัตราค่ารถมาตรฐานที่ควรรู้ดังนี้ เพื่อไม่ให้ถูกชาร์ตเกินเหตุ
ปลายทาง                         ค่าโดยสาร
คูต้า                                 45,000-50,000
ลีเจียน                             55,000
เซมินยัก (Seminyak)       60,000-70,000
เดนพาซาร์                       70,000-100,000
ซานูร์                               90,000-95,000
นูซา ดัว                           95,000-110,000
อูบุด                               110,000-195,000
แคนดิดาสา                     380,000
โลวินา                            30,000-400,000
คินตามณี                        250,000-350,000
ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า หากรถแท็กซี่คันไหนที่มีมิเตอร์ติดอยู่แต่คนขับกลับบอกว่ามิเตอร์เสีย อย่าหลงใช้บริการเป็นอันขาด ปกติมิเตอร์จะเริ่มต้นที่ 5,000 รูเปียะห์ ต่อ 1 กิโลเมตรแรก และอีก 4,000 รูเปียะห์ สำหรับกิโลเมตรถัดๆไป ส่วนกรณีของการนั่งรถแท็กซี่ในบาหลีไปตามเองต่างๆ ค่าโดยสารจะอยู่ระหว่าง 25,000-50,000 รูเปียะห์ ไม่ควรเกินไปกว่านี้


ไฟฟ้าที่บาหลี อินโดนีเซีย
ขนาดกระแสไฟฟ้าของบาหลีคือ 220 โวลต์ 50 เฮิร์ต แต่บางพื้นที่ยังคงใช้ 110 โวลต์ ไฟฟ้าตกหรือดับบ่อยยกเว้นตามโรงแรมใหญ่ที่มีเครื่องปั่นไฟสำรอง เต้าปลั๊กไฟเป็นแบบ 2 ขากลมและควรพกเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าไปด้วยเนื่องจากหาซื้อได้ยาก แต่ถ้าไม่ได้เตรียมไปลองชะโงกหน้าไปดูในห้องน้ำ แถวๆปลั๊กที่สำรองไว้สำหรับโกนหนวด ซึ่งปกติทางโรงแรมมักเตรียมสวิตซ์แปลงไฟเผื่อไว้
ส่วนนักท่องเที่ยวที่ต้องการข้ามไปยังเกาะต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงเช่น เกาะเลมบองกัน หรือนูซา เปนิดา ด้วยเหตุที่พื้นที่แถบนี้เป็นเกาะไฟฟ้าที่ใช้จึงไม่สามารถให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพราะต้องอาศัยเครื่องปั่นไฟ ตามรีสอร์ตที่พักจะมีไฟใช้ระหว่างช่วงเวลา 17.00-07.00 น. ยกเว้นวันอาทิตย์ที่จะมีไฟใช้ได้ถึง 12.00 น. ส่วนตามตลาดก็จะมีแต่เฉพาะย่านฝั่งเหนือที่มีเครื่องปั่นไฟเป็นของตัวเอง


ไปรษณีย์บาหลี อินโดนีเซีย
บาหลีนับได้ว่าเป็นแหล่งที่ดีที่สุดของอินโดนีเซีย สำหรับการส่งและรับจดหมาย มีบริการด้านไปรษณีย์อยู่ทั่วเกาะ สำนักงานกลางอยู่ที่ย่านเรนอน เมืองเดนพาซาร์ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. โทรศัพท์ +62 361 223565
สำนักงานไปรษณีย์คูต้าตั้งอยู่ด้านตะวันออกของถนนรายาคูต้า (Jalah Raya Kuta) นับว่าให้บริการดีที่สุด โดยเฉพาะการขนส่งพัสดุภัณฑ์ขนาดใหญ่ไปต่างประเทศ เปิดบริการวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 08.00-20.00 น. ส่วนวันศุกร์เปิดถึงเวลา 12.00 น. วันเสาร์เปิดถึงเวลา 13.00 น.  ไปรษณีย์ย่านซานูร์ ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของถนนดานัว บูยัน (Jalah Danau Buyan) ส่วนย่านนูซาร์ ดัว ก็มีเอเย่นต์หลายแห่งที่พากันเข้าไปให้บริการด้านไปรษณีย์ตามรีสอร์ตหรูหราหลายแห่ง


โทรศัพท์ในบาหลี อินโดนีเซีย
สามารถใช้บริการโรมมิ่ง (Roaming) กับโทรศัพท์มือถือทุกระบบของไทย และหากต้องการใช้บริการโทรศัพท์ทางไกลจากบาหลีมาไทย จะมีรหัสนำหน้าให้เลือกระหว่าง 001 หรือ 008 ต่อด้วยรหัส 66 นำหน้าประเทศ ตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์ 9 หลัก   ขณะเดียวกัน บาหลีก้มีบริการโทรศัพท์สายตรงระหว่างประเทศ โทรศัพท์สาธารณะ รวมถึงโทรสาร ที่ให้บริการโดยบริษัทเทลคอม (Telcom) ซึ่งเป้นของรัฐ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ตามเมือง ใหญ่ๆ อย่างเช่น คูต้า, อูบุด, เดนพาซาร์, ซานูร์, นูซา ดัว และที่สนามบินงูราห์ ไร  ส่วนบริการของเอกชนนำโดย วาร์เทลส์ (Wartels) ที่ให้บริการช่วงเวลา 07.00 24.00 น. บางย่านเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แม้สะดวกกว่าเทลคอมแต่ค่าบริการแพงกว่า
ทั้งนี้มีคำแนะนำว่า ถ้าเป็นช่วงวันหยุดหรือเทศกาลด้วยแล้วบริการเหล่านี้จะให้ส่วนลด 25% รวมถึงวันธรรมดาระหว่างเวลา 21.00-06.00 น. บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 10%  ถ้าต้องการใช้บริการตู้โทรศัพท์สาธารณะ ที่บาหลีก็มีให้บริการ อยู่ทั่วไป แบบหยอดเหรียญ 100 รูเปียะห์ โทรได้นาน 3 นาที หากเป็นแบบโฟนการ์ดจะใช้โทรระหว่างประเทศได้ หาซื้อได้แถวออฟฟิศเทลคอมหรือร้านค้าทั่วไป
นอกจากนี้ยังมีซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือขายในราคา 60,000 รูเปียะห์ สำหรับโทรระหว่างประเทศ คิดอัตรา 7,000 รูเปียะห์ต่อนาทีโทรภายในประเทศ 1,500 รูเปียะห์ต่อนาที  กรณีที่ข้ามไปท่องเที่ยวหรือพักยังเกาะเลมบองกัน ที่นั่นไม่มีระบบโทรศัพท์จัดไว้ให้ ยกเว้นที่พักบางแห่งซึ่งมีสำนักงานอยู่ในบาหลีจะมีระบบติดต่อด้วยวิทยุสื่อสาร หากใครต้องการใช้บริการก็ต้องจองคิวล่วงหน้า


อินเตอร์เน็ต คาเฟ่ บาหลี อินโดนีเซีย
บาหลีได้ชื่อว่าเป็นแหล่งทีดีที่สุดของอินโดนีเซีย สำหรับการรับ-ส่งอีเมลและบริการอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะหากคุณเป็นผุ้เชี่ยวชาญด้านไอทีด้วยแล้ว แหล่งท่องเที่ยวต่างๆไม่ว่าจะเป็นคูต้า. ซานูร์, นูซา ดัว, อูบุด, โลวินา ก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางของการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตเช่นกัน เนื่องจากอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ ให้บริการมากมาย ราคานาทีละ 300-500 รูเปียะห์
กรณีนักท่องเที่ยวหิ้วโน้ตบุ๊คซึ่งมีโมเด็มติดตัวไปด้วย สามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 080-989-999 ผ่านทางเทลคอมเน็ต (Telkomnet) โดยใช้ยูสเซอร์เนม (User Name) “telkomnet@instan” และรหัสผ่าน “telkom” คิดค่าบริการนาทีละ 250 รูเปียะห์ หรือประมาณชั่วโมงละ 1 ดอลลาร์ หาซื้อชั่วโมงเน็ตได้จากออฟฟิศเทลคอม

 

เทศกาลบาหลี อินโดนีเซีย
แม้บาหลีเคยอยู่ใต้การปกครองของดัตช์ แต่อารยธรรมยุโรปก็ไม่อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวบาหลีได้ เขายังคงอยู่ด้วยความภาคภูมิใจ “เกาะแห่งเทพเจ้า”  ไม่น่าแปลกใจเลยเมื่อออกไปตามเมืองต่างๆจะเป็นหญิงชาวบาหลีแต่งกายพื้นเมืองสวยงาม เทินถาดผลไม้และขนมนานาชนิด ซึ่งจัดอย่างสวยงามอยู่บนศีรษะ เดินเรืองกันไปตามทางที่นะไปสู่วัดด้วยความสงบเป็นภาพชีวิตที่ไม่อาจหาดูได้จาที่ใดในแผ่นดินอินโดนีเซีย  แต่ถ้าเป็นงานใหญ่จริงๆจะมีปีละ 3 ครั้ง งานใหญ่ที่สุดคือช่วงเทศกาลประจำปี อันเป็นเวลาที่ชาวบาหลีเชื่อว่าบรรพบุรุษผู้ล่วงลับจะกลับมาเยี่ยมลูกหลายเป็นเวลา 10 วัน ทุกรอบ 210 วันตามปฏิทินทางจันทรคติ บรรดาผลไม้และขนมก็จะถูกตั้งจนสูงเรียงสีสลับลายวางไว้บนถาเงินหรือพานไม้ ใครรวยมาก็ตั้งสูงมาก หรือมิฉะนั้นก็ใส่ในกล่องสานสีเหลี่ยมใบโต แบกขึ้นหัวไปเหมือนๆกัน เขาว่ากันว่าผู้หญิงชาวบาหลีต้องหัดทูนหัวแบกของกันแต่เด็ก ซึ่งจะทำให้หลังตรงตัวตรง จนแก่จนเฒ่าก็ยังแบของบนหัวได้ โดยที่หลังไม่ค่อมงอมาเหมือนผู้หญิงชาติอื่นๆ หากเห็นเสาไม้ไผ่ยาวสูงเท่ายอดไม้ แขวนเครื่องบูชาถูกนำมาปักไว้ที่หน้าบ้าน เรียงโค้งเป็นแนวยาวอยู่เหนือท้องถนนทั่วทั้งเกาะนั่นบอกให้รู้ว่าช่วงนี้มีงานพิธี

เทศกาล นีเยปิ วันขึ้นปีใหม่ บาหลี อินโดนีเซีย
ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ช่วงก่อนวันขึ้นปีใหม่หนึ่งวัน พิธีเฉลิมฉลองที่เรียกว่าปราติมา จะจัดกันอย่างยิ่งใหญ่ ณ บริเวณจัตุรัสเมือง หรือย่านชุมชนต่างๆทั่วทั้งเกาะ จากนั้นประมาณบ่ายสี่โมงเย็นบรรดาชาวบ้านก็จะพากันแต่งตัวสวยงามตาประเพณี เพื่อไปรวมกันที่แหล่งชุมชนหรือแถวๆตลาด โดยที่ฝ่ายชายจะทำหน้าที่เป็นนักดนตรีพื้นบ้านจำเป็น ประโคมบรรเลงเสียงเพลงอย่างกึกก้อง พร้อมกับทยอยนำขนมนมเนย ผลไม้ ดอกไม้ ทำพิธี ส่วนฝ่ายหญิง ก็จะเทินถาดผลไม้และขนมนานาชนิดที่จัดอย่างสวยงามไว้บนศีรษะ เดินเรียงรายไปสักการะต่อเทพเจ้ารูปเคารถจำลองขนาดใหญ่ตามที่พวกเขานับถือศรัทธา ต่อจากนั้นก็ตั้งขบวนแห่ นรูปุก ก็จะเริ่มขึ้นฝ่ายชายจะช่วยกันแบกโอโกะฮ์ โอโกะฮ์ ตั้งไว้บนเสลี่ยงไม้ไผ่ เดินวนรอบหมู่บ้าน 2 -3 รอบ ผ่านอาคารโบราณสถานและวัดสภคัญๆต่อท้ายด้วยขบวนของนักบวชที่สวดมนต์ไปตลอดทาง ถึงเวลาค่ำก็จะเป็นช่วงของการประโคมมโหรีปี่กลองและเครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่างอึกทึกครึกโครมเรียกว่าให้ดังที่สุด เพื่อขับไล่ความชั่วร้ายให้ออกไปจากหมู่บ้าน เสร็จแล้วจึงเป็นการประชุมเพลิง โอโกะฮ์ โอโกะฮ์ อันเป็นการสิ้นสุดพิธี และต่อด้วยการดื่มเฉลิมฉลองเพื่อต้อนรับความโชคดีมีสุขของปีใหม่ท่ำลังจะมาเยือน

 

เทศกาล เมลาสติ บาหลี อินโดนีเซีย
เป็นเทศกาลแห่งความบริสุทธิ์ที่จัดขึ้นก่อนหน้าวันงานเทศกาลนีเยปิหนึ่งวัน เริ่มต้นด้วยชาวบ้านจะพากันแต่งตัวด้วยเครื่องแต่งกายหลากสีสัน พากันเดินกางร่มไปยังชายหาดหรือแหล่งน้ำพุร้อนอันศักดิ์สิทธิ์ ถวายเครื่องสักการะที่ทำจากดอกไม้ ผลไม้และรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านการชำระล้างด้วยน้ำ ขณะที่ฝ่ายชายจะถวายเครื่องเซ่นไหว้แด่เทพเจ้า ท่ามกลางเสียงอันอึกทึกของการบรรเลงเครื่องดนตรีกาเมลันและการตีกลอง คู่ไปกับการส่งเสียงร้องตะฏกนแบบสุดเสียง ก่อนที่จะหยุดนิ่งอย่างเงียบสงบในวันนีเยปิ

 

เทศกาล ฟิชชิ่ง เฟสติวัล บาหลี อินโดนีเซีย
เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ณ บริเวณชายหาดคูต้าซึ่งเคยเป็นหมู่บ้าชาวประมงมาก่อนโดยบรรดาชาวประมงนับพันจะพากันทำพิธีรอบกองไฟขนาดใหญ่บนชายหาดยามค่ำคืน ส่วนคนหนุ่มสาว ก็จะพากันร้องรำไปตามบทกวีจนกระทั้งถึงเช้าตรู่ หลังจากนั้นเด็กหนุ่มสาวที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลากสีสันก็จะช่วยกันลอยเรือออกไปยังท้องทะเล เคียงข้างไปกับเรือลำอื่นๆที่แล่นตามหลังพร้อมทั้งส่งเสียงอันดังและหัวเราะอย่างกึกก้อง หากสามารถจับปลานยาเลกินได้ ไม่ว่าจะนำไปย่างสุกหรือกินดิบๆก็ตามที จะถือว่าเป็นสัญญาณที่บอกใบ้ให้รู้ว่าผลผลิตจากการปลูกข้าวจะอุมดสมบูรณ์

เทศกาล อาร์ต เฟสติวัล  บาหลี อินโดนีเซีย
เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เทศกาลประจำปีแห่งงานศิลปะบาหลี จะจัดขึ้นทุกปีโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเดนพาซาร์ กินเวลานาน 1 เดือน ซึ่งถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ รักงานศิลปะและไม่ใช่เรื่องยากที่จะมีโอกาสได้สัมผัสกับขบวนศิลปะการร่ายรำสไตล์บาหลีที่หลากหลายและตระการตา ตลอดจนการจัดแสดงผลงานศิลปะและงานฝีมือมากมายโดยเฉพาะการเฉลิมฉลองของพิธีเปิด ตลอดจนบรรดาขบวนพาเหรดที่นับว่าสวยงามยิ่งนัก


เทศกาล คูต้า คาร์นิวัล บาหลี อินโดนีเซีย
ปลายเดือนกันยายน ต้นเดือนตุลาคม มีการแข่งขันการประกวดเดินพาเหรด การแสดงทางวัฒนธรรม การแข่งขันกีฬาชายหาด ประกวดว่าวและแข่งกีฬาเล่นว่าวบริเวณแนวชายหาดคูต้า

 

เทศโอดาลัน บาหลี อินโดนีเซีย
เป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันครบรอบการก่อสร้างวัดโดยที่วัดบนเกาะบาหลีมีกว่า 40,000 วัด ฉะนั้นโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสงานเฉลิมฉลองโอดาลันจึงหาดูไม่ยาก พิธีเริ่มด้วยการประดับประดาตกแต่งรายรอบวัดไปด้วยดอกไม้ ใบปาล์ม ริ้วธงหลากสี และทิวไม้ไผ่ จากนั้นฝ่ายหญิงที่แต่งชุดประจำชาติจะพากันนำถาดผลไม้ ของกิน เครื่องบูชา นำขบวนไปถวายบูชาเทพเจ้าที่วัด  ครั้นพอวันที่ 3 ข้าวของเครื่องบูชาเหล่านี้จะถูกนำกลับมากินกัน พอช่วงเย็นก็เป็นการบรรเลงเครื่องดนตรีกาเมลันอย่างอึกทึกครึกโครม ประกอบการแสดงโชวฺหุ่นกระบอก วายัง คุลิต ตบท้ายด้วยการตีไก่เป็นการจบพิธี


การเที่ยวชมวัดที่บาหลี อินโดนีเซีย

วัดทุกแห่งกำหนดให้ผู้เข้าชมทั้งหญิงและชายสวมใส่โสร่ง พร้อมทั้งมีผ้าคาดเอว ใครที่นุ่งกระโปรงยาวเหนือเขาอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าใครที่นุ่งกระโปรงหรือกางเกงขาสั้น แนะว่าให้เตรียมโสร่งและผ้าคาดติดกระเป๋าไปด้วย ไม่อย่างนั้นคุณจะเข้าชมด้านในไม่ได้ บางวัดมีให้เช่าถึงแม้ราคาไม่แพง แต่ถ้าเข้าหลายวัดก็เป็นเงินไม่น้อยเช่นกัน แต่บางวัดมีให้ยืม โดยมีกล่องบริจาคเงินตามแต่ศรัทธา วัดตามรายทางส่วนใหญ่ไม่ต้อเสียค่าเข้าชม แต่ถ้าเป็นวัดสำคัญๆที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะไปเยือนมักต้องเสียค่าเข้าชมด้วย การเข้าไปเที่ยวชมวัด ไม่อาจเข้าไปตรงที่เขาทำพิธีบวงสรวง เซ่นไหว้ได้ ที่สำคัญ ผู้หญิที่จะเข้าวัดต้องไม่อยู่ในช่วงที่มีประจำเดือน
 

อาหาร บาหลี อินโดนีเซีย

เรื่องอาหารการกินของชาวบาหลี ไม่ค่อยต่างจากบ้านเราเท่าไหร่นัก อาหารหลักของชาวบาหลีและอินโดนีเซียคือข้าวสวย ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว เสิร์ฟพร้อมกับอาหารที่หลากหลาย เช่น ไก่ เป็ด เนื้อ เนื้อแกะ และอาหารทะเลทุกชนิ ส่วนผักก็มีทั้งทอด นึ่ง ต้ม ผัด คลุกเคล้ากับส่วนผสมและเครื่องเทศแบบบาหลี ทั้งพริก มะพร้าว ถั่ว กระเทียม ขิง โหระพา ตะไคร้ พริกไทย มะขาม กะปิ ที่ล้วนทำให้อาหารอินโดนีเซียมีรสชาติที่โดดเด่น เช่น นาซิโกเร็ง คือข้าวผัดไข่ดาว  เมีย โกเร็ง ก๋วยเตี๋ยวแห้งใส่ไข่  กาโด กาโด สลัดสไตล์อินโดนีเซีย ราดด้วยซอสถั่วและโรยหน้าด้วยกุ้งสด  เบียร์ ยี่ห้อ บินตัง


เดนพาซาร์ บาหลี อินโดนีเซีย
เดนพาซาร์ คือเมืองหลวงและศูนย์กลางของเกาะบาหลีแต่ถ้าเทียบกับชายหาดหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆบนเกาะบาหลีแล้ว เดนพาซาร์มักเป็นอะไรที่นักท่องเที่ยวนึกถึงเป็นอันดับสุดท้าย เมืองหลวงแห่งนี้จึงถูกมองว่าไร้เสน่ห์ แต่ความจริงที่นี่เป็นศูนย์รวมของชาวเกาะ ไม่ว่าจะเป็นตลาดใหญ่ สถานีรถประจำทางไปยังมุมเมืองต่างๆของเกาะก็เริ่มต้นที่นี่

 

สนามบินนูราลัย (Ngurah Rai) บาหลี อินโดนีเซีย
อยู่ห่างจากกูต้าเพียงนิดเดียว แต่รถติดทำให้ใช้เวลานานสักนิดกว่าจะถึงโรงแรมที่พัก กูต้ามีลักษณะคล้ายกับพัทยา และป่าตอง เต็มไปด้วยแสงสี Shopping Area และร้านอาหาร กูต้า เลเกียน และเซมินยัก อดีตเคยเป็นสามหมู่บ้านที่ห่างกัน ปัจจุบันเชื่อมติดด้วยถนนสายช้อปปิ้งที่มีร้านขายของตั้งเรียงรายสุดสายตาเปิดดึกถึงเที่ยงคืน และมีศูนย์การค้าใหญ่กูต้าเซ็นเตอร์ ห้างสรรพสินค้ามาตาฮารี สวนน้ำวอเตอร์บอมบ์ รวมทั้งฮาร์ดร๊อคโฮเต็ล สินค้า: ผ้าอิกัต ผ้าซุมบ้า ถาดไม้ขุด แมวไม้ทาสี

นูซาดูอา (Nusa Dua) บาหลี อินโดนีเซีย
คือติ่งตรงปลายสุดของเกาะบาหลี เป็นแหล่งพักผ่อน ฮันนีมูน และเล่นกอล์ฟ โดยพัฒนาจากที่รกร้างริมทะเลจนกลายเป็นแหล่งรวมของ โรงแรมระดับห้าดาว ศูนย์ประชุม และ บาหลีกอล์ฟแอนด์คันทรี่คลับ รวมทั้งแหล่งช้อปปิ้งและตลาด นอกจากนี้การบริการแบบบาหลีที่นุ่มนวลเป็นมิตรและยิ้มแย้ม ยิ่งสร้างเสน่ห์ให้กับบาหลีมากยิ่งขึ้น สปาแบบบาหลี หนึ่งในความสบายที่สัมผัสได้ ใช้บริการได้ทั้งหญิงและชาย ความโดดเด่นที่ทำให้สปาแบบบาหลีเป็นที่น่าสนใจคือ การนำเอาสมุนไพรแบบบาหลี – ลูลูร์ (Lulur) มาใช้ เมื่อมาถึงบาหลีแล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งคือการไปวัด โดยเฉพาะในวันที่มีพิธีกรรม เป็นสิ่งที่ยังคงดำรงอยู่ไม่สูญหาย เป็นเอกลักษณ์และความน่าชื่นชม บาหลี มีหมู่บ้านหัตถกรรม วัด โบราณสถาน และอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายที่ควรไปชม อยู่ด้านในตัวเกาะ อาทิเช่น


เกาะบาหลี ตอนใต้
บริเวณของบาหลีใต้ คือแหล่งรวมชายหาดยอดนิยมและจุดท่องเที่ยวชื่อดังซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกจนมีผู้เปรียบเปรยเสมือนเป็นหัวใจของบาหลี ไม่ว่าจะเป็นที่ คูต้า ซานัวร์ นูซา ดัว และมีอีกมากมายให้เลือกสรรตามแต่ใจปรารถนา


สถานที่เที่ยว เกาะบาหลี ตอนใต้
สวนวิษณุ (GWA Culture Park)  เกาะบาหลี ตอนใต้

นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของบาหลีที่กำลังมาแรงสร้างขึ้นเพื่ออยากจะให้แขกได้เห็นความยิ่งใหญ่อลังการของสวนวิษณุ นอกจากนี้ก็เพื่อสักการะองค์พระวิษณุ ที่เป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ครึ่งตัว มือของพระวิษณุ นอกจากนี้ยังมีงาน

สถาปัตยกรรมที่น่าดูอีกมากมายที่เป็นผลงานของนักปั้นชาวอินโดนีเซียที่ทำจากทองแดงและทองเหลือง เช่นครุฑ ซึ่งเป็นพาหนะของพระวิษณุ แถมอยู่ที่นี่ยังสามารถเห็นเวิ้งอ่าวของเกาะบาหลีได้ด้วยทั้งหาดคูต้าและซานูร์ เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวบางคนจึงนิยมมาดูพระอาทิตย์ตกกันที่นี่ และแต่ละวันยังมีการแสดงดนตรีพื้นเมืองและระบำบารองและโชว์ต่างๆให้ดูกันแทบทั้งวัน 

วัดอูลูวาตู บาหลี อินโดนีเซีย,

ตั้งอยู่หน้าผาริมทะเลฝั่งตะวันตกปลายคาบสมุทรบูกิตถือเป็นวัดสำคัญ 1 ใน 5 แห่งที่อยู่ริมทะเล สร้างสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 11 -19 ผ่านการบูรณะและได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ภายในแบ่งเป็น 3 ส่วนตามความเชื่อได้แก่ สวรรค์ มนุษย์ และบริเวณของภูตปีศาจ ไฮไลน์ของวัดนี้อยู่ที่การเป็นจุดชมวิวยามพระอาทิตย์บอกลาขอบฟ้าที่งดงามและโรแมนติก ไม่แพ้วัดทานาห์ลอตหรือหาดคูต้า หรือจะมาชมพระอาทิตย์ขึ้นก็ได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่งงดงามไม่แพ้กันค่ะ ก่อนที่จะเดินไปรอชมพระอาทิตย์ตก ก็แวะไปดูความงดงามของภายในวัดเสียก่อน ที่ประตูแกะสลักหินเป็นรูปปีกครุฑ รูปหน้ากาก ข้างๆ ประดับด้วยรูปสลักพระพิฆเนศ ชั้นสุดท้ายเป็นเจดีย์ซึ่งถือเป็นบริเวณที่มีความสำคัญที่สุด ตรงประตูทางเข้าเจ้าหน้าที่เฝ้าประตูจะให้ผ้าคาดเอวก่อนเข้าด้านใน เมื่อเข้าไปแล้วโปรดระมัดระวังลิงเจ้าถิ่น เพราะอาจจะมาฉกเอาแว่นตา หมวก หรือกระเป๋าถือ ไป ทุกวันพุธและเสาร์ เวลา 1700 – 1900 มีการโชว์ระบำเคจักบริเวณริมหน้าผา เพราะร่ำลือกันว่าการร่ายรำของที่นี่สวยกว่าที่อื่นๆ
 

หาดจิมบารัน บาหลี อินโดนีเซีย


เป็นชายหาดรูปวงพระจันทร์ ท่ามกลางทรายขาวสะอาดและท้องน้ำสีคราม ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบของเกาะบาหลี บนเส้นทางโซนทิศใต้ของสนามบินงูราห์ ไร สู่หาดนูซา ดัว โดยที่จิมบารันมีชายหาดอยู่ 2 ฝั่ง ด้านตะวันตกติดกับอ่าวจิมบารัน มีโรงแรมและรีสอร์ตหรูหราเพิ่งเปิดใหม่ผุดขึ้นหลายแห่ง ส่วนตะวันออกเป็นที่ตั้งของท่าเรือบีนัว บริเวณชายหาดจิมบารัน นักท่องเที่ยวนิยมไปนั่งกินบรรยากาศชมพระอาทิตย์ตกดิน บนฉากของวิวทิวทัศน์ที่งามตา อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่พลุกพล่านและสีสันของภาพชีวิตหมู่บ้านชาวประมง มีปลาสดๆมาขายนักท่องเที่ยวให้ได้ลิ้มลองปิ้งย่างกันริมชายหาก


หาดคูต้า บาหลี อินโดนีเซีย
เป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ที่สุดของบาหลี เพราที่นี่รวมสินค้าสารพันเอาไว้ เช่นผ้าอิกัต ตะกร้าสาน ผ้าซุมบ้า ร้านขายของเก่า แกลลอรี่ขายรูป เสื้อผ้าสมัยใหม่ เสื้อผ้าชายหาด ชุดว่ายน้ำแบบทันสมัยและแบบลายพื้นเมือง ของแต่งบ้านที่ทำด้วยมือปักทออย่างประณีต เครื่องเงิน เครื่องทอง งานแกะสลักไม้ เฟอร์นิเจอร์ เพื่อการตกแต่งบ้านและสวน รวมไปถึงร้านรวงทันสมัย แบรนด์เนมต่างๆ

หาดซานูร์ บาหลี อินโดนีเซีย
ซานูร์ เป็นเมืองชายทะเลที่ค่อนข้างเงียบสงบ อยู่ทางด้านใต้ของเกาะบาหลีฝั่งตะวันออก จึงเป็นชายหาดที่มักถูกลืมเสมอ  ที่เที่ยวเช่น พิพิธภัณฑ์ เลอ มาเยียร์ ศิลปินชาวเบลเยี่ยมเดินทางมาถึงบาหลีเมื่อปี 1932 หลังจากนั้นตอนปี 1935 ก็ตกลงแต่งงานกับสาวบาหลีและใช้ชิวิตอยู่ที่นี่ ตอนนั้นหาดซานูร์ยังเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่แสนสงบ ตอนนี้บ้านของเขาถูกดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์


นูซา ดัว บาหลี อินโดนีเซีย
เป็นสถานที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการพักผ่อนแบบเจ้าหญิงและเจ้าชาย มีโรงแรมระดับ 5 ดาว นูซา ดัว อยู่ห่างจากสนามบินงูราห์ ไร ลงมาด้านใต้สุดของเกาะบาหลีฝั่งตะวันออก นอนอาบแดดริมทะเลบนหาดส่วนตัวของโรงแรม บ่ายๆเปลี่ยนไปว่ายน้ำในสระของโรงแรม ตกเย็นนั่งดินเนอร์ใต้แสงเทียน เพลิดเพลินไปกับการแสดงพื้นเมืองอันงดงามแปลกตา  ตันจุง บีนัว คือส่วนของคาบสมุทรที่ทอดยาวไปทางด้านเหนือของนูซา ดัว ผ่านหมู่บ้านบัวลุ และหมู่บ้านบีนัว ที่นับเป็นอาณาบริเวณอันเป็นที่รวมของวัฒนะธรรมนานาชาติ เพราะเป็นที่ตั้งของวัด สุเหร่า วัดจีน วัดฮินดู ยังเหมาะกับการดำน้ำดูปะการังอีกด้วยค่ะ


บาหลี ตอนกลาง
วัดตัมปะก์ซีริง บาหลี อินโดนีเซีย


บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ (น้ำพุตัมปะก์ซีริง) เชื่อกันว่าพระอินทร์ทรางสร้างขึ้นตอนที่เจาะพื้นพิภพเพื่อสร้างบ่อน้ำอมฤต ชุบชีวิตนักรบของพระองค์ สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 10 ว่ากันว่าน้ำในสระมีอำนาจในการรักษาโรคภัยต่าง ๆ ชาวบาหลีจึงนิยมมาชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ หลังจากถวายเครื่องบัดพลีแก่เทพเจ้าแห่งสระน้ำแล้ว แม้น้ำจะมาจากแหล่งเดียวกัน แต่จะมีท่อแยกเพื่อประกอบ

พิธีกรรมต่างกันไป เทมภัคสิริงค์ ( Tampaksiring )ทุกปีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศจะเดินทางมาที่นี่เพื่อชำระล้างมลทินในบ่อน้ำ บริสุทธิ์ ก่อนอาบน้ำจะทำการบูชาขอบคุณเทพเจ้าแห่งน้ำพุ ที่แท่นบูชาและกรุณาจำไว้ว่าห้ามถ่ายรูปชาวบาหลีขณะอาบน้ำถือเป็นเรื่องที่ หยาบคายมากๆ ทุกวันพระจันทร์เต็มดวงในเดือนตุลาคม ชาวบ้านจากหมู่บ้านมุนะคะยา จะเดินทางมาที่นี่พร้อมกับหินศักดิ์สิทธิ์จากวัดปุราซะเกนัน เพื่อประกอบพิธีชำระล้างหิน
 

เตกัลลาลัง บาหลี อินโดนีเซีย
เป็นหมู่บ้านในเขตเกียนยาร์ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอูบุด บนเส้นทางที่จะไปยังคินตามณี สองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านรวงจำนหน่ายผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลักนานาชนิด ทั้งรูปปลา นก ต้นไม้ และอีกมากมาย ซึ่งโดดเด่นด้วยการแต่งแต้มสีสันฉูดฉาดเพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะราคาถูกกว่าในอูบุด


จันทราแห่งเปเจ็ง บาหลี อินโดนีเซีย
ตั้งอยู่ทางตะวันออกของอูบุด มีชื่อเสียงเช่นเดียวกับวัดเบดุลุได้รับการตั้งชื่อจากกลองที่ทำด้วยบรอนซ์ซึ่งแขวนอยู่บนหอคอยขนาดกว้างกว่า 2 เมตร สร้างมาตั้งแต่ยุคบรอนซ์ ได้รับสมญาว่าจันทราแห่งเปเจ็ง ในอดีตเปเจ็งเป็นเสมือนทำเนียบที่สำคัญของราชวงศ์เปเจ็งก่อนตกอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์มัจปาหิต โดยที่จันทราแห่งเปเจ็งเป็นหนึ่งในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ซึ่งยังหลงเหลืออยู่ทุกๆเดือนที่ 9 ตามปฏิทินบาหลี จะมีการเฉลิมฉลองใหญ่ ผู้คนจะพากันมาสักการะและรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรแห่งนี้


ถ้ำช้างหรือกัวคชา (Goa Gajah) บาหลี อินโดนีเซีย


ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอูบุดเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่งของบาหลี ถูกค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวดัตช์เมื่อปี 1923 ที่ปากถ้ำเป็นหินสลักรูปหน้ายักษ์อ้าปากกว้าง ข้างในมีรูปปั้นพระพิฆเนศ และศิวลึงค์สามแท่ง แทนเทพสามองค์คือ ศิวะ นารายณ์ และวิษณุ ทางปากถ้ำเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์มีน้ำไหลพุ่งจากปากปล่องแกะสลักเป็นรูปอิสตรี 6 นาง ค้นพบในปี 1954 ชาวบาหลีเชื่อว่าถ้าใครได้มาอาบน้ำที่นี้จะเป็นสิริมงคลติดตัวตลอดจนขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกจากร่างกาย บ้างก็เชื่อว่าหากใครอยากมีลูก ลองมาดื่มหรืออาบน้ำที่นี่ รับรองลูกเต็มบ้านแน่นอน


กุนุง กาวี บาหลี อินโดนีเซีย


เป็นเสมือนอนุสรณ์สถานเก่าที่สุด ใหญ่ที่สุด และมีเสน่ห์ที่สุดของบาหลี อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอูบุด ประกอบด้วยแท่นบูชาที่เป็นหินตัดแกะสลักจำนวน 10 แท่น สูง 7 เมตร ตั้งรายล้อมเวิ้งหินผาที่สูงชัน เบื้องล่างคือหุบเขาที่เขียวขจีและมีแม่น้ำไหลผ่าน ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนความทรงจำให้ระลึกถึงราชวงศ์บาหลียุคศตวรรษที่ 11


อูบุด บาหลี อินโดนีเซีย
เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติในบรรยากาศนาขั้นบันไดที่เขียวขจี เมืองอูบุดตั้งอยู่ตอนกลางของเกาะ สองข้างทางที่ผ่านเต็มไปด้วยร้านขายของพื้นเมือง ขายสินค้าหัตถกรรม เช่น ตะกร้า ผ้าซุมบ้า น้ำมันหอมระเหย ธูปหอม เทียนหอม งานไม้แกะสลักรูปสัตว์ต่างๆ ผ้าบาติก กระเป๋า เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน ฯลฯ  ที่นี่คือแหล่งรวมงานศิลปะและการแสดงฟ้อนรำ อูบุดมีร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งโบราณสถานและวัดจำนวนมากดังนั้นไม่ควรพลาดที่จะเยี่ยมชมอูบุดหากได้ไปบาหลี อูบุดตั้งอยู่ใจกลางเกาะบาหลี นับร้อยปีมาแล้วที่ที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของศิลปะ ระบำและดนตรีพื้นเมือง อูบุดเป็นสถานที่ยอดนิยมของเหล่าศิลปิน และนักเขียนมากมาย โรงแรมห้าดาวและรีสอร์ทหรูผุดขึ้นทั่วไปในอูบุด แต่อูบุดก็ยังคงน่าท่องเที่ยวอยู่ แม้จะเที่ยวแบบแบกเป้เดินเที่ยวก็ตาม อูบุดก็ยังคงเป็นอูบุดเหมือนเก่า โรงแรมหรู ไม่ได้มีผลกระทบต่อมนต์เสน่ห์ของอูบุดเลยแม้แต่น้อย


ซาเคร็ด มังกี้ ฟอเรสท์  อูบุด บาหลี อินโดนีเซีย
เป็นแหล่งอนุรักษ์ฝูงลิงนับร้อยตัว ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของถนนมังกี้ ฟอเรสท์ มีทางเข้า 3 ทาง มีวัดเล็กๆตั้งอยู่ 3 แห่งคือวัด ดาเล็ม อากุง ปาดัง เตกัลป์ หรือเรียกกันว่าวัดแห่งความตาย ซึ่งชาวบ้านมักจะพากันมาทำพิธีในวันสำคัญทางศาสนา


พระราชวังปุรี ซาเร็น อากุง อูบุด บาหลี อินโดนีเซีย
อยู่ตรงข้ามตลาดอูบุด เคยเป็นวังหลวงเก่าของกษัตรยิ์พระองค์สุดท้ายที่ปกครองเมือง ปัจจุบันใช้เป็นที่จัดแสดงศิลปะสไตล์บาหลี อีกทั้งแบ่งโซนเป็นที่พำนักของผู้สืบสันตติวงศ์ช่วงปี 1930 เคยเปิดเป็นโรงแรมแห่งแรก แล้วเปลี่ยนมาเป็นการต้อนรับผ้าเยือนในลักษณะโฮมสเตย์เล็กๆมีบริเวณของการจัดสวนค่อนข้างกว้างขวาง สร้างศาลาที่พักแบบค่อนข้างเป็นทางการ แกะสลักลวดลายจารึกปิดทองดูอลังการ


วัดบาตรวน อูบุด บาหลี อินโดนีเซีย
เป็นวัดเล็กๆและเป็นวัดที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของบาหลีที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ที่นี่เปลือยให้เป็นสถาปัตยกรรมแบบบาหลีขนานแท้ ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นการแกะสลัก หรือแม้แต่ประตูทางเข้าที่งดงามแบบบาหลีโบราณ 

 

เกาะบาหลี ตะวันออก อินโดนีเซีย 
เบซากี (Besakih)บาหลี อินโดนีเซีย


วัดเบซากิห์ ได้ชื่อว่าเป็วัดที่มีความสำคัญที่สุด และถือว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเหนือวัดทั้งปวง วัดเบซากีห์ตั้งอยู่ในเขตเมืองการังกาเซ็มคนที่นี่ยกให้เป็นวัดหลวงหรือวัดคู่บ้านคู่เมือง  มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล ประกอบด้วยวัดใหญ่น้อยรวมอยู่ด้วยกันถึง 22 วัด ตรงกลางคือวัดใหญ่สุด โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟกุนุง อากุง ด้วยความสูง 3142 เมตร สูงที่สุดในบาหลี เพิ่งระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2506 ในส่วนของวัดเบซากิห์นั้น วัดที่ใหญ่ที่สุด สำคัญที่สุดตั้งอยู่ตรงกลางมีนามว่า วัดเปนาทารัน อากุง วัดนี้จะคึกคักมากที่สุดช่วงงานเทศกาล ปีหนึ่งๆจะจัดกันถึง 50 ครั้ง ผู้คนนับร้อยนับพันในชุดแต่งกายสไตล์บาหลี พากันแห่แหนมาทำพิธีท่าม

กลางความงามของวิวทิวทัศน์แบบพาโนราม่า ตลอดจนภาพของภูเขาไฟที่น่าประทับใจเป็นฉากเบื้องหลัง  วัดเบซากิห์ตั้งอยุ่บนความสูง 1000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล บนเส้นทางขึ้นเขาสู่ปากปล่องภูเขาไฟกุนุง อากุง ช่วงเวลาเที่ยวชมเหมาะที่สุดคือตอนเช้า เพราะเมื่อเริ่มสายขึ้นเรื่อยๆเมฆหมอกจะพากันมาปกคลุมจนไม่สามารถมองเห็นยอดเขาได้อย่างชัดเจนอีกทั้งยังคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่พากันมาชื่นชมความงามอย่างมากมาย ขณะเดียวกัน แม้วัดเบซากิห์ถือเป็นวัดสำคัญที่สุดของบาหลีก็ตามที แต่มีเรื่องน่าผิดหวังหลายอย่างเพราะบรรดานักท่องเที่ยวจะถูกกันไม่ให้ย่างกรายเข้าไปเที่ยวชมภายในได้เหมือนที่อื่นๆอีทั้งยังต้องแข่งกับเวลาก่อนที่เมฆหมอกจะแผ่มาปกคลุม ตรงกลางซึ่งเป็นวัดใหญ่ ใช้ประกอบพิธีสำหรับชนชั้นวรรณะสูง ห้ามบุคลที่ไม่ได้นับถือศาสนาฮินดูเข้าไปอย่างเด็ดขาด

กุนุง อากุง  บาหลี อินโดนีเซีย
ภูเขาไฟแห่งนี้ยังคงทรงพลังและคุกรุ่นตลอดเวลา อีกทั้งเป็นเสมือนจุดศูนย์กลางของโลกหรือมาเธอร์เมาน์เท่น ตามความเชื่อของชาวบาหลีนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กุนุง อากุง คือหนึ่งในหมู่มวลภูเขาทั้งหมดของบาหลีที่ล้วนเป็นภูเขาไฟ บางลูกยังซ่อนตัวอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ขณะที่บางลูกแอคทีฟตลอดเวลา แนวภูเขาไฟเหล่านี้ถูกเรียกว่า เซ็นทรัล เมาน์เท่น หลายๆลูกมีความสูงกว่า 2000 เมตร โดยมี กุนุง อากุง เป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุด ย้อนไปเมื่อปี 1963 ภูเขาไฟแห่งนี้ปะทุครั้งรุนแรงจนนำมาซึ่งความหายนะ จากนั้นค่อยๆสงบลงชั่วคราว โดยมีวัดเบซากิห์ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนไหล่เขาอันเป็นธารหินลาวา และกลายเป็นแหล่งดึงดูดเหล่าผู้ศรัทธาตลอดจนนักท่องเที่ยวให้มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย


กลุงกุง (Klungkung)บาหลี อินโดนีเซีย
เป็นพระราชวังเก่าแก่ มีชื่อเดิมว่า เซมาราปุระ (Semarapura) อยู่ทางทิศตะวันตกของคุซัมบา และมักเรียกกันว่า พระราชวังทามันกิลิ (Taman Gili Royal Palace) หรือ ไอส์แลนด์ การ์เด้นท์ (Island Garden) ล้อมรอบไปด้วยแนวกำแพงที่มีการตกแต่งสวนอยู่ภายใน พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นก่อนศตวรรษที่ 18 สมัยราชวงศ์มัจฉปาหิต ประกอบไปด้วยศาลลาว่าการเคอร์ตา โกซา (Kherta Gosa) บนเพดานเป็นภาพลวดลายเกี่ยวกับนรกและสวรรค์ ส่วนของปะรำพิธีเก็มบัง (Bale Kembang) ตกแต่งอย่างโอ่อ่า แกะสลักรูปดอกบัวเรียงรายเป็นแนวยาว ช่วงระหว่างการก่อสร้าง ได้มีการเกณฑ์ช่างมาสร้างสรรค์ผลงานอย่างสุดฝีมือ จนกลายเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมสไตล์บาหลีที่ถือว่าดีที่สุด กระทั่งบาหลีถูกดัตซ์ยึดครอง จึงเป็นอันสิ้นสุดความรุ่งเรืองที่มีมากว่า 200 ปี ถัดจากพระราชวัง ด้านหลังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ซึ่งเคยเป็นโรงเรียนมาก่อน มีการบันทึกเรื่องราวของอาณาจักรกลุงกุงเอาไว้ ภายในเป็นแหล่งสะสมผลงานศิลปะยุคเก่า ตลอดจนภาพเขียนของศิลปินรุ่นใหม่ชาวอิตาเลี่ยนนามว่า โกเลกซี อัมบรอน (Koleksi Ambron) แสดงภาพวิถีชีวิตชาวบาหลีในอดีต เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.00 – 18.00 น. เสียค่าเข้าชมคนละ 5,000 รูเปียะห์


หมู่บ้านเทงกานัน Traditional Village บาหลี  อินโดนีเซีย
ที่นั่นคุณจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านในแบบขนานแท้และดั้งเดิมว่าเขากินอยู่หลับนอนกันอย่างไร  หมู่บ้านส่วนใหญ่จะมีวัดประจำหมู่บ้านตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ภายในเป็นลานวัดสำหรับใช้สวดมนต์ทำพิธีสักการบูชาของเหล่าสาธุชนทุกๆค่ำคืนวันขึ้น 15 ค่ำและแรม 15 ค่ำ พอครบรอบทุกๆ 6 เดือนก็จะมีการเฉลิมฉลองใหญ่ โดยชาวบ้านจะพากันแต่ชุดสวยงามตามแบบฉบับ ออกไปทำพิธีที่วัดอย่างเนืองแน่น พร้อมใจถวายเครื่องสักการะกันอย่างพร้อมเพรียง ส่วนท้ายหมู่บ้าน จะพบว่าอาณาบริเวณแถบนี้จะถูกจัดเป็นปะรำพิธีศพ หากชาวบ้านรายใดเสียชีวิตลง ผู้คนในหมู่บ้านก็จะช่วยกันทำพิธีและแห่ศพมาฌาปนกิจและฝังยังสุสานที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ส่วนบริเวณที่นับว่าน่าสนใจที่สุดคือตอนกลางหมู่บ้าน เพราะแบ่งเป็นที่ตั้งของอาคารบ้านเรือน กลายเป็นชุมชนย่อยๆที่ใช้ชีวิตอย่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนพบปะสนทนา ร่วมทุกข์ร่วมสุขช่วยเหลือร่วมแรงร่วมใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานเทศกาลเฉลิมฉลองกิจวัตรภายในครัวเรือน งานด้านการเกษตร การชลประทาน ซึ่งจะมีการเลือกผู้นำหมู่บ้านให้เป็นผู้นำในการตัดสินใจ ทุกๆบ้านปลูกต้นลีลาวดีที่ออกดอกหอมอบอวลไปทั่ว หรือไม่ก็ต้นมะพร้าวพันธุ์หมูสีเหลือง


พระราชวังตามัน เตียร์ตา กังกา (Taman Tirta Gangga Palace)บาหลี อินโดนีเซีย
เป็นพระราชวังริมน้ำอีกแห่งหนึ่ง อยู่ทางทิศเหนือของเมืองอัมลาปุระ ในเขตหมู่บ้านเตียร์ตา กังกา ถูกสร้างเป็นอนุสรณ์หลังจากการสร้างพระราวังริมน้ำทามัน อูจุง เสร็จสิ้น แม้ไม่ได้ใหญ่โตแต่ก็สวยงามและทำให้รำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์การังกาเซ็มในอดีต ตัวพระราชวังขนาบข้างด้วยสระน้ำที่ได้รับการตกแต่งอย่างดี เปิดให้เข้าชมตลอดวัน แต่บูธขายตั๋วจะเปิดเวลา 06.00 – 18.00 น. ราคาสำหรับผู้ใหญ่ 3,100 รูเปียะห์ เด็ก 1,600 รูเปียะห์ ถ้าต้องการลงไปแหวกว่ายกลางสายน้ำต้องซื้อตั๋วต่างหาก ราคา 6,000 รูเปียะห์


บาหลี  ทางตะวันตก บาหลี  อินโดนีเซีย
วิหารตานะห์ ล็อต บาหลี อินโดนีเซีย


แห่งนี้ตั้งอยู่เหนือผืนดินบนแท่นหิน ซึ่งเกิดจากการถูกคลื่นกัดเซาะ หอสีดำและเถาไม้เลื้อยเหนือหน้าผาของตานะห์ล็อต ชวนให้ระลึกถึงภาพวาดอันประณีตของจีน คูหาที่รายรอบวัดคือที่อาศัยของงูศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งอยู่อย่างสันโดษโดยไม่ถูกรบกวน อนุญาตให้เข้าไปข้างในได้ เฉพาะผู้มาสักการะเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมทัศนียภาพ ที่งามจับตายามอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้บนเขาลูกใกล้กัน ตานะห์ล็อต บาหลี อินโดนีเซีย สร้างโดย ดังห์ยัง นิราร์ตา พระสมัยศตวรรษที่ 16 ซึ่งมองเห็นแสงสว่างวาบขึ้นที่จุด ๆ หนึ่งบนฝั่งตะวันตก จึงเดิน

ทางไปที่ดังกล่าวเพื่อทำสมาธิ สาวกของผู้นำทางจิตวิญญาณในท้องถิ่นรู้สึกประทับใจ จึงมาศึกษาศาสนากับท่าน สร้างความขุ่นเคืองแก่นักบวชในท้องถิ่นอย่างมาก จึงท้าทายนิราร์ตา แต่ท่านยังคงถือขันติ และย้ายที่บำเพ็ญเพียรไปยังมหาสมุทร สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่รู้จักในนาม ตานะห์ล็อต หรือ “ดินแดนในทะเล” วัดทานาห์ลอต (Tanahlot Temple) ความพิเศษของวัดทานาห์ลอตแห่งนี้ คือ เป็นวัดริมทะเล 1 ใน 5 ของเกาะบาหลี ที่สร้างโดยนักบวชฮินดูนามว่า ดัง ฮยัง นิราร์ธา (Dang Hyang Nirartha) ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 เพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล ด้วยลักษณะการสร้างอยู่บนโขดหินคล้ายเกาะเล็กๆ เวลาน้ำขึ้นจึงเหมือนวัดอยู่กลางทะเล  มีภูมิทัศน์สวยงามกว่าแห่งอื่นๆ เมื่อมอง

จากจุดชมวิวจะเห็นเจดีย์กับสถูปตั้งอยู่กลางน้ำ นับเป็นจุดชมวิวอันงดงาม กลายเป็นวัดที่ผู้คนรู้จักและถูกถ่ายรูปมากที่สุดก็ว่าได้อันที่จริงคำว่าทานาห์ลอต แปลกันให้ตรงตัวก็หมายถึง ผืนแผ่นดินที่เชื่อมต่อกับทะเล ในยามที่น้ำลงผู้คนสามารถเดินข้ามทางเดินไปยังตัววัดได้ไฮไลต์ของวันน่าจะเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตกดิน ถือเป็นช่วงไพร์มไทม์เชียวล่ะ ถ้าใครมาช่วงนี้จะเจอกองทัพนักท่องเที่ยวอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ตามริมโขดผาจะมีร้านค้าเรียงรายกันแทบไม่มีที่ว่าง ถ้าไม่มีธุระเร่งรีบไปไหน น่าลองนั่งชมดวงอาทิตย์กลมเกลี้ยงค่อยๆ ร่วงลงน้ำ  แต่ถ้าอยากชมทานาห์ลอตในแบบสงบเงียบ ไม่พลุกพล่าน แนะนำให้มาตอนกลางวัน ค่าเข้าชมคนละ 10,000 รูเปียะห์ ค่าจอดรถคันละ 5,000 รูเปียะห์

เม็งวี (Mengwi)บาหลี อินโดนีเซีย

เป็นเมืองเก่าแก่สมัยอาณาจักรเม็งวีเรืองอำนาจ สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1634 มีขนาดใหญ่โตกว้างขวาง ห้อมล้อมไปด้วยกำแพงวัดที่สูงใหญ่วิจิตรตระการตา เคยเป็นวังเก่ามาก่อน อาราจักรแห่งนี้รอดพ้นจากศัตรูมาได้จนถึงปี ค.ศ.1891 จึงถูกพิชิตโดยอาณาจักรทาบานัน (Tabanan) และบาดุง (Badung) ที่อยู่ใกล้เคียง
เมื่อเดินผ่านแนวกำแพงเข้าไปด้านใน คือที่ตั้งของศูนย์ศิลปะมันดาลา วิสาตา (Mandala Wisata Arts Centre) และเป็นพิพิธภัณฑ์ไปในตัว จัดแสดงสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจเกี่ยวกับเรื่องราวงานเทศกาลต่างๆ ในบาหลีด้วยระบบ 3 มิติ เปิดเข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 3,000 รูเปียะห์

 

วัดทามัน อายุน (Pura Taman Ayun)บาหลี อินโดนีเซีย


เคยเป็นวังเก่า อยู่ในเขตเมืองเม็งวี สร้างตอนศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมของกษัตริย์ราชวงศ์เม็งวี ด้านนอกดูเรียบๆ และธรรมดา แต่เมื่อเดินอ้อมไปด้านหลังจะพบกับภาพที่งดงามอย่างคาดไม่ถึง ทั้งสวย สะอาด มีสระน้ำล้อมรอบ ร่มรื่น รายรอบเรียงรายไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับ ด้วยความที่เป็นวังเก่ามาก่อน จึงได้รับการดูแลอย่างดี ทั้งกำแพง ประตูวัด ล้วนก่อด้วยหินสูง แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง หลังคาปูด้วยหญ้าอลัง-อลัง ถักละเอียด ด้านขวามีหอสูงสำหรับชมวิว สิ่งก่อสร้างภายในตกแต่งลวดลายงดงามตามแบบบาหลี อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวสามารถเดินดูได้รอบๆ กำแพงเท่านั้น เพราะห้ามเข้าไปด้านใน ค่าเข้าชมคนละ 3,000 รูเปียะห์


วัดบาตูการู (Batukaru Temple)บาหลี อินโดนีเซีย
จัดว่าเป็น 1 ใน 6 วัด ที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะบาหลี ตั้งอยู่ในทำเลที่สงบเงียบและสวยงาม ท่ามกลางป่าฝนและมีเทือกเขาบาตูการูเป็นฉากหลัง มักจะมีชาวบ้านเดินเรียงรายมาทำบุญกันที่วัดนี้เป็นประจำ ถ้าขับรถจากเดนพาซาร์ก็ชั่วโมงกว่า เป็นวัดที่ไม่เก็บค่าเข้าชม แล้วแต่จะบริจาค

นาขั้นบันไดจาติลูวิห์ (Jatiluwih Rice Terrace)บาหลี อินโดนีเซีย
เป็นหมู่บ้านตรงตีนเขาที่มีนาขั้นบันไดที่สวยงาม มองเห็นภาพกว้างเป็นฉากพาโนราม่า ชาวบ้านละแวกนี้ส่วนใหญ่ทำนาทำสวนกัน มีทั้งสวนกาแฟ สวนทุเรียน ต้นโกโก้ อะโวคาโด้ และป่าไผ่ ถ้าจังหวะดีอาจจะได้เห็นชาวบ้านที่ยังไถนาด้วยวัวหรือควาย แต่เขาเก็บค่าเข้าชทนาข้าวขั้นบันไดคนละ 10,000 รูเปียะห์

บาหลี อินโดนีเซีย ตอนเหนือ  Nothern Bali บาหลี อินโดนีเซีย
เสน่ห์ของบาหลีตอนเหนือเรียกว่าครบเครื่อง ที่นี่คือดงภูเขาไฟอันมหัศจรรย์ของโลก ท้าทายให้ขึ้นไปปีนป่ายยิ่งนัก โอบล้อมไปด้วยความงามของทะเลสาบและแหล่งท่องเที่ยวที่สวยสดงดงาม ท่ามกลางสีสันของผู้คน ได้อาบน้ำแร่แช่น้ำตกบำรุงผิวพรรณ ดื่มด่ำกับท้องทะเลและผืนทรายที่ไม่มีแห่งใดเหมือน ความสุขเหล่านี้รอคุณอยู่แค่เอื้อม


เยห์ ปานาส (Yeh Panas) หรือ แอร์ ปานาส (Air Panas) บาหลี อินโดนีเซีย
เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่โดดเด่นไปด้วยภาพภูมิทัศน์ ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของพรรณไม้เขตร้อน เหมาะกับการมาพักผ่อนและลงแช่น้ำแร่ผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังจากตระเวนท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ จนเป็นที่นิยมของคนทั่วไป
บริเวณบ่อน้ำพุแรก น้ำจะถูกพ่นออกมาจากปากนาค 8 เศียร ขณะที่น้ำพุร้อนอีกสายธารจะไหลผ่านนาค 5 เศียร ลงสู่บ่อที่ 2 ที่มีขนาดใหญ่กว่า ส่วนบ่อที่ 3 น้ำจะไหลมาตามรางสูง 3 เมตร ลงมาสู่สรรพร่างกายของผู้ที่นอนแช่ เพื่อเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อ โดยมีข้อแนะนำว่าไม่ควรสวมเสื้อผ้าหนาเกินไป และไม่ควรนำสบู่ไปนั่งลูบไล้อยู่ตรงนั้น เพราะมีฝักบัวให้ยืนอาบกลางแจ้งแยกอยู่ต่างหาก
เส้นทางไปยังบ่อน้ำพุร้อน จากหน้าหาดโลวินาเดินทางมาทางหมู่บ้านบันจาร์ เตกา (Banjar Tega) ที่อยู่ไม่ไกลนัก ผ่านอามรามเล็กๆ และย่านรถรับจ้าง ค่าตั๋วเข้าบ่อน้ำพุร้อนคนละ 3,000 รูเปียะห์ มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ภายในร้านอาหาร เปิดทุกวันเวลา 08.00 – 18.00 น.

ทะเสาบบราตัน (Lake Bratan) บาหลี อินโดนีเซีย
อยู่ในเขตเมืองตาบานัน (Tabanan) เป็นทะเลสาบที่มีมนต์ขลัง หากเดินทางมาจากตอนใต้เพื่อมุ่งสู่ตัวทะเลสาบ ฉากหลังที่เห็นคือ ทุ่งข้าวขั้นบันไดที่ค่อยๆ ลาดต่ำลง ขณะที่ด้านหน้าคือ ท้องทะเลสาบอันกว้างใหญ่ โดยมีฉากของวัดอูลัน ดานู บราตัน สะท้อนผืนน้ำสวยงามดั่งภาพวาด ด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบาย ชาวบาหลีและชาวอินโดนีเซียจึงนิยมเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจ เพลิดเพลินไปกับกิจกรรม ตลอดจนกีฬาทางน้ำอย่างเต็มอิ่ม แรงจูงใจสำคัญอยู่ที่ราคาค่าบริการไม่แพง อยู่ในระดับที่คนมีฐานะอย่างชาวบ้านสามารถรับได้ ขณะเดียวกัน ที่นี่ยังใช้เป็นจุดหยุดพักสำหรับหารออกไปเทรกรอบๆ ทะเลสาบ สู่สวนพฤกษศาสตร์หรือหมู่มวลขุนเขา โดยมีร้านขายของที่ระลึกราคาถูกแบบสุดๆ ตั้งอยู่ไม่ห่าง

เบดูกุล (Bedugul)บาหลี อินโดนีเซีย
คืออาณาบริเวณที่อยู่ตอนใต้สุดของทะเลสาบบราตัน ซึ่งมีฉายาว่า ทามัน เรเกรียซี เบดูกุล (Taman Rekreasi Bedugul) หรือสวนสาธารณะเพื่อการพักผ่อนแห่งเบดูกุล (Bedugul Recreation Park) ที่พรั่งพร้อมไปด้วยโรงแรมที่พัก สนามกอล์ฟ 18 หลุม ที่ดีที่สุดแห่งแห่งในโลก อย่างเช่น บาหลี ฮันดารา โคไซโด (Bali Handara Kosaido Country Club) ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านขาบของที่ระลึก ตลอดจนกิจกรรมทางน้ำนานาชนิด
เบดูกุลตั้งอยู่บนความสูง 1,300 เมตร จากระดับน้ำทะเล บนปากปล่องภูเขาไฟกุนุง บาตูร์ (Gunung Batur) เป็นแหล่งที่พักตากอากาศที่ได้รับความนิยมสูง สงบเงียบ ปกคลุมด้วยม่านหมอก ทั้งยังเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำที่มีความสำคัญต่อการทำไร่ทำนาในแถบนี้  เบดูกัล (Bedugul) บาหลี อินโดนีเซียเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญสำหรับไร่นาในแถบนี้ จึงมีพิธีบูชาเดวีดะเนา มี


วัดอูลัน ดานู บราตัน (Pura Ulan Danu Bratan)บาหลี อินโดนีเซีย

ตั้งอยู่กลางน้ำริมทะเลสาบ งดงามไปด้วยเงาสะท้อนของเจดีย์กลางน้ำที่สูงเด่นอย่างไม่มีใครเหมือน ถึงแม้เป็นวัดเล็กๆ ที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการเหมือนที่อื่นๆ แต่บรรยากาศที่เห็นกลับงามตากว่าหลายเท่านัก โดยมีแบ็กกราวนด์ด้านหลังเป็นภูเขาไฟสูงทะมึน บางช่วงถูกคั่นด้วยปุยเมฆสีขาว แลเห็นยอดเจดีย์เรียงรายเป็นทิวแถวอย่างสง่างาม  วัดนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ทำพิธีทางศาสนาพุทธและฮินดู รวมทั้งอุทิศแด่เทวีดานู (Dewi Danu) เทพแห่งสายน้ำ แม้ไม่สามารถเดินข้ามไปยังวัดได้ แต่การได้เดินชมความงามรายรอบ ท่ามกลางบรรยากาศของการจัดสวนที่ลงตัว เท่านี้ก็สุดแสนโรแมนติก เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.30 – 18.00 น. ผู้ใหญ่เสียค่าตั๋ว 5,000 รูเปียะห์ เด็ก 2,100 รูเปียะห์ ค่าจอดรถ 2,000 รูเปียะห์

กุนุง บาตูร์ (Gunung Batur) บาหลี อินโดนีเซีย
มีอายุกว่า 50,000 ปี เป็นหนึ่งในภูเขาไฟบนเกาะบาหลีที่ชาวเมืองให้การสักการบูชาอย่างไม่เป็นรองภูเขาไฟ กุนุง อากุง และนับว่าเป็นภูเขาไฟที่มหัศจรรย์ของโลก แถมยังเป็นที่ท้าทายให้เหล่านักปีนป่ายได้มาพิสูจน์ด้วยสายตาตัวเอง
กุนุง บาร์ตู มีความสูง 1,717 เมตร ตั้งอยู่ในเขตเมืองเบงกลี (Bengli) เคยแสดงพลังด้วยการปะทุพ่นลาวาและเถ้าภูเขาไฟมาแล้วหลายครั้งตลอดช่วงศตวรรษที่ผ่านมา เช่น เมื่อปี ค.ศ. 1994 การปะทุกินเวลานาน 1 เดือน ลาวาหรือหินหลอมละลายต่างพวยพุ่งออกมาทั้งวันทั้งคืน
ล่าสุดปี ค.ศ. 1997 การปะทุเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ส่วนใหญ่เป็นการพ่นหินทรายสีดำกับควันไฟออกมาให้เห็น แม้กระทั่งปัจจุบัน กุนุง บาตูร์ ก็เป็นหนึ่งในภูเขาไฟของอินโดนีเซียที่ยังแอคทีฟ อาจจะระเบิดหรือพ่นลาวาออกมาเมื่อไหร่ก็ได้
แม้ภาพความทรงจำในอดีตยังคงฝังใจ แต่ชาวบาหลีทั้งหลายก็ยังคงให้การสรรเสริญต่อภูเขาไฟกุนุง บาตูร์ ด้วยความเคารพสักการะ อีกทั้งแร่ธาตุที่เกิดจากเถ้าภูเขาไฟ นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินเพื่อการเกษตร ตลอดจนรายได้ที่เกิดจากการมาเยือนของนักท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย

ทะเลสาบบาตูร์ (Lake Batur)บาหลี อินโดนีเซีย
ทะเลสาบแห่งนี้มีความยาว 7 กิโลเมตร กว้าง 2.5 กิโลเมตร ลึก 60 – 70 เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของภูเขาไฟกุนุง บาตูร์ เป็นทะเลสาบเพียงแห่งเดียวของบาหลีที่สายน้ำเกิดจากการไหลผ่านของธารน้ำใต้ทะเลสาบ
จากชุมทางเปนาโลกัน (Penalokan) มีเส้นทางรถยนต์ตัดผ่านไปยังทะเลสาบ สองข้างทางเรียงรายไปด้วยโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ซึ่งบรรดานักท่องเที่ยวนิยมใช้เป็นสตาร์ทของการเทรกและล่องเรือลัดเลาะชมความงามของทะเลสาบ
บริเวณรอบทะเลสาบเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านหลายแห่ง ใหญ่ที่สุดได้แก่ โตยา บังกาห์ (Toya Bungkah) นักท่องเที่ยวนิยมแวะหยุดพักลงอาบน้ำแร่ ใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการเทรกสู่ปากปล่องภูเขาไฟ นอกจากนี้ หมู่บ้านที่ชื่อว่า ทรุนยัน (Trunyan) หรือบาหลี อกา (Bali Aga) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออก นับว่ามีเอกลักษณ์อย่างมาก ถือเป็นบรรพบุรุษดั้งเดิมของชาวบาหลยุคแรก สมัยอพยพจากชวาตะวันออกเข้ามาตั้งรกราก ก่อนอาณาจักรมัจฉปาหิตเรืองอำนาจ
ขณะเดียวกัน เหนือท้องน้ำรอบๆ ทะเลสาบ มีบริการเรือนำเที่ยวแบบเช่าเหมาพาไปล่องเรือ ผ่านหมู่บ้านทรุนยัน บ่อน้ำพุ ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ออกจากท่า เกดิซัน (Kedisan) ค่าเรือ 150,000 รูเปียะห์ต่อลำ ไป-กลับ บวกค่าธรรมเนียม ค่าประกัน 2,000 รูเปียะห์ต่อคน เปิดขายตั๋วเวลา 08.00 – 16.00 น. มีคำแนะนำว่า ก่อน 10.00 น. คือเวลาเหมาะสมที่สุดสำหรับล่องเรือ เนื่องจากคลื่นลมสงบ ท่ามกลางฉากความงามที่มีแสงแดดส่องประกายสะท้อนน้ำได้อย่างพอเหมาะพอดี

คินตามณี (Kintamani) บาหลี อินโดนีเซีย
คือ ชื่อของหมู่บ้านที่สวยงาม ซึ่งได้ชื่อมาจากเมืองโบราณแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมปากปล่องภูเขาไฟกุนุง บาตูร์ ทางทิศตะวันตก บนความสูง 1,500 เมตร โดยมีทะเลสาบบาตูร์ที่ท้องน้ำเป็นสีฟ้าคราม สะท้อนแสงแดดเป็นประกายปรากฏอยู่เบื้องหน้า และมีภูเขาไฟกุนุง บาตูร์ เป็นฉากเด่นอยู่เบื้องหลัง จนได้รับการจัดอันดับว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งของบาหลี
ย้อนไปในช่วงปี ค.ศ. 1917 หมู่บ้านคินตามณีเคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการปะทุของภูเขาไฟ สังเวยชีวิตชาวบ้านกว่า 1,000 คน ทั้งยังทำลายบ้านเรือนกว่า 60,000 ครัวเรือน วัดกว่า 200 แห่ง
ครั้นเมื่อหมู่บ้านถูกสร้างขึ้นใหม่ กุนุง บาตูร์ ก็แผดพลังอำนาจอีกครั้งตอนปี ค.ศ. 1926 ธารลาวาไหลโถมทับหมู่บ้านจนราบพนาสูญ ชาวบ้าน 300 คน ต้องสังเวยชีวิต กลายเป็นสุสานลาวา เหลือไว้เพียงสถูปเจดีย์ที่อยู่ภายในหมู่บ้านเท่านั้น จากนั้นชาวบ้านจึงพากันย้ายไปอยู่บริเวณปากปล่องที่อยู่สูงขึ้นไปอีก ซึ่งก็คือ หมู่บ้านคินตามณีในปัจจุบัน ส่วนสถูปเจดีย์ก็ถูกเคลื่อนย้ายไปไว้ที่วัดอูลันดานูบาตูร์ ที่อยู่ไกลออกไป 5 กิโลเมตร

ภูเขาไฟคินตามานี บาหลี อินโดนีเซีย
เป็นภูเขาไฟที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 บนเกาะบาหลี ในอดีตที่ผ่านมา ภูเขาไฟคินตามานีเคยเกิดการระเบิด ได้พ่นลาวาทำความเสียหายนับพันชีวิต และทรัพย์สินให้แก่ชาวบาหลีไปไม่น้อย ปัจจุบันภูเขาไฟคินตามานี กลับเป็นจุดดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวอย่างมาก ภูเขาไฟคินตามานแห่งนี้ ตามภาษาราชการเรียกว่า Mount Batur มีความสูง 1,171 เมตร อยู่ติดกับทะเลสาป มีชื่อว่า Batur เหมือนกันกับชื่อภูเขาไฟ มีพื้นที่ประมาณ 16.07 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นทะเลสาป ที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะแห่งนี้ คินตามานีเพี้ยนมาจาก ชื่อของหญิงชาวจีนที่ชื่อ คังฉีหมิง ที่แต่งงานกับเจ้าชายบาหลี เพื่อเป็นการระลึกถึงเธอ ชื่อเธอจึงถูกตั้งเป็นชื่อภูเขา ปัจจุบันนี้ยังสามารถมองเห็นเถ้าสีดำที่เหลืออยู่ ซึ่งแสดงถึง ร่องรอยการระเบิด ในอดีตทะเลสาป Batur เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญต่อการเกษตร และแหล่งเลี้ยงปลาน้ำจืด คินตะมะนี (Kintamani) บาหลี อินโดนีเซียเป็นอำเภอบนภูเขา ซึ่งได้ชื่อมาจากเมืองโบราณ คินตะมะนีอยู่ที่ความสูง 1,500 เมตร มีภูเขาไฟบะตูร์ที่ยังคงมีร่องรอยของการระเบิดในอดีต ภูเขาไฟลูกนี้เป็นภูเขาไฟที่ยังคงมีชีวิต การปะทุของภูเขาไฟลูกนี้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 1994 แต่การปะทุครั้งใหญ่เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายในปี 1926 และมีหมู่บ้านที่สวยงามบนปากปล่องภูเขาไฟ และมีทะเลสาบที่งดงามดูเป็นสีฟ้าใสราวกับแก้ว แต่บางครั้งกลับดูเป็นสีเงินเหมือนฉาบปรอท จัดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งของบาหลี

วัดอูลันดานูบาตูร์ (Pura Ulan Danu Batur) บาหลี อินโดนีเซีย

เมื่อขึ้นมายืน ณ บริเวณด้านหลังของวัด จะสามารถมองเห็นทั้งทะเลสาบบาตูร์และฉากของภูเขาไฟกุนุงบาตูร์ในมุมกว้างได้อย่างชัดเจน ยามเมื่อถึงเทศกาลคราใด วัดแห่งนี้จะคับคั่งไปด้วยชาวบ้านที่พากันมาทำพิธีทางศาสนา ทั้งคนแก่เฒ่า หนุ่ม สาว ลูกเล็กเด็กแดง ต่างแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง ผู้ชายนุ่งโสร่งสีเหลือง สวมเสื้อสีขาว มีผ้าคาดเอวหลวมๆ ไว้ที่เอว ส่วนสาวๆ จะแต่งชุดหลากสี นุ่งผ้านุ่งแคบๆ รัดแนบตัว สวมเสื้อลูกไม้แขนยาวบางๆ คาดผ้าโชว์เอวอันคอดกิ่ว แบกเครื่องบูชานานาชนิดทูนไว้บนหัวพากันเดินไปที่วัด


วัดแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตและงดงาม คล้ายศิลปะแบบเดียวกับนครวัด นครธม บรรยากาศภายในจะเป็นไปอย่างครื้นเครงสมกับมีงานเทศกาล เสียงเครื่องดนตรีโหมโรงอย่างไม่หยุดหย่อน ท่ามกลางริ้วธงสีต่างๆ ปลิวไสวไปทั่ว เมื่อชาวบ้านทยอยนำเครื่องเซ่นสรวงบูชามาทำพิธี เสร็จแล้วก็จะทูนไว้บนหัวพากลับไปกินกันที่บ้าน ยามใดที่มีงานเทศกาล ก็จะเห็นชาวบ้านทยอยมาวัดกันทั้งวัน ต่างจากบ้านเราที่ไปทำบุญเฉพาะช่วงเช้าแบบม้วนเดียวจบ
วัดแห่งนี้ไม่เก็บค่าเข้าชม เว้นเสียแต่จะยินดีทำบุญบริจาค 2,000 รูเปียะห์ ส่วนค่าเช่าโสร่งหรือผ้าคาดเอวผืนละ 1,000 รูเปียะห์

โลวินา (Lovina)บาหลี อินโดนีเซีย


อาจแปลกตาไปสักนิดสำหรับชายหาดที่มีแต่ทรายสีดำ แต่ถึงจะดำยังไง หาดโลวินาก็ไม่เคยร้างราผู้คน ตรงกันข้าม สีดำของผืนทรายกลับเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว กลายเป็นชายหาดยอดนิยมที่อยู่ด้านทิศเหนือของเกาะบาหลี โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวกรเป๋าแฟ่บ ท่ามกลางทำเลที่พักที่กินให้เลือกสรรอย่างละลานตา ราคาถูก และไม่วุ่นวายเหมือนหาดคูต้า เม็ดทรายสีดำขลับของแนวหาดโลวินา เกิดจากการกัดกร่อนของกรวดหินธารลาวา แม้ไม่ขาวจั๊วะหรือเหลืองทอง แต่ก็ดูสะอาดตา แถมยังเดินนุ่มเท้าเมื่อยามสัมผัส มีชายหาดที่ได้รับความนิยม 3 แห่ง คือ อันตุรัน (Anturan), กาลิบุคบุค (Kalibukbuk), เตมุกุส (Temukus) ซึ่งเป็นจุดไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเพื่อล่องเรือชมปลาโลมา


ด้วยเหตุที่โลวินา ตั้งอยู่ทางฝางตะวันตกของเมืองซิงการาจา (Singaraja) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของบาหลี รองจากเมืองเดนพาซาร์ อีกทั้งที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจของดัตซ์สมัยที่เข้ามาปกครอง จึงเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว ตลอดแนวหาดเรียงรายไปด้วยหมู่บ้านชายทะเล โรงแรมที่พัก ภัตตาคาร ร้านอาหาร สถานบันเทิงเริงรมย์ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ขณะเดียวกัน ละแวก บุเลเล็ง (Buleleng) ยังเป็นศูนย์รวมของงานศิลปวัฒนธรรมประเพณี โดยเฉพาะการร่ายรำแบบบาหลีที่มีให้เลือกชมอย่างคึกคัก รวมทั้งผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมจำพวกเครื่องเงิน เครื่องทอง ผ้าทอ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องดนตรีสไตล์บาหลี

ระบำบาหลี อินโดนีเซีย


บารอง เป็นศิลปะการร่ายรำที่ขึ้นชื่อที่สุดของบาหลีเป็นนาฏศิลป์จากเทพนิยายพื้นบ้านและยังเป็นการบอกเล่าถึงเรื่องราวผ่านลีลาแสดงให้เห็นถึงการต่อสู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดระหว่าง “บารอง” สิงโตที่คอยช่วยเหลือมนุษย์โลก อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความดี กับรังดามารร้าย ที่มากมายด้วยเวทมนตร์ ไสยศาสตร์ อันเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้ายทั้งมวล ท่วงท่าลีลาของการแสดงเป็นการพรรณนาถึงการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว ท่ามกลางรูปแบบของการร่ายรำ

ที่คลาสสิกบ่งบอกถึงวิถีชีวิตชาวบาหลีต่อความเชื่อในอภินิหารที่เล่าสืบต่อกันมาผสมผสานกับเรื่องลี้ลับและประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงในอดีต เรื่องราวดังกล่าวเกี่ยวข้องกับรังดา แม่ของเอิรลังกา กษัตริย์ของบาหลีเมื่อราวศตวรรษที่ 10 ซึ่งพระนางถูกประณามโดยพระสวามีที่กล่าวหาว่าแอบฝึกไสยศาสตร์มนตร์ดำ กระทั้งภายหลังที่รงเป็นหม้าย พระนางก็ทรงปลุกเสกให้บรรดาเหล่าผีร้ายที่สิงสถิตอยู่ในป่าเขา ตลอดจนภูตผีปีศาจจากขุมนรก ให้ออกมาอาละวาดจนเกิดการต่อสู้กับกองทัพของพระราชโอรส ด้วยพละกำลังที่เข้มแข็งอันเนื่องจากอิทธิฤทธิ์

มนตร์ดำ กองทัพเอิรลังกาไม่สามารถต่อกรได้ จึงไปอ้อนวอนขอให้บารองมาช่วยสู้ทัพและกลายเป็นทหารเอกของทัพเอิรลังกา ขณะที่ฝ่ายพระนางรังดาก็พยายามร่ายเวทมนตร์สะกดให้เหล่าทหารของพระราชโอรสสังหารตัวเอง ด้วยการกลืนยาพิษ “เคอริส” ลงไปในท้อง แต่บารองก็สามารถร่ายมนตร์สกัดให้เหล่าทัพปลอดภัยจากฤทธิ์ยาพิษ จนที่สุดการต่อสู้สิ้นสุดลง บารองเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะส่วนพระนางรังดาต้องหลบหลีไปอยูที่อื่น หน้ากากอันเป็นสัญลักษณ์ของบารองและพระนางรังดาจึงถูกนำมาเป็นส่วนของพิธีกรรมในการสักการบูชา พระหรือนักบวชจะทำพิธีสวดสรรเสริญปลุกเสกไปพร้อมกับการพรมน้ำมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาจากภูเขาไฟกุนุง อากุงที่ชาวบาหลีเคารพบูชา

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก หนังสืออินโดนีเซีย หนังสือในเครือเที่ยวรอบโลก และบาหลีคู่มือเที่ยวอินโดนีเซียด้วยตัวเองสำนักพิมพ์วงกลม

 

สนใจเดินทางเที่ยวติดต่อได้ที่ 02 - 9488437 หรือ 02 -9488473 มือถือ 0813534521 หรือ 086 - 319 - 0294 

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย บาหลี เกาะบาหลี บุโรพุทโธ สุราบายา เมดาน โบรโม่
 

ทัวร์โบรโม่ บาต๊อก เซเมรู อินโดนีเซีย

ทัวร์บุโรพุทโธ ย็อกยาการ์ตา

ทัวร์เมดาน สุมาตรา อินโดนีเซีย

ทัวร์สุราบายา อินโดนีเซีย

ทัวร์บันดุง อินโดนีเซีย

ทัวร์กลิมันตัน เกาะบอร์เนียว อินโดนีเซีย

ทัวร์โมลุกะ อินโดนีเซีย

ทัวร์อิเรียนจายา อินโดนีเซีย

ทัวร์อินโดนีเซีย

 

ทัวร์บาหลี บุโรพุทโธ 5 วัน 4 คืน การบินไทย ทัวร์เจาะลึกบาหลี  4 วัน 3 คืน  การบินไทย
ทัวร์บาหลี บุโรพุทโธ 5 วัน 4 คืน กการูด้า แอร์ ทัวร์เจาะลึกบาหลี  4 วัน  3 คืน การูด้าแอร์
ทัวร์เมดาน 5 วัน 4 คืน ทัวร์สุราบายา โบรโม
ทัวร์สุราบายา โบรโม บุโรพุทโธ เมดาน 6 วัน 5 คืน กรุ๊ปเหมาเท่านั้น ทัวร์บันดุง บุโรพุทโธ 5 วัน 4 คืน กรุ๊ปเหมาเท่านั้น

 

เที่ยวแคชเมียร์,แคชเมียร์ เที่ยวสิกขิม,สิกขิม เที่ยวเลห์ ลาดัก,เลห์ ลาดัก
เที่ยวเดลี อัคราชัยปุระ,เดลีอัคราชัยปุระ เที่ยวราชสถาน,ราชสถาน เที่ยวอชันตา เอลโลรา,อชันตา เอลโลรา
เที่ยวอัมริตสา ธรรมศาลา มะนาลีชิมลา เที่ยวขชุรโห ฤษีเกศ หริทวาร เที่ยวอินเดียใต้ ทมิฬนาฑู
เที่ยวรัฐอัสสัม,รัฐอัสสัม เที่ยวโอริสสา อินเดีย,โอริสสา อินเดีย เที่ยวปูเณ่ อินเดีย,ปูเณ่
เที่ยวสาญจีสถูป,สถูปสาญจี เที่ยวรัฐอรุณาจัลประเทศ เที่ยวอินเดียใต้ รัฐกรณาฏกะ
เที่ยวอินเดียใต้ เกรละ เที่ยวคุชราต เที่ยวรัฐนาคาแลนด์
เที่ยวรัฐหิมาจัลประเทศ เที่ยวอินเดียใต้ พอนดิเชอร์รี เที่ยวมุมไบ,มุมไบ
เที่ยวมัลดีฟ,มัลดีฟ เที่ยวรัสเซีย,รัสเซีย เที่ยวแสวงบุญอินเดียเนปาล,สังเวชนียสถาน
เที่ยวศรีลังกา,ศรีลังกา เที่ยวเวียดนาม,เวียดนาม เที่ยวลาว,ลาว
เที่ยวเนปาล,เนปาล เที่ยวภูฏาน,ภูฏาน เที่ยวบาหลี บุโรพุทโธ,บาหลี บุโรพุทโธ