ทัวร์กรีซ ทัวร์กรีซ ซานโตรินี่ กรีซ ซานโตรินี่ เที่ยวกรีซ กรีซ
ข้อมูลท่องเที่ยว
ทัวร์ยุโรป : กรีซ
ทัวร์กรีซ,ทัวร์กรีซ ซานโตรินี่,กรีซ ซานโตรินี่,เที่ยวกรีซ,กรีซ


สวัสดีค่ะ สมาชิกที่ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวของทางบริษัทฯ วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวมาแนะนำค่ะ เป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมตะวันตก ที่ยิ่งใหญ่ยาวนาน มีเกาะที่เลื่องชื่อติดอันดับโลกที่เป็นเกาะในฝันของใครหลายๆคนนั่นคือเกาะซานโตรีนี แหล่งกำเนิดโอลิมปิกของโลก เมืองเอเธนส์ กล่าวกันมาถึงขนาดนี้แล้ว ทุกท่านคงทราบแล้วว่า ประเทศที่เรานะมาแนะนำให้ท่านได้เดินทางไปสัมผัสนั้นคือ ประเทศ กรีซค่ะ เป็นประเทศที่มีเสน่ห์ น่าค้นหาเป็นอย่างมาก แต่ทัวร์ในประเทศไทยส่วนใหญ่ไม่มีบริษัทฯทัวร์ไหนจัดเป็นกรุ๊ป ส่วนใหญ่จะทำเป็นแพ็คเก็จ  แต่เราเริ่มจัดเป็นกรุ๊ปทัวร์ให้ทุกท่านได้เดินทางกันแล้วค่ะ  เชิญท่านชมข้อมูลท่องเที่ยวกันก่อนนะค่ะ 

 

อะโครโพลิส กรุงเอเธนส์ กรีซ 

ข้อมูลทั่วไปของกรีซ

                ประเทศกรีซมีชื่อทางการว่าสาธารณรัฐเฮลเลนิก (Hellenic Republic) อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป ตั้งแต่ตอนปลายสุดของคาบสมุทรบอลข่าน (Balkan Peninsula) โดยทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับประเทศแอลเบเนีย ส่วนทางเหนือติดประเทศมาชิโดเนียและบัลแกเรีย ด้านตะวันตกเป็นทะเลไอโอเนียน (Ionian Sea) และด้านตะวันออกติดประตุรกีและทะเลอีเจียน (Aegean Sea) มีพื้นที่ 131,957 ตารางกิโลเมตร แต่มีอาณาเขตน่านน้ำครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 400,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 11 ล้านคน กรุงเอเธนส์เป็นเมืองหลวง ตามรายงานแจ้งว่ามีประชากรประมาณ 30 ล้านกว่าคน กรีซเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปเมื่อปี ค.ศ. 1981 กรีซใช้เงินสกุลยูโรแทนเงินสกุลดรักม่า (drachma) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001

 

อะโครโพลิส กรุงเอเธนส์ กรีซ 

ประเทศกรีซมีหลายชื่อเรียก

                ชื่อประเทศ Hellenic ตามประวัติคาดว่าน่าจะมาจากคำว่า Hellas ซึ่งมาจากคำว่า Ellinas อีกที หมายถึงคนที่พูดภาษาเดียวกัน เชื่อในเทพ 12 องค์และมีอุดมคติเดียวกัน ส่วนคำว่า Greek นั้น อริสโตเติลบอกว่ามาจากคำว่า Grekoi แปลว่าผู้ที่บูชารูปเคารพ ในความรู้สึกคำว่า Greek หรือ Helleni ดูจะมีความหมายคล้ายคลึงกัน แต่สำหรับเจ้าของประเทศ สองคำนี้อาจมีความหมายแตกต่างกันบ้างลองมาฟังชื่อประเทศอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการที่อาจทำให้เราสับสนไปอีกระดับหนึ่ง

ชื่อประเทสที่เป็นทางการในภาษากรีก            Elliniki Dhimokratia

ชื่อที่ไม่เป็นทางการในภาษากรีก                      Ellas หรือ Ellada

ชื่อที่ชาวต่างชาติรู้อย่างเป็นทางการ               Hellenic Republic

ชื่อที่ชาวต่างชาติรู้จักอย่างไม่เป็นทางการ     Greece

ชื่อประเทศสมัยก่อน                                          Kingdom of Greece

                นี่แหละคือ กรีซ ประเทศที่เป็นถิ่นอารยธรรมอันมีเรื่องราวยาวนานซับซ้อน (สามารถย้อนหลังไปได้มากกว่า 5,000 ปีโดยมีหลักฐานและสถานที่บ่งบอกอย่างชัดเจน) ประเทศที่ดูเผินๆ ว่าน่าจะเป็นธรรมดาๆ แต่พอสืบค้นเข้าไปจริงๆ กลับไม่มีอะไรธรรมดาเลย เราเคยได้ยินคนกรีกพูดอย่างภาคภูมิใจว่า ไม่ว่าจะถ่มน้ำลายลงไปตรงไหนบนแผ่นดินนี้ก็สามรถขุดไปเจออะไรๆได้ทั้งสิ้น

คนจีนและคนออสเตรเลียยกให้กรีซเป็นประเทศจุดหมายท่องเที่ยวที่น่าไปทีสุด (จากการลงคะแนนจัดลำดับในปี ค.ศ. 2005 และ 2006 ตามลำดับ) ตามเกาะต่างๆเราอาจเห็นคนจีนเดินหนังสือท่องเที่ยวไปมา ส่วนคนชาติตะวันตกและออสเตรเลียไม่ต้องห่วงมีจำนวนเยอะอยู่แล้ว ยิ่งคนฝรั่งเศสที่สนใจเรื่องโบรษณคดีและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ  คนมากมายที่ไปเยือนกรีซอาจจะไม่รู้ว่า กรีซมีมรดกโลกมากถึง 16 แห่ง และมีอีก 9 แห่งที่กำลังถูกเสนอชื่อ

แผนที่ประเทศกรีซ

วีซ่ากรีซ

กรีซเป็นประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป การวางแผนการเดินทางของเราจึงจำเป็นต้องยึดหลักการยื่นขอวีซ่าแบบเชงเก้น (Schengen) เช่นประเทศอื่นๆในยุโรป ตามธรรมเนียมแล้ว การขอวีซ่าประเภทนี้สามารถขอได้จากสถานทูตเดียวในกลุ่มสหภาพยุโรปแต่ใช้เดินทางได้ทั่วทุกประเทศในกลุ่ม แต่การยื่นขอนั้นต้องยื่นขอที่สถานทูตของประเทศที่เราใช้พำนักอาศัยอยู่นานที่สุด  แต่กรณีของกรีซนั้น การวางแผนการเดินทางอาจแตกต่างจากการเดินทางไปประเทศที่อยู่ลึกเข้าไปในแถบยุโรป เพราะที่ตั้งของกรีซอยู่ติดขอบเอเชียพอดี คนส่วนใหญ่ที่เดินทางไปกรีซมักจะใช้เวลาทั้งหมดท่องเที่ยวอยู่ประเทศนี้ การขอวีซ่าจึงมักเริ่มต้นที่สถานทูตกรีซเป็นหลัก การขอวีซ่าสามารถยื่นขอเป็นกลุ่มได้โดยส่งตัวแทนไป แต่ต้องแน่ใจว่าเอกสารทุกอย่างครบถ้วนไม่มีข้อซักถามวีซ่าที่ยื่นขอและได้รับการอนุมัติสำหรับนักท่องเที่ยวแบบเข้าออกครั้งเดียว (single entry) ให้เวลาพำนักในประเทศประมาณ 30 วัน แต่หากมีความจำเป็นและมีหลักฐานอธิบายได้ว่าจะขอพำนักเกิน 30 วันก็ทำได้เช่นกัน แต่มีบางประเทศนอกเหนือจากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปที่ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าเชงเก้นและสามารถเดินทางภายในกลุ่มประเทศสหภาพในระยะเวลา 90 วัน โดยสามารถพำนักต่อครั้งได้นานถึง 60 วัน

หลักฐานในการขอวีซ่ากรีซ

- คำร้องขอวีซ่าระยะสั้น (ดาวน์โหลดได้จาก www.mfa.gr  เลือกหัวข้อ service)

-  รูปถ่ายปัจจุบันของผู้ยื่นคำร้อง ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. บนฉากหลังขาว

-   หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้การเกินกว่า 6 เดือน

-    สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

-   หลักฐานการทำงานของผู้ยื่นคำร้อง (หนังสือรับรองการทำงานที่ระบุชื่อและที่อยู่ของนายจ้าง หรือหลักฐานทะเบียนการค้า ในกรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ)

-   หลักฐานทางการเงินของผู้ยื่นคำร้อง (หนังสือรับรองจากธนาคาร สมุดบัญชีเงินฝาก บัตรเครดิต ฯลฯ)

-   เอกสารการประกันภัยการเดินทาง (ระบุวันที่ตามช่วงเวลาการเดินทาง)

-  หลักฐานการจองบัตรโดยสารเครื่องบินที่ระบุวันเดินทางไป-กลับ

- เส้นทางการเดินทางตลอดจนระยะเวลาการเดินทาง (กรณีเดินทางในกลุ่มสหภาพยุโรป)

ธงชาติกรีซ

สถานทูตกรีซประจำประเทศไทย

ชั้น 30 อาคารไทยวา 2 เลขที่ 21/159 ถนนสาทรใต้ ยานาวา กรุงเทพฯ โทร. 0-2679-1462   แผนกวีซ่าอยู่ชั้น 9

เวลาทำการยื่นขอและรับวีซ่า 10.00-13.00 น.ทุกวัน

ระยะเวลาในการรออนุมัติวีซ่า ประมาณ 1 สัปดาห์ ค่าธรรมเนียมวีซ่า 2,820 บาท

ตั๋วเครื่องบินกรีซ

ปัจจุบันนี้การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังกรุงเอเธนส์ (Athens) อาจไม่ใช่จุดหมายยอดนิยมเหมือนเมืองอื่นๆในยุโรป ทำให้การเลือกสายการบินอยู่ในวงจำกัด ซึ่งส่วนมากจะเป็นสายการบินของประเทศในแถบอาหรับเสียมากกว่าและเป็นแบบ connecting flight ทั้งหมด แต่ใช่ว่าจะเดินทางไม่สะดวกเพราะสายการบินแห่งชาติอย่างการบินไทยก็มีเส้นทางตรง (direct flight) ไปยังกรุงเอเธนส์ให้เรารู้สึกอุ่นใจได้ ที่จริงแล้วเมื่อราว 10 ปีก่อนสายการบิน Olympic Airways ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติกรีซ เคยเปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-เอเธนส์ แต่อาจเป็นเพราะกรีซไม่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศตัวเองมากเท่าไร ทำให้ทั้งเส้นทางบินและสำนักงานประจำประเทศไทยที่เคยอยู่แถวอาคารชาญอิสสระ 1 ถนนพระราม 4 หายไปเมื่อราว 5 ปีที่แล้ว และวันนี้เมื่อคนไทยนิยมไปกรีซมากขึ้นก็เลยส่งผลให้การบินไทยรับทรัพย์ไปแบบเต็มๆ

               

โปสการ์ดกรีซ

เส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-เอเธนส์ กรีซ โดยสายการบินไทย

การบินไทยมีตารางออกเดินทางสัปดาห์ละ 3 วัน (อังคาร พฤหัสบดี เสาร์) ด้วยเที่ยวบิน TG 946 ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลาประมาณ 00.35 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งจะเดินทางถึงกรุงเอเธนส์ในเช้าวันเดียวกันในช่วง 7 โมงเช้า และในเที่ยวขากลับ เอเธนส์-กรุงเทพฯ ก็มีเที่ยวบิน TG 947 ออกเดินทางทุกวันอังคาร พฤหัสบดี เสาร์ เช่นเดียวกันในเวลา 16.15 ออกเดินทางทุกวันอังคาร พฤหัสบดี เสาร์ เช่นเดียวกันในเวลา 16.15 น. ซึ่งจะใช้เวลาเดินทาง 9 ชั่วโมงกว่า มาถึงกรุงเทพฯประมาณ 06.05 น. ของวันถัดไป สอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 1556, 0-2280-0060 หรือ www.thaiairways.com หรือจากตัวแทนท่องเที่ยวที่เราติดต่อประจำก็ได้

สายการบินอื่นๆแบบเชื่อมต่อเส้นทาง (Connecting flight)

สายการบิน Aeroflot (Russian Airlines-SU)

 มีเที่ยวบินที่บินตรงจากกรุงเทพฯถึงกรุงมอสโก ทุกวันพฤหัสบดี เสาร์และอาทิตย์ และเชื่อมต่อไปยังกรุงเอเธนส์ทุกวัน ส่วนเที่ยวบินขากลับจะมีเที่ยวบินจากมอสโกมากรุงเทพฯทุกวันพุธ ศุกร์ และเสาร์ ซึ่งตารางบินนี้จะเป็นของช่วงฤดูร้อน แต่พอช่วงฤดูหนาวชาวรัสเซียจะหนีหนาวมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้นทำให้เที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น ข้อดีของการโดยสารสายการบินนี้ คือ เราสามารถแวะพักที่กรุงมอสโกได้ในระยะเวลา 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศล่วงหน้า

สายการบินกาต้าแอร์เวย์ (Qatar Airways)

สายการบินนี้เป็นสายการบินที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเสียเวลาในการต่อเครื่องน้อยที่สุด มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปกรุงโดฮาทุกวัน วันละสองเที่ยว คือ เวลา 08.35 น. (ถึงโดฮาเวลา 11.35 น.) และเวลา 20.10 น. (เฉพาะวันอาทิตย์และวันพุธ เปลี่ยนเป็นเวลา 16.05 น.) และออกเดินทางไปยังกรุงเอเธนส์ทุกวันในเวลา 09.30 น. และ 12.30 น. สลับกัน  สอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานประจำกรุงเทพฯเลขที่ 388 ห้อง 212-214 ชั้น 2 อาคารเอ็กซ์เชนจ์ ทาวเวอร์ ถนนสุขุมวิท คลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทร. 0-2259-2701-5, 0-2259-3560-3 หรือ www.qatarairways.com

พิพิธภัณฑ์เมืองเดลฟี กรีซ

สายการบินตุรกี (Turkish Airline)

สายการบินนี้เป็นสายการบินที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเลือกใช้บริการเนื่องจากต้องการชมอารย-ธรรมกรีกและโรมันที่ถ่ายทอดกันในแผ่นดินสองแห่งนี้ จากกรุงเทพฯมีเที่ยวบินตรงมายังเมืองอิสตันบูลทุกวัน เวลา 23.35 น. ถึงจุดหมายเวลา 05.50 น. และจะต่อไปยังกรุงเอเธนส์ทุกวัน วันละสองเวลาคือ 08.30 และ 17.15 น. ถึงเอเธนส์เวลา 09.50 น. และ 18.35 น. ส่วนขากลับก็มีเที่ยวบินมาทุกวันในเวลา 10.50 และ 19.35 น. ถึงอิสตันบูลเวลา 12.05 และ 20.55 น. และจากอิสตันบูลมาถึงกรุงเทพทุกวันเวลา 23.05 น. ถึงกรุงเทพฯเวลา 13.50 น. ของวันถัดไป  ติดต่อสอบถามเที่ยวบินได้ที่สำนักงานกรุงเทพฯ ชั้น 3 อาคารชีพี ทาวเวอร์ เลขที่ 313 ถนนสีลม กรุงเทพฯ โทร. 0-2231-0300-07 เวลาทำการ 08.30-17.30 น. วันเสาร์เวลา 09.00-12.30 น. หรือ www.thy.com

สายการบินเอมิเรส (Emirates)

สายการบินนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากชมความอลังการของเมืองทองคำอย่างเมืองดูไบด้วย เอมิเรสมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปดูไบทุกวัน มีหลายเวลาให้เลือก แต่มีเที่ยวบินเพียงเที่ยวเดียวไปกรุงเอเธนส์ ทุกวันในเวลา 09.35 น. (ถึงเอเธนส์เวลา 13.30 น.)  ส่วนเที่ยวบินขากลับก็มีเที่ยวบินออกจากรุงเอเธนส์มายังดูไบทุกวัน เลา 18.05 น. (ถึงดูไบเวลา 23.30 น.) และสามารถเดินทางต่อมากรุงเทพฯได้ในเวลา 03.15 น. ถึงจุดหมายในเวลา 14.20 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานกรุงเทพฯ ชั้น 2 อาคารบีบี ถนนอโศก เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทร. 0-2664-1040, 0-2664-1045 โทรสาร. 0-2664-1058-9, 0-2260-7095 หรือ www.emirates.com

 นอกจากนี้ยังมีสายการบินอีกหลายสายที่เดนทางไปยังกรีซในรูปแบบ Connecting flight สายการบินอลิตาเลียแอร์ไลน์ (Alitalia Airlines) ของอิตาลี สายการบินออสเตรียแอร์ไลน์ (Austrian Airlines) ของประเทศออสเตรีย สายการบินอิยิปต์แอร์ (Egypt Air) และสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ (Singapore Airlines)

โรงแรมที่พักกรีซ

ที่พักกรีซ

หลักการอย่างหนึ่งที่เราใช้ในการจองโรงแรมของกรีซคือ “อยู่ใจกลางเมือง หรือใกล้แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม” เอาไว้ก่อน (ในเว็บมักระบุไว้ว่าเป็น City center หรือ town หรือ chora – แปลว่าตัวเมือง ซึ่งส่วนใหญ่จะสังเกตได้ว่าจะอยู่ใกล้ท่าเรือ) และที่จริงการจองที่จักจากอินเตอร์เน็ตของกรีซก็ค่อนข้างง่ายเพียงดูจากย่านสำคัญของเมือง รายชื่อโรงแรมนับสิบก็โชว์ขึ้นมาทันที ที่สำคัญราคาที่พักตามโรงแรมก็จะแตกต่างกันในแต่ละช่วงฤดูกาล

 ที่พักในกรุงเอเธนส์ / Attica

มีย่านที่พักน่าสนใจอยู่สามหมวด คือ

1. ใจกลางเมือง ซึ่งประกอบด้วยย่าน Plaka และย่าน Acropolis เป็นย่านเมืองเก่า ใกล้ Acropolis มีแหล่งร้านค้าร้านอาหาร มีนักท่องเที่ยวขวักไขว่ ย่าน Syntagma เป็นย่านที่เชื่อมต่อกับย่าน Plaka เป็นที่ท่องเที่ยวใกล้กับรัฐสภา (Parliament) และพิพิธภัณฑ์ ย่าน Omonia เป็นย่านที่ชาวเมืองเรียกว่าแหล่งธุรกิจสมัยใหม่

2. บริเวณใกล้ชายหาดและท่าเรือ ได้แก่ ย่าน Glyfada มีโรงแรมติดชายหาดจำนวนมาก เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากพักผ่อนจริงๆ ย่าน Paleo Faliro เป็นอีกย่านที่อยู่ใกล้ชายหาดและโรงแรมที่ทันสมัย ย่าน Piraeus เป็นย่านที่อยู่ใกล้ท่าเรือสำหรับการออกเดินทางไปเกาะต่างๆ ของกรีซ มีร้านค้า ร้านอาหารอยู่บริเวณท่าเรือ

3.บริเวณที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน ได้แก ย่าน Kafisia ย่าน Rafina และย่านสนามบิน Eleftherios Venizelos โรงแรมในแถบนี้มีไว้เพื่อนักเดินทางและผู้ที่ต้องการมาพักผ่อน

ที่พักบนเกาะและเมืองต่างๆกรีซ

ส่วนใหญ่แล้วการหาและจองที่พักสามารถลิงค์จากเว็บของโรงแรมในเอเธนส์ได้เลย หรือหากจะให้สะดวกและหลากหลาย สามารถเข้าไปยังเว็บของเกาะหรือเมืองนั้นเลยก็ได้ นอกจากเราจะจองโรงแรมผ่านเว็บไซค์ด้วยตนเองแล้ว ยังมีอีกวิธีที่ค่อนข้างสะดวกและราคาแทบไม่ต่างกัน คือการจองผ่านเว็บไซค์ของบริษัทท่องเที่ยวไทยที่มีการบริการรับจองโรงแรมทั่วโลก การจองที่พักทั้งสองแบบนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันคือ การจองโรงแรมผ่านเว็บไซค์ต่างประเทศอาจใช้เพียงเลขบัตรเครดิตโดยไปชำระเงินทั้งหมดเมื่อเข้าพักรายชื่อเว็บไซค์ที่น่าสนใจสำหรับการจองโรงแรม

www.greeka.com www.greeceisland.com www.holiday-in-athens.com www.greekhotel.com www.hosteltraveller.com www.europe-cities.com www.greek-hotels.com www.slh.com

เว็บไซค์การท่องเที่ยวแห่งประเทศกรีซ www.gnto.gr

ที่พักในกรีซมีหลายระดับกรีซ

โรงแรมในกรีซมีหลายระดับให้เลือก ตั้งแต่หนึ่งดาวถึงสี่ดาว รวมทั้ง family apartment, hostel ราคาประหยัด แต่ที่น่าสนใจคือ The Small Luxury Hotel of the World (www.slh.com) โรงแรมสุดหรูที่อาจเรียกได้ว่าเป็นระดับหกดาว มีบริการสุดยอดในทุกๆด้าน ทั้งรูปแบบห้องพัก อาหาร การบริการ สปา และไวน์ ซึ่งบริการเหล่านี้คือข้อกำหนดของการสมัครเป็นสมาชิกของโรงแรมประเภทนี้ และน่าทึ่งมาที่ในประเทศกรีซมีอยู่มากกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ แต่ละแห่งในเว็บไซค์นั้นล้วนอลังการดูแสนสุขอย่างที่กล่าวอ้าง และแน่นอนว่าราคาก็ย่อมต่างจากชาวบ้านราวฟ้ากับดิน

 ฤดูท่องเที่ยวของกรีซ

 กรีซเป็นประเทศที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะชาวยุโรปด้วยกันมักเดินทางมารับร้อนและหนีหนาวเป็นประจำ แต่กรีซก็มีฤดูการท่องเที่ยวที่เราศึกษาก่อนเดินทาง ซึ่งมีผลต่ออัตราค่าเช่าห้องพัก การเปิด-ปิดสถานที่ต่างๆ รวมทั้งตารางและค่าโดยสารของยานพาหนะด้วย

              

ฤดูท่องเที่ยวของเมืองตามชายฝั่งและเกาะต่างๆจะแบ่งเป็นสามช่วง คือ

-  ช่วง low season มักจะเป็นช่วงฤดูหนาวของยุโรปประมาณเดือนตุลาคมถึงเมษายน อัตราค่าบริการถูกมาก บางแห่งอาจมีส่วนลดพิเศษด้วย แต่บางที่อาจแจ้งปิดบริการเพื่อเลี่ยงการขาดทุน

-  ช่วง middle season มีสองช่วงคือราวเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกรกฎาคม และกลางเดือนกันยายนถึงตุลาคม ซึ่งช่วงนี้โรงแรมอาจจัดโปรโมชั่นต่างกันไปแต่ค่าบริการต่างๆก็ยังพอรับได้

-  ช่วง high season ราวปลายเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน จะเป็นช่วงที่ผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาเที่ยวกรีซจนเนืองแน่น โดยเฉพาะตามกลุ่มต่างๆ ช่วงนี้อัตราค่าที่พักจะแพงที่สุดแต่สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่มักเปิดให้บริการทั้งปี โดยมีอัตราค่าบริการเดียว

 สภาพอากาศของกรีซ

 สภาพอากาศของกรีซค่อนข้างดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเพราะช่วงที่หนาวจัดก็ไม่รุนแรงเกินต้านทาน ขณะที่ร้อนก็สูสีกับบ้านเราปกติ การท่องเที่ยวนั้นจึงสามารถจัดตารางได้แทบทุกฤดู นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันเรียกสภาพอากาศแบบเมืองชายฝั่งที่ไม่ร้อนและหนาวจนเกินไป

 รู้จักคนกรีกและแผ่นดินกรีซ

 คนกรีกส่วนใหญ่จะเป็นคนตรงไปตรงมา บางคนเรียกคนกรีกว่า Chinese of Europe ตรงที่เป็นคนเสียงดังพุดจาเปิดเผย ฟังแล้วคล้ายกันแบคนจีน และในบางเกาะหรือบางหมู่บ้านจะมีอัธยาศัยดี เห็นจากการบริการเพื่อไม่ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น แต่เพราะความจริงใจที่ทำให้อยากรับสิ่งดีๆ ในหลายร้านอาหารโดยเฉพาะมื้อค่ำที่เรียกเก็บเงินทางร้านจะบริการเหล้าหรือไวน์พื้นบ้านแก้วเล็กๆแถมให้ บางร้านก็ให้ขนมหวาน นั่นทำให้ค่ำคืนของเรายาวนานดูสนุกในอารมณ์ยิ่งขึ้นและถึงแม้อากาศในกรีซจะหนาวเย็นเพียงใด ก็ยังพอมีแสงแดดที่ให้ความอบอุ่นส่องผ่านกลุ่มเมฆออกมาบ้าง โดยเฉพาะหมูเกาะทั้งหลาย กรีซเป็นประเทศติดทะเลซะส่วนใหญ่ มีชายฝั่งรอบผืนแผ่นดินใหญ่เป็นทางยาวถึง 7,500 กิโลเมตร และหากนำไปรวมกับชายฝั่งของเกาะน้อยใหญ่ต่างๆที่มีถึง 6,000 เกาะ ชายฝั่งของประเทศจะยาวถึง 16,000 กิโลเมตร  ในส่วนของผืนแผ่นดินที่อยู่บนคาบสมุทรนั้นประกอบด้วยแคว้นต่างๆคือ Attica (กรุงเอเธนส์อยู่ในส่วนนี้ด้วย), Peloponnese (ซึ่งมีคลอง Corinth, เมือง Mycenae, Epidaurus, Olympic และMystras โดยทั้งสี่แห่งนี้ยังเป็นแหล่งโบราณคดีซึ่งเป็นมรดกโลก นอกจากนี้ยังมีเมือง Nauplion ที่ทั้งโรแมนติกและสวยงาม), Central Greece (ประเทศกรีซตอนกลางนี้มีเมือง Delphi ซึ่งเป็นแหล่งมรดกที่สำคัญ), Thessaly (ที่ตั้งของเทือกเขาโอลิมปัส มีเมือง Meteora เป็นมรดกโลก), Epirus, Macedonia (มีเมือง Thessaloniki ซึ่งเป็นมรดกโลกอยู่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญทางตอนเหนือ) และTrace

 ส่วนเกาะนั้นแบ่งออกเป็นสองฝั่ง คือฝั่งทะเลไอโอเนียนและฝั่งทะเลอีเจียน โดยฝั่งทะเลไอโอเนียนประกอบด้วยเกาะใหญ่ๆดังต่อไปนี้ Zakynthos, Ithaca, Corfu, Cephallonia, Lefkada, Paxi, Antipax Ereikoussa, Mathraki, Meganissi, Othoni, Strofades เกาะทางฝั่งนี้จะอยู่ใกล้กับทางประเทศยุโรปอื่นๆเช่น อิตาลี สเปน ทำให้ประเทศในยุโรปรู้จักหมู่เกาะเหล่านี้ดี โดยเฉพาะเกาะ Corfu ที่อยู่ทางเหนือสุด ซึ่งมีเรือสำราญเดินทางเชื่อมต่อไปเวนิช ประเทศอิตาลีในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน (21 มีนาคม-22 ตุลาคม) ช่วงนี้สายการเดินเรือส่วนใหญ่จะออกเรือแทบทุกวัน

 ส่วนในฤดูอื่นจะมีการออกเรือวันเว้นวัน ค่าโดยสารขึ้นอยู่กับฤดูกาลและลักษณะห้องนอนหรือที่นั่งบนเรือ อย่างในฤดูกาลปกติที่ไม่ใช่ช่วงเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม ค่าโดยสารต่อเที่ยวจะประมาณ 50-260 ยูโร (หากเป็นที่นั่งไม่มีเตียงนอนค่าโดยสารประมาณ 50-70 ยูโร) ใช้เวลา 1 วัน และถ้าซื้อตั๋วไป-กลับก็จะถูกลงอีก

เมืองเมทีโอร่า กรีซ 

การอยู่ในประเทศที่มีผืนน้ำเป็นส่วนใหญ่แบบนี้ การร่วมเดินทางไปกับเรือสำราญนั่นไม่ใช่ความหรูหรา เพราะเป็นแค่การเดินทางไปพร้อมๆเรือสำราญระดับห้าดาวที่มีเส้นทางการเดินเรือผ่านที่เที่ยวต่างๆเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปสถานที่นั้นๆถ้าสนใจเดินทางในเส้นทางเหล่านี้ดูรายละเอียดได้ที่ www.aneklines.gr หรือ www.bluestarferrirs.com

เกาะส่วนใหญ่ที่อยู่ทางชายฝั่งทะเลอีเจียนแบ่งได้เป็นเจ็ดกลุ่ม  จากทางเหนือมาใต้ดังนี้ หมู่เกาะทะเลอีเจียนทางตะวันออกเฉียงเหนือ หมู่เกาะ Sporades เกาะ Evia หมู่เกาะ Argo-Saronic หมู่เกาะ Cyclades หมู่เกาะ Dodecanese และเกาะ Crete

-อ่าว Argo-Saronic กรีซเนื่องจากบริเวณนี้มีเกาะแก่งมากมายที่อยู่ใกล้กรุงเอเธนส์ จึงเป็นเหมือนสถานที่พักผ่อนสำหรับคนเอเธนส์ในช่วงสุดสัปดาห์ และเนื่องจากเอเธนส์นั้นค่อนข้างแออัด ผู้คนส่วนใหญ่อยู่ในอพาร์ตเม้นต์ หลายคนจึงวางแผนมีบ้านอยู่บนเกาะเหล่านี้ด้วย เพื่อมาใช้ชีวิตช่วงสุดสัปดาห์ที่นี่ เกาะสำคัญในอ่าวนี้ ได้แก่ Aigina, Poros และ Hydra

 -หมู่เกาะ Cyclades กรีซ เป็นหมูเกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก Cyclades มาจากคำว่า Kyklos ซึ่งหมายถึงวงกลม เกาะแก่งในกลุ่มนี้มีมากถึง 56 เกาะ โดยเกาะกลุ่มกันเป็นวงกลมมีเกาะ Delos ซึ่งถือว่าเป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงกลาง สาเหตุทีนักท่องเที่ยวชอบหมู่เกาเหล่านี้ก็เป็นเพราะลักษณะของสภาพบ้านเรือนที่มักทาสีขาวล้วนตัดขอบประตูหน้าต่างและระเบียงด้วยสีสันสดใส เกาะสำคัญในหมู่เกาะนี้ได้แก่ Syros, Tinos, Mykonos, Delos, Paros, Naxos, Milos และ Santorini

 -เกาะ Crete กรีซเป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดของกรีซ มีพื้นที่ 8,261 ตารางกิโลเมตร เป็นหมูเกาะสุดท้ายของยุโรปกั้นระหว่างทวีปยุโรปและแอฟริกา นอกจากนี้ยังกั้นทะเลอีเจียนออกจากทะเลลิเบียน (Libyan Sea) เกาะ Crete เป็นแหล่งอารยธรรมมิโนอัน (Minoan) ที่เจริญรุ่งเรืองตั้งแต่ 2800-1150 ปีก่อนคริสตกาล (หมายถึง 3,000-5,000 ปีที่แล้ว) ที่เกาะแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่อารยธรรมเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังมีธรรมชาติอันน่าตื่นตะลึงของเกาะด้วย เกาะ Crete มีช่องเขา Gorge ขนาดใหญ่จำนวนมาก ช่องเขาที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดซึ่งกำลังได้รับการเสนอชื่อเป็นมรดกโลกคือช่องเขา Samaria Gorge เนื่องจากเกาะ Crete ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ (ตั้งแต่เดือนเมษายน) นอกจากนี้ภายในเกาะยังอุดมไอด้วยมะกอกและพืชพรรณต่างๆทำให้เกาะนี้เป็นที่เลื่องลือ

คลองคอรินท์ กรีซ

วิธีเดินทางในกรีซ

การคมนาคมในกรีซค่อนข้างสะดวกไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำหรือทางอากาศ การเดินทางไปไหนมาไหนในกรีซไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราแต่ละเกาะแต่ละเมืองนั้นมีท่าเรือและถนน โดยเฉพาะท่าเรือน้ำลึกค่อนข้างครบครัน ทำให้การเดินทางไม่ค่อยมีอุปสรรค นอกจากนี้ทุกเมืองก็จะมีศูนย์กลางของระบบการคมนาคมอยู่ใกล้ๆกัน เช่นที่ท่าเรือของแต่ละเกาะมักจะมีสถานีรถประจำทางและแท็กซี่อยู่ด้วย (นอกจากที่มีท่าเรือน้ำลึกใหม่ สถานีรถประจำทางจะอยู่ใกล้กับท่า Old Port อย่างในเกาะ Mykonos และ Santorini)

การเดินทางบนภาคพื้นดินกรีซ

ภายในกรุงเอเธนส์หลายที่เหมาะแก่การเดินมากด้วยความที่เป็นเมืองเก่าซึ่งวิถีชีวิตผู้คนในอดีตนิยมเดินเท้าหรือเดินทางด้วยรถม้า กรุงเอเธนส์จึงมีตรอกซอกซอยเล็กที่เหมาะแก่การเดินเล่นหลายย่าน และหากดูจากแผนที่กรุงเอเธนส์แล้ว แต่ละย่านนั้นอยู่ใกล้กัน  อย่างย่าน Syntagma ศูนย์กลางของเมืองที่มีตึกรัฐสภาเป็นฉากหลังอยู่ใกล้กับย่าน Plaka ที่มีร้านอาหารและร้านค้าน่ารักขายของพื้นเมืองต่างๆซึ่ง Plaka ก็อยู่ใกล้กับย่าน Monastiraki ขายของที่ระลึกและมีตลาดนัด Flea market อยู่แถวนั้น เป็นต้น

การเดินทางด้วยรถประจำทางภายในเมืองต่างๆมักจะมีตารางเวลาบอกไว้ที่บริเวณป้ายรถประจำทาง หากเป็นรถประจำทางตามเกาะ ตารางเวลาเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะวันหนึ่งอาจมีรถวิ่งไป-กลับเพียงสี่ห้าเที่ยวเท่านั้น ถ้าพลาดไปคันหนึ่งอาจต้องรอนานกว่าชั่วโมงหรือ 2 ชั่วโมงส่วนตามเมืองใหญ่ตางรางเวลาของรถประจำทางจะพัฒนาดีกว่า ยิ่งในช่วงคนเยอะ รถจะออกทุก 10-15 นาที อย่างในกรุงเอเธนส์หรือเมือง Iraklio ที่เกาะ Crete จะต้องซื้อตั๋วที่ตู้ขายตั๋วหรือซุ้มร้านค้าที่อยู่ตามป้ายรถประจำทางก่อนที่จะขึ้นรถ หากขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ผู้โดยสารก็จำเป็นต้องลงไปซื้อในป้ายถัดไป เพราคนขับรถประจำทางจะทำหน้าที่เก็บตั๋วอย่างเดียวไม่มีตั๋วโดยสารขายให้

 รถโดยสารที่วิ่งระหว่างเมืองและภายในเมืองส่วนใหญ่ในประเทศกรีซจะเป็นของบริษัท KTEL

สามารถเข้าไปดูตารางการเดินทางได้ใน www.ktel.gr ในกรุงเอเธนส์มีสถานีรถโดยสารระหว่างเมืองสองแห่ง คือ Terminal A (Kilisou Station) ตั้งอยู่ที่ถนน Kilisou สำหรับการเดินทางไปเมืองทางคาบสมุทร Peloponnese, กรีซทางเหนือและตะวันตก ส่วน Terminal B (Liosion Station) ตั้งอยู่ที่ถนน Liosion สำหรับการเดินทางไปเฉพาะตอนกลางของประเทศ

 ส่วน Terminal ของรถประจำทางภายใน Attica (อย่างจะไปแหลม Sounion หรือเมือง Marathon) อยุ่ใกล้กับสถานีเมโทร Victoria ถนน Mavrommataion ตัดกับ Alexandras ส่วนราคาขึ้นอยู่กับระยะทาง

เกาะซานโตรีนี กรีซ

การเดินทางโดยเรือโดยสารกรีซ

ระบบการเดินเรือของชาวกรีซนับได้ว่าทันสมัยและปลอดภัยมาก อาจเป็นเพราะประการแรกเป็นประเทศที่อยู่ในย่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประการที่ 2 เคยถูกปกครองโดยชาวเวนิช ที่เชี่ยวชาญเรื่องเส้นทางเดินเรือและสร้างเมืองท่าทางทะเล หรือประการที่ 3 มาตรฐานแบบยุโรปที่เที่ยงตรง แน่นอน ปลอดภัย การเดินทางทางเรือเพื่อล่องชมเกาะต่างๆนั้นในกรีซมีผู้ประกอบใหญ่ๆอยู่หลายราย อาทิ Hellenic Seaways, ANEK Lines, Blue Star Ferries และ NEL Line ซึ่งการเดินเรือในเส้นทางและขนาดเรือที่แตกต่างกัน Hellenic มักจะเป็นเรือ hi-speed ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ราคาค่อนข้างสูง สำหรับผู้เดินทางที่ต้องการความรวดเร็ว Blue Star Ferries เป็นเรือโดยสารที่เน้นการบรรทุกผู้คนจำนวนมาก (มีทั้งแบบที่นั่งและห้องนอน) พร้อมกับรถยนต์หลากขนาด ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน ราคาประหยัด จนคนไทยบางคนเรียกว่า “เรือหวานเย็น” ส่วน ANEK Lines ขึ้นชื่อในความเป็นเรือขนส่งสินค้า ขณะเดียวกันก็บริการห้องพักและที่นั่งโดยสารควบคู่ไปด้วย นอกจากเดินเรือเพื่อเชื่อมเกาะแก่งต่างๆในประเทศ เรือโดยสารมักจะมีเส้นทางไปเชื่อมต่อกับประเทศอิตาลีและประเทศอื่นๆ ในย่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีก ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีบริการทั้งในรูปแบบเรือสำราญหรือเรือโดยสาร

การจองที่นั่งเรือโดยสารเพื่อชมเกาะต่างๆ หากเราเลือกเดินทางในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม หรือตุลาคม-ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงนักท่องเที่ยวน้อย เราสามารถวางแผนล่วงหน้าโดยศึกษาตารางการเดินเรือไปยังเกาะที่เราต้องการ เมื่อไปถึงกรุงเอเธนส์แล้วค่อยสละเวลาสัก 2-3 ชั่วโมงไปท่าเรือ Piraeus เพื่อซื้อตั๋วเรือโดยสารที่ร้านตัวแทนจำหน่ายตั๋วที่ตั้งอยู่ทั้งภายในและภายนอกท่าเรือ

นอกจากนี้ยังมีเว็บไซค์ www.ferries.gr ซึ่งเป็นบริษัทกลางที่เป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วเรือโดยสารของทุกบริษัทโดยมีระบบให้เราเลือกจุดหมายการเดินทางได้หลายๆแห่งในครั้งเดียว และสามารถเลือกสายการเดินเรือที่เวลาเหมาะสมกับแผนการเดินทางของเรา เมื่อซื้อและชำระเงินผ่านระบบแล้วภายใน 24 ชั่วโมงจะได้ใบตอบรับซึ่งระบุสถานที่รับตั๋วมาให้ ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่บริเวณท่าเรือ

การเดินทางโดยเครื่องบินกรีซ

สายการบินภายในประเทศกรีซเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ละสายการบินมีราคาค่าโดยสารน่าสนใจทีเดียวตั้งแต่ราคา 35 ยูโรขึ้นไป ขึ้นอยู่แต่กับช่วงเวลาและฤดูกาลท่องเที่ยว เมื่อรวมภาษีต่างๆแล้วก็จะประมาณ 60-70 ยูโร ซึ่งการเดินทาโดยเครื่องบินเหมาะสมกับคนที่มีเวลาค่อนข้างจำกัด หรือสัมภาระไม่มาก

สายการบินภายในประเทศที่บินเชื่อมต่อภายในประเทศกรีซนั้นมีอยู่สองสาย คือ Olympic Airlines และ Aegean Air สามารถสำรองที่นั่งได้จากระบบออนไลน์ในเว็บไซด์ของบริษัท ที่  www.olypic-airlines.com และ www.aegeanair.com

อาหารกรีซ

เรื่องอาหารการกินที่กรีซ

กรีซเป็นประเทศเกษตรกรรมมาก่อน ไปที่ไหนก็จะมีพืชผักและผลไม้สดวางขายเสมอ แม้ในมินิมาร์ตเล็กๆก็จะมีแอปเปิ้ล ส้ม กล้วย วางขาย โดยเฉพาะมะกอกและถั่วต่างๆ เมื่ออยู่นอกกรุงเอเธนส์จะเห็นต้นมะกอกปลูกเรียงรายเต็มไปหมด

ไม่ว่าคุณจะไปส่วนไหนของกรีซ จะเห็นเนื้อสัตรว์ที่สไลด์บางๆแล้ววางซ้อนไปทีละชิ้น เรียงขึ้นจนสูงเสียบอยู่บนแท่งโลหะหมุนได้ เหมือนร้านเดบับ (Kebub) ร้านแบบนี้ที่บอกได้ว่าเป็นร้านขายจีรอส (Gyros) และซูลากิ (souvlaki)

จีรอสเหมือนอาหารฟาสต์ฟูตของคนกรีก ประกอบด้วยแผ่นแป้งหนานุ่ม ทำหน้าที่รองรับเนื้อสัตรว์ที่ไสลด์มากจากแท่งเสาโลหะแล้วเติมด้วยเฟรนช์ฟรายส์ หอมแดง และมะเขือเทศ ราดด้วยครีมเปรี้ยวๆ แล้วห่อเป็นรูปกรวยด้วยกระดาษมันๆห่อให้รับประทาน ในร้านจีรอสส่วนใหญ่มักจะให้เห็นเนื้อสัตว์ขายอยู่สามชนิด คือ หมู ไก่ และแกะ เนื้อสัตว์ที่นิยมกินกันก็คือเนื้อหมู จีรอสหมูเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แนะนำให้รับประทาน อีกทั้งยังราคาถูกประมาณ 1.5+1.8 ยูโร

ชูลากิ (souvlaki) เป็นเนื้อสัตว์ย่างหั่นเป็นทรงลูกบาศก์ เวลาเสิร์ฟเสียบมาเป็นไม้ๆพร้อมแป้งพิตต้า เฟรนช์ฟรายส์ หอมแดง และมีครีมเปรี้ยวเสิร์ฟอยู่ข้างๆ ราคา 4-9 ยูโร

หากใครชอบกินเนื้อวัวก็ไม่ควรพลาดเมนูนี้ มูชาก้า (Mousaka) คล้ายลาซานญ่า แต่หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล้ก มีลักษณะเป็นชิ้นๆ มีชีส มะเขือม่วงผัด เนื้อวัวสับ มันเทศ สลับกันไป เวลาเสิร์ฟเอาออกมาจากเตาร้อนๆ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ส่วนราคาประมาณ 5.5-8 ยูโร

อาหารกรีซ

ในร้านอาหารจะเห็นเมนูกาแฟอยู่ด้วยเสมอ การแฟกรีกจะเป็นกาแฟคั่วบดซึ่งไม่ได้กรองกากของผงกาแฟออก การแฟร้อนของกรีกไม่ได้ใส่นมหรือคอฟฟี่เมตเสิร์ฟในถ้วยการแฟใบเล็กๆ (เหมือนถ้วยเอสเปรสโซ่) แต่อย่าเพิ่มดื่มทันที ต้องรอสักพักเพื่อให้ตะกอนผงกาแฟนอนก้นแล้วค่อยดื่ม เวลาดื่มไม่จำเป็นต้องดื่มผงกาแฟ ราคาประมาณ 1.50-2.50 ยูโร นอกจากในที่ที่ไม่ค่อยนิยมมีนักท่องเที่ยวราคาจะประมาณ 1 ยูโร

นอกจากกาแฟร้อนแล้ว กาแฟกรีกก็มีแบบเย้นด้วยอาจสั่งว่า “iced coffee” ก็ได้ แต่โดยทั่วไปจะเรียกกาแฟเย็นว่า แฟรปเป้ (frappe) จะเลือกใส่นมและน้ำตาล หรือไม่ใส่เลย ก็ได้ ราคาต่อแก้วประมาณ 1.50-3.50 ยูโร

กรีซมีเบียร์ของตัวเองด้วย ชื่อมิทอส (Mythos) รสชาติไม่ผิดกับเบียร์ยี่ห้อดีๆยี่ห้ออื่นๆเลย ส่วนราคาแบบขวดที่เสิร์ฟตามร้านอาหารประมาณ 2-3 ยูโร ถ้าในมินิมาร์ตกระป๋องละ 0.70-0.80 ยูโร

มาถึงกรีซแล้วใครๆก็ต้องได้ชิมอูโซ่ (Ouzo) เหล้าพื้นเมืองของกรีซซึ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ถึง 40% ดังนั้นจึงไม่ควรดื่มอูโซ่เพียวๆเพราะนอกจากรสชาติจะไม่ดีแล้ว ยังทำให้เมาง่าย ตามแคว้นและเกาะต่างๆก็ยังมีเหล้าพื้นบ้านอื่นๆอีก

รู้จักศาสนาของชาวกรีซ

ในกรุงเอเธนส์อาจเห็นโบสถ์เล็กๆตั้งอยู่ท่ามกลางความเจริญหรือตึกสูงที่ขนาบอยู่สองข้าง ศาสนาประจำชาติคือ ศาสนาคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์ ประชาชน 98% นับถือศาสนานี้ ส่วนที่เหลือนับถือศาสนาอื่นๆอย่างศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อิสลามหากมีโอกาสไปถึงกรีซ ควรหาโอกาสเข้าเยี่ยมชมโบสถ์ของนิกายออร์ทอดอกซ์สักครั้งหนึ่ง ภายในตกแต่งด้วยรูปนักบุญต่างๆโดยมีผนังสีทองและแสงจากเปลวเทียน บางโบสถ์ที่เก่าๆอาจมีเก้าอี้และของประดับประดาโบราณทำให้โบสถ์ยิ่งขลังมากขึ้น เนื่องจากชีวิตที่ผูกพันกับศาสนาทำให้คนกรีกต้องมีการงดของกินบางอย่างเนื่องในวันสำคัญนี้ จึงทำให้เกิดอาหารอย่างมะเขือเทศยาวยัดไส้ข้าว (stuffed tomato) หรืออาหารจานผักต่างๆ

เมืองเมทีโอร่า กรีซ

Athens และ Attica และหมู่เกาะในอ่าว Ango-Saronic กรีซ

Attica เป็นชื่ออาณาเขตที่ครอบคลุมกรุงเอเธนส์ (Athens) ไปจดส่วนของท่าเรือ Piraeus และแหลม Sounion ซึ่งเป็นที่ตั้งวิหาร Temple of Poseidon เทพแห่งท้องทะเล และเป็นสถานที่ยอดนิยมที่ผู้คนทั่วทุกสารทิศต้องเดินทางมาชมพระอาทิตย์ตก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีที่ราบเพื่อทำเกษตรกรรมเล็กน้อย ซึ่งจะปลูกองุ่นและมะกอกดำ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นพื้นที่สำคัญของแหล่งอุตสาหกรรมของกรีซด้วย

ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับส่วนสำคัญที่สุดใน Attica นั่นคือ “กรุงเอเธนส์” เป็นนครหลวงโบราณที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกตะวันตก มีผู้คนอาศัยอยู่ในกรุงเอเธนส์มาแล้วกว่า 6,000 ปี เอเธนส์มีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ยุคไมซีนี (Mycenae) ซึ่งเป้นยุคที่เกิดสงครามเลื่องชื่อที่เมือง Troy (1600-1100 ปีก่อนคริสตกาล คือประมาณเมื่อ 3,100-3,600 ปีที่แล้ว) ตือเนื่องเข้าสู่ยุคดอเรียน (Dorian) ซึ่งชาวดอเรียได้ตั้งเมืองต่างๆขึ้นมามกามาย รวมทั้งเมือง Sparta, Corinth และเอเธนส์ชื่อ “Athens” นี้ตั้งขึ้นตามเทพีแห่งปัญญานามว่าอทีน่า (Athena) ซึ่งตามตำนานเทพของกรีก ชาวเอเธนส์ได้ขอร้องเธอให้เป็นเทพีอุปถัมป์เมือง

อะโครโพลิส กรุงเอเธนส์ กรีซ 

ตำนานของนครเอเธนส์ กรีซ

ยุคเฮลเลนิสติกอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชผู้มีชื่อเสียงราวโรมันที่ขยายอาณาเขตมาจนถึงเอเชีย ก่อนขึ้นเป็นกษัตริย์อเล็กซานเดอร์ บิดาของกษัตริย์อเล้กซานเดอร์ซึ่งคือกษัตริย์ฟิลิปที่ 2 ของอาณาจักรมาซีโดเนีย (Macedonia) อยู่ทางตอนเหนือของกรีก ได้เข้ามายึด Thessaly, Corinth และปกครองเอเธนส์แล้วตั้งแต่เมื่อ 338 ปีก่อนคริสตกาล

ต่อมาพอถึงยุคของกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช พระองค์นำทัพไปมีชัยชนะเหนืออาณาจักรเปอร์เซียซึ่งเป็นศัตรูของกรีกได้และแผ่อำนาจเข้าปกครองอียิปต์ ทั้งขยายอาณาเขตเข้ามายังทวีปเอเชีย ช่วงนี้จึงถือได้ว่าเป็นช่วงที่อารยธรรมของกรีกแพร่กระจายไปพร้อมกับการขยายอาณาเขตการปกครองของกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชด้วย จึงทำให้ยุคนั้นอารยธรรมของกรีกเจริญสูงสุดทั้งด้านภาษา ปรัชญา และวัฒนธรรม จนกระทั่งเมื่อ 168 ปีก่อนคริสตกาล โรมันเริ่มมีชัยชนะเหนืออาณาจักรมาซีโดเนียและบุกเมือง Corinth โดยฆ่าพลเมืองชายทั้งหมด และขายผู้หญิงและเด็กไปเป็นทาส ที่สำคัญได้ประกาศว่า”กรีก” เป็นส่วนหนึ่งของโรมันในช่วง 146 ปีก่อนคริสตกาล

ต่อมาราว 86 ปีก่อนคริสตกาล เอเธนส์ก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นำโรมัน ในปี ค.ศ. 324 กษัตริย์คอนสแตนตินสามารถรวบรวมอาณาจักรโรมันให้เป็นปึกแผ่น โดยพระองค์เป็นกษัตริย์องค์เดียวที่ปกครองทั้งอาณาจักรและสถาปนาเมืองหลวงขึ้นที่คอนสแตนตินโนเปิล ในปี ค.ศ. 381 กษัตริย์ทีโอโดสิอุส (Theodosius) ที่ 1 ประกาศให้ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาอาณาจักร และเมื่อกษัตริย์ทีโอโดสิอุสที่ 1 เสด็จสวรรคตในปี ค.ศ. 395 อาณาจักรโรมันก็ถูกแบ่งเป็นสองฝ่ายโดยแยกตามภาษาที่ใช้สื่อสาร คือ ละตินตะวันตก (Latin West) หมายถึงพวกฝั่งตะวันตกที่ใช้ภาษาละติน และไบแซนไทน์ตะวันออก (Byzantine East) หมายถึงพวกฝั่งตะวันออกที่ใช้ภาษากรีก

อะโครโพลิส กรุงเอเธนส์ กรีซ 

ในยุคไบแซนไทน์เป็นยุคที่คริสต์ศาสนารุ่งเรืองโดยการนำของอาณาจักรดรมัน โรงเรียนปรัชญาที่สอนแนวคิดของอริสโตเติลและเพลโตจำเป็นต้องปิดลง ในปี ค.ศ. 529 เนื่องจากแนวคิดศาสนาคริสต์เข้ามามีอิทธิพลต่อประชาชนแทนหลักคิดแบบปรัชญา ส่วนวิหาร Temple of Parthenon ก็กลายสภาพเป็นโบสถ์ ในปี ค.ศ. 841 พอถึงปี ค.ศ. 1204 กรุงคอนสแตนติโนเปิลโดนโจมตีในช่วงสงครามครูเสดอาณาจักรไบแซนไทน์ก็ง่อนแง่นเพราถูกแทรกแวงจากพวกแฟรงก์ (Frank) ซึ่งก็คือชาวเยอรมันในปัจจุบัน และพวก Venetian ชาวเวนิสซึ่งเป็นพวกละตินตะวันตก โดยสองพวกนี้เข้ายึดอำนาจตามเมืองต่างๆพอปี ค.ศ. 1389 เมืองส่วนใหญ่ของกรีกตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวเวนิส กระทั่งในปี ค.ศ.1453 พวกเติร์กก็เข้ามายึดกรุงคอนสแตนติโนเปิลและเปลี่ยนชื่อเป็นนครอิสตันบูล แล้วสถาปนาเป็นเมืองหลวงของออตโตมัน ในปี ค.ศ. 1456 พวกเติร์กจากอาณาจักรออตโตมันก็เข้าปกครองเอเธนส์...นี่คือตำนานของเอเธนส์ที่รุ่งเรืองและตกต่ำ

Acropolis เอเธนส์ กรีซ

อะโครโพลิส กรุงเอเธนส์ กรีซ 

ป้อมปราการบนยอดเขา แหล่งรวมอารยธรรมโบราณ เอเธนส์ กรีซ

-  เดือนเมษายน-ตุลาคม เปิดเวลา 08.00-18.30 น.

-  เดือนพฤศจิกายน-มีนาคม เปิดเวลา 08.00-14.30 น.

-   Holy Saturday เปิดเวลา 08.00-14.30 น.

-  วันหยุดประจำปี : 1 มกราคา/25 มีนาคม/Easter Sunday/1 พฤษภาคม/25-26 ธันวาคม

-  ห้ามนำเป้หรือกระเป๋าขนาดใหญ่เข้าไปด้านใน ถ้ามีเป้ไปต้องนำไปฝากไว้ที่เจ้าหน้าที่รับฝากกระเป๋าด้านนอก

การเดินทาง นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 2 (สีแดง) ไปลงสถานี Acropolis ออกมาจากทางใต้ดินแล้วให้หันมาทางซ้าย เนไปจนเจอถนน Dion, Arepagitou แล้วเลี้ยวซ้าย เดินมาเรื่อยๆบนลานกว้างๆ (400เมตร) สังเกตบริเวณด้านขวาจะมีทางขึ้นลงของนักท่องเที่ยว ให้ขึ้นบันไดนั้นไป

Acropolis อะโครโพลิส กรุงเอเธนส์ กรีซ  ของกรุงเอเธนส์ตั้งอยู่บนฝาหินปูนที่สูง 156 เมตร เป็นเหมือมงกุฎของกรุงเอเธนส์ เพราสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากพื้นที่โดยรอบ เสาหินอ่อนของวิหาร Temple of Parthenon ตัดกับผืนฟ้าสีเข้ม สะท้อนให้เห็นถึงอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองสูงสุดที่นี่เมื่อ 2,500 ปีก่อน การก่อสร้างวิหารด้วยหินนั้นเริ่มเมื่อ 600-500 ปีก่อนคริสตกาล วิหาร Temple of Parthenon มีประวัติศาสตร์ที่น่าติดตามไม่น้อย เริ่มจากการสร้างเพื่ออุทิศให้เทพีอทีน่า แต่เมื่อ 480 ปีก่อนคริสตกาล เกิดสงครามเปอร์เซียและ Acropolis ถูกทำลายต่อมา Pericles ชักชวนให้ชาวเอเธนส์ก่อสร้างวิหารต่างๆใน Acropolis ขึ้นใหม่ในช่วง 460-429 ปีก่อนคริสตกาล เพื่อแสดงถึงความสำเร็จทางด้านวัฒนธรรมและการเมืองของกรีก (อ่านต่อ..คลิ๊ก)

สนามกีฬาโอลิมปิก กรีซ

ซุ้มประตู Hadrian’s Arch และวิหาร Temple of Olympian Zeus (ต่อด้วยสนามกีฬาโอลิมปิคหรือสวน Zapion) เอเธนส์ กรีซ

ซุ้มประตู Hadrian’s Arch สร้างขึ้นเพื่อต้อนรับกกษัตริยืโรมัน Hadrian ในช่วง ค.ศ. 124-131 ผู้ชื่นชอบวัฒนธรรมกรีก โดยซุ้มประตูที่ตั้งตระหง่านนี้ด้านหนึ่งสลีกไว้ในความหายว่านี่คือสุดเขตของกรีก “นี่คือเอเธนส์ ฝั่งเมืองโบราณของกษัตริย์ Hadrian และไม่ใช่ของกษัตริย์ Theseus” ยุคนั้นโรมันรุ่งเรืองและปกครองเอเธนส์ ในบริเวณนี้จึงเป็นตึกต่างๆของโรมัน ร่องรอยที่พอให้เห็นคือ วิหาร Temple of Olympian Zeus (อ่านต่อ..คลิ๊ก)

เมือง Mykines และ  Nafplio กรีซ

เมือง Mycenae กรีซ

มรดกโลกทางด้านฝั่งตะวันตกของคาบสมุทร Peloponnese นั้นคือแหล่งโบราณคดี Epidaurus , Mycenae และ Tiryns  ขอแนะนำให้คุณเลือกเมือง Nafplio เป็นที่พักในการเที่ยวชมแหล่งโบราณคดีต่างๆเพระเมืองนี้อยู่ตรงกลางระหว่างแหล่งโบราณคดีสำคัญๆที่คุณสามารถเช่ารถไปได้และยังเป็นเมืองตากอากาศที่มีเสน่ห์และโรแมนติกมากๆเมืองหนึ่งด้านหน้าของเมือง Nafplio เป็นเหมือนอ่าวขนาดใหญ่ มีร้านกาแฟและร้านอาหารคึกคักด้วยผู้คนที่แวะเวียนไปชมวิวป้อมปราสาท Bourtzi ที่เหมือนปราสาทลอยน้ำอยู่ทางด้านหน้า สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1471 ปราสาทแห่งนี้เคยเปิดให้บริการในฐานะโรงแรมในช่วงปี ค.ศ. 1930-1970 มีเรือบริการไปยังปราสาท ค่าโดยสาร 4 ยูโร ในวันหยุดคนเอเธนส์จะมาเที่ยวที่นี่กันมากมาย แม้ในฤดูหนาวก็ตาม (อ่านต่อ..คลิ๊ก)

มรดกโลกใน Central Greece กรีซ เยือนแหล่งโบราณคดีบนยอดเขา กรีซ

สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นสะดือโลกกรีซ  แหล่งโบราณคดี Delphi เมืองเดลฟี กรีซ

เมืองเดลฟี กรีซ

เมือง Delphi อยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ 164 กิโลเมตร เป็นแหล่งโบราณคดีที่ถือว่ายิ่งใหญ่มากอีกแห่งหนึ่ง ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาถึงกรุงเอเธนส์ล้วนจะมาเยือนเมืองนี้บนยอดเขาที่มีความสูง 700 เมตร เป็นที่ตั้งของวิหารศักดิ์สิทธิ์ของเทพอพอลโลที่สร้างขึ้นเมื่อ 510 ปีก่อนคริสตกาล และยังเป็นที่ตั้งของสถานที่ศักิดสิทธิ์อื่นๆรวมทั้งโรงละครหินที่จุคนได้ 5,000 คน  ประวัติเมือง Delphi ย้อนหลังไปเมื่อครั้งที่สถานที่นี้เคยมีควันพุ่งออกมาจากหิน ทำให้กลายเป็นที่สักการะเทพีแห่งธรณี (Earth Goddess) ที่มีชื่อว่า Gaea หรือ Themis ซึ่งเชื่อกันว่าบริเวณนี้เป็นสะดือของโลก (earth navel) ต่อมาชาวครีตได้นำเทพอพอลโลมาให้ผู้คนรู้จักในฐานะเทพพยากรณ์(อ่านต่อ..คลิ๊ก)

มรดกโลกในแคว้น Thessaly  เทสซาลี่ กรีซ  ชมพูมิทัศน์แปลกตาของสำนักสงฆ์บนยอดเขาสูง สำนักสงฆ์ Thessaly เมืองกาลาบากา เมทีโอร่า  เทสซาลี่  กรีซ 

สำนักสงฆ์ เมทีโอร่า กรีซ

Mateora เมทีโอร่า เป็นแคว้นที่มีภูมิทัศน์แปลกตาด้วยแท่งหินขนาดใหญ่เหมือนตึกสูงที่ยืนเบียดกันในเมือง และบนแท่งหินที่โดเดี่ยวทั้งหลายนั้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15-16 มีพระและผู้ศรัทธาไต่ผาที่มีความสูง 100-150 เมตรเพื่อขึ้นไปสร้างสำนักสงฆ์ ประหนึ่งเป็นการปลีกวิเวกของผู้ปฏิบัติธรรม ในครั้งนั้นมีสำนักสงฆ์ในบริเวณนี้มากถึง 24 แห่ง ปัจจุบันเหลือเพียงหกแห่งเท่านั้น มีผู้เริ่มปฏิบัติธรรมบนยอดเขาเหล่านี้ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 ก่อนเริ่มก่อสร้างสำนักสงฆ์ การขึ้นลงสำนักสงฆ์ในยุคนั้นนอกจากจะเดินแล้วก็สามารถนั่งกระเช้าที่ชักรอกโดยพระจากด้านบน แต่ปัจจุบันมีถนนอย่างดีแล้ว (อ่านต่อ..คลิ๊ก)

เทสซาโลนีกี กรีซ 

เมืองเทสซาโลนีกี กรีซ

เทสซาโลนีกี  ตั้งอยู่กึ่งกลางโดยที่ด้านตะวันตกมีทะเลโยเนียนกับด้านตะวันออกมีแม่น้ำเอฟรอส เมืองนี้ใหญ่เป็นอันดับสองของกรีซและมักเอ่ยถึงในฐานะเมืองหลวงร่วมกับกรุงเอเธนส์ ถ้าลากเส้นตรงขึ้นไปทางเหนือจากเทสซาโลนีกีจะไปบรรจบกับเส้นกั้นเขตแดนของสามประเทศ คืออดีตยูโกสลาเวีย บัลแกเรีย และกรีซ เส้นนี้ยังแบ่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกรีซ  เส้นนี้ยังแบ่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกรีซ ซึ่งประกอบด้วยเอปิรุสและมาซิโดเนียตะวันตก ออกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งรวมมาชิโดเนียตะวันออกและแธรซ  ประวัติศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเต็มไปด้วยการโยกย้ายข้ามไปมาตามเขตแดนของชนเผ่าพื้นเมืองและชาติต่างๆที่นี่พระเจ้าอเล็กเซานเดอร์มหาราช(อ่านต่อ..คลิ๊ก)

เกาะ Santorini (Thira) กรีซ  ย้อนอดีตอารยธรรมมิโนอัน เที่ยวเมืองในฝัน ชมเกาะภูเขาไฟ กรีซ

เกาะซานโตรีนี กรีซ

เกาะ Santorini ถือเป็นราชินีของหมู่เกาะ Cyclades ไม่ใช่เพราะความเก๋ไก๋ของบ้านสีขาวล้วนที่ตัดขอบบานประตูหน้าต่างด้วยสีสดใส เพราทุกเกาะใน Cyclades ก็เป็นแบบนี้หมด แต่เนื่องจากที่นี่มีภูมิประเทศแปลกกว่าเกาะอื่นๆเพราเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ เกาะแห่งนี้จึงมีลักษณะเหมือรูปพระจันทร์เสี้ยว เมืองทางด้านตะวันตกนั้นไม่มีที่ราบให้เห็นสักเท่าใด แต่ทางด้านตะวันออกมีชายหาดและที่ราบบ้าง และชายหาดก็เป็นหาดทรายดำ ส่วนหาดทรายแดงอยู่ทางตอนใต้ที่หมู่บ้าน Akrotiri (อ่านต่อ..คลิ๊ก)

Stoa of Attalos/Ancient Agora และวิหาร Temple of Hephaisteion เอเธนส์ กรีซ

หากลงมาจากทาง Acropolis จะเจอโบสถ์เก่าๆหลังหนึ่ง ให้เดินไปทางขวามือที่เห็นตึกขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่า นั่นคือตึก Stoa of Attalos ที่สร้างขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1953-1956 ตามโครงสร้างเดิมบนที่เก่าของตึก ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสิ่งของต่างๆที่พบระหว่างกู้พื้นที่บริเวณนี้ เนื่องจากทั่วบริเวณคือ Ancient Agora ศูนย์รวมของผู้คนที่มาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันทั้งเรื่องค้าขาย วัฒนธรรม การเมือง จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะรู้สึกได้ว่าในพิพิธภัณฑ์ Stoa of Attalos สะท้อนถึงจิตวิญญาณและชีวิตประจำวันของผู้คนสมัยนั้น Stoa of Attalos เดิมสร้างโดยกษัตริย์ Attalos of Pergamon (ครองราชย์ในช่วง 159-138 ป่ก่อนคริสตกาล) และถูฏทำลายลงในปี ค.ศ. 267 ส่วน Ancient Agora อยู่ทางซ้ายมือของโบสถ์ปัจจุบันเป็นเหมือนทุ่งหินที่มีกองหินวางเกะกะ เดินขึ้นมาตามทางจะเห็น วิหาร Temple of Hephaisteion ซึ่งเป็นวิหารเสาดอเรียน เหมือนวิหาร Temple of Parthenon วิหารแห่งนี้อยุ่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นที่ประดิษฐานของเทพีอทีน่าและเทพเฮฟเฟสตุส สร้างขึ้นเมื่อ 449 ปีก่อนคริสตกาล ก่อนหน้านั้นเนื่องจากมีภาพของเทสสิอุส วีรบุรุษของเอเธนส์วาดอยู่บนวิหาร ทำให้เข้าใจว่าวิหารแห่งนี้สร้างเพื่อสดุดีกษัตริย์ที่อยู่ในตำนานจนตอนหลังได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้า จึงเรียกวิหารนี้ว่า Thesseion และเรียกแถบนี้ว่า Thesseion จนถึงทุกวันนี้ ทสังเกตได้จากชื่อสถานีรถไฟใต้ดินก้เป็นชื่อนี้ ตอนหลังก็เพิ่งมาพบว่าวิหารนี้สร้างขึ้นเพื่อเทพเฮฟเฟสตุส อย่างไรก้ดีวิหารนี้เคยใช้เป็นโบสถ์มาก่อน เรียกว่าโบสถ์ St. George

ซุ้มประตู Hadrian’s Arch และวิหาร Temple of Olympian Zeus (ต่อด้วยสนามกีฬาโอลิมปิคหรือสวน Zapion) เอเธนส์ กรีซ

สนามกีฬาโอลิมปิก กรีซ

ซุ้มประตู Hadrian’s Arch สร้างขึ้นเพื่อต้อนรับกกษัตริยืโรมัน Hadrian ในช่วง ค.ศ. 124-131 ผู้ชื่นชอบวัฒนธรรมกรีก โดยซุ้มประตูที่ตั้งตระหง่านนี้ด้านหนึ่งสลีกไว้ในความหายว่านี่คือสุดเขตของกรีก “นี่คือเอเธนส์ ฝั่งเมืองโบราณของกษัตริย์ Hadrian และไม่ใช่ของกษัตริย์ Theseus” ยุคนั้นโรมันรุ่งเรืองและปกครองเอเธนส์ ในบริเวณนี้จึงเป็นตึกต่างๆของโรมัน ร่องรอยที่พอให้เห็นคือ วิหาร Temple of Olympian Zeus (อ่านต่อ..คลิ๊ก)

ย่านเก่า แหล่งชอปปิ้ง ถนนคนเดิน เอเธนส์ กรีซ

ชมตึกโบราณ เรียนรู้วิถีชีวิต เลือกซื้อของที่ระลึก เอเธนส์ กรีซ

ย่าน Plaka เอเธนส์ กรีซ

Plaka อยู่กลางเมืองเอเธนส์ตรงตำแหน่งเบื้อล่างของ Acropolis เลย คำว่า Plaka มาจากคำว่า Pliaka แปลว่า”เก่า” เป็นคำที่ทหารแอลเบเนียที่รับใช้กองทัพเติร์กใช้เรียกบริเวณนี้เมื่อเข้ามาตั้งรกรากที่นี่ราวศตวรรษที่ 16  จากสถานีรถไฟ Syntagma ก็เดินมาย่าน Plaka ได้เหมือนกัน เราเคยลองเดินมาทางนั้น แต่ได้เดินเพียงปลายๆ Plaka แล้วก็หลงไปย่าน Monastiraki แล้ว เพื่อไม่ให้พลาดถนนที่สวยงามและบ้านเรือนเก่าแก่ในย่าน Plaka เราอยากให้คุ ณเริ่มจากฝั่งสถานี Acropolis จากถนน Frinihou เดินไปจะเจอถนน Lisikratour ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ Lysicrates Monument และร้านอาหารกรีกชื่อดัง Daphne’s ขนาดนิวยอร์กไทม์และซีเอ็นเอ็นยังแนะนำเพราะร้านนี้เคยต้อนรับราชวงศ์สเปน นอร์เวย์ และจอร์แดน รวมทั้งคนดังระดับประเทศอย่าง ฮิลลารี คลินตัน และดารา ชื่อดังอย่าง เมอริล สตรีป โรเจอร์ มัวร์ นิโคลัส เคจ และคนอื่นๆอีกมากาย แต่ร้านนี้จะเริ่มเสิร์ฟเฉพาะอาหารเย็นเท่านั้น ราว 1 ทุ่มเป็นต้นไป ขณะที่เราชะโงกผ่านประตูกระจกเข้าไปเห็นจะเห็นภาพคนดังมากมายพร้อมลายเซ็นต์ติดไว้ที่สำคัญเห็นหมายเลขโทรศัพท์สำรองที่นั่ง ดังนั้นถ้าอยาก รับประทานอาหารที่นี่โทร ฯ จองไว้ก่อนจะดีกว่า จากนั้นเดินไปตามถนนเล็กๆที่ชื่อ Selley แล้วจะเป็นถนน Adrianou ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ตลอดสาย  ถนนในบริเวณ Plaka นั้นจะปูด้วยหินอ่อนและรถไม่สามารถเข้าได้ ตึกต่างๆใน Plaka เป็นตึกเก่าแก่ ร้านอาหารและร้านกาแฟนั้นยิ่งดูน่านั่งแทบทุกร้าน อาจแตกต่างกันตรงราคาบ้าง การเลือกร้านรับประทานอาหารในย่าน Plaka นั้นให้ดูเมนูหน้าร้าน ดูราคาที่พอใจก่อน จากนั้นเลือกทำเล เลือกรูปแบบร้าน แล้วค่อยเดินเข้าไปนั่ง

 สินค้าที่ระลึกกรีซ

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติทางโบราณคดี (National Archaeological Museum) เอเธนส์ กรีซ

-  วันจันทร์เปิดเวลา 13.00-19.30 น.

- วันอังคาร-วันอาทิตย์เปิดเวลา 08.90-15.00 น.

-   ฤดูร้อน : วันจันทร์เปิดเวลา 13.00-19.30 น.

                      วันอังคาร-วันอาทิตย์เปิดเวลา 08.00-19.30 น.

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะจัดห้องตามยุคตามสมัยตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ (6800 ปีก่อนคริสตกาล) จนถึงยุคที่โรมันรุ่งเรือง (คริสต์ศตวรรษที่ 4) จัดแสดงอยู่ในตึกใหญ่โตที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1889 ตามศิลปะของกรีกโบราณ ห้องที่เปิดให้ชมส่วนใหญ่เป็นห้องที่มีรูปปั้นและของโชว์ต่างๆที่ไม่ได้อยู่ในตู้กระจก รู)ปั้นของทวยเทพที่วิจิตรก็ปรากฏให้เราชื่นชม

ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งคือ Thira Gallery ซึ่งอยู่บริเวณชั้นบนของพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงสิ่งที่ค้นพบจากหมู่บ้านยุคมิโนอัน (กว่า 3,500 ปีที่แล้ว) ในหมู่บ้าน Akrotiri บนเกาะ Santarini (เดิมชื่อเกาะ Thira) ที่ถูกลาวาของภูเขาไฟฝังไว้ การกู้แหล่งโบราณคดีแห่งนี้เริ่มเมื่อปี ค.ศ. 1697 คือ 40 กว่าปีที่แล้วโดยศาสตราจารย์ Spyridon Marinatos ดังนั้นจึงมีภาพวิดีโอที่แสดงตั้งแต่การเริ่มงานขุดและรายละเอียดต่างๆถึงความเป็นไปได้ของแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือภาพจิตรกรรมบนฝาผนังที่ถูกลาวาถมทับและรักษาไว้เป็นอย่างดีจนมาปรากฏในวันนี้ (ภาพที่โด่งดังมากคือภาพเด็กชายสองคนต่อยมวย)

จุดท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจใน Attica เอเธนส์ กรีซ

แหลม Sounlon อยู่ปลายสุดของคาบสมุทร Attica เป็นที่ตั้งของวิหาร Temple of Poseidon สร้างเสร็จเมื่อ 440 ปีก่อนคริสตกาล ผู้คนมักจะมาที่นี่ในช่วงเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตก

เมือง Marathon เป็นเมืองที่ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราเป็นสนามรบเมื่อ 490 ปีก่อนคริสตกาล (เกือบ 2,500 ปีมาแล้ว) ขณะนั้นจักรวรรดิเปอร์เซียยิ่งใหญ่มากและต้องการยึดครองนครเอเธนส์นักวิ่งชื่อ Pheidippides ถูกส่งตัวไปยังเมือง Sparta เพื่อขอความช่วยเหลือแต่ชาวสปาร์ตามาเมื่อสงครามสิ้นสุดแล้ว ซึ่งชาวเอเธนส์เป็นผู้ได้ชัยชนะโดยมีผู้เสียชีวิต 192 คน ส่วนนักรบเปอร์เซียเสียชีวิตมากถึง 6,400 คน หลุมฝังศพของทหารกล้ามีลักษณะเป็นเนินกลมสูง 9 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 เมตร ปัจจุบันได้เป็นสถานที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวนัก

Monasterys of Daphni ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1990 ความสวยงามของอารามอยู่ที่สถาปัตยกรรมและรูปภาพภายในที่ทำมาจากโมเสกชิ้นเล็กๆต่อกันจนเป็นรูปภาพต่างๆซึ่งมีอายุตั้งแต่ ค.ศ. 1100 แต่ยังอยู่ในสภาพดี ปัจจุบันอารามแห่งนี้ไม่ได้เปิดให้เข้าชมเนื่องจากความเสียหายจากแผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ. 1999

เมืองเอเธนส์ กรีซ

Argo-Saronic  เอเธนส์ กรีซ

สัมผัสบรรยากาศเกาะใกล้กรุงเอเธนส์ เอเธนส์ กรีซ

อ่าว Argo-Saronic คือส่วนที่ติดกับฝั่งของ Attica และคาบสมุทร Peloponnese หมูเกาะในอ่าวนี้จะอยู่ค่อนข้างใกล้กรุงเอเธนส์ วิธีเดินทางให้นั่งรถไฟใต้ดินมาที่ท่าเรือ Piraeus แล้วเดินเข้าไปบริเวณจุดจอดเรือที่จะไปเกาะในอ่าว Argo-Saronic บริเวณนั้นจะมีช่องขายตั๋วอยู่สามช่อง สามารถซื้อตั๋วลงเรือได้เลย แต่หากเป็นช่วงหยุดเทศกาลหรือฤดูร้อนอาจต้องจองตั๋วล่วงหน้า จริงๆแล้วเกาะเด่นๆในอ่าวนี้มีจำนวนหกเกาะคือ Salamina, Aigina, (Egino), Poros, Hydra, Spetses และ Kithira โดยมีเกาะ Salamina เป็นเกาะใหญ่อยู่ใกล้กรุงเอเธนส์มากที่สุด ส่วนเกาะ Aigina, Poros, Hydra ซึ่งเป็นสามเกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก แต่เกาะที่ไกลออกไปอย่าง Spetses และ Kithira แม้จะมีความสวยงามอยู่มากมายแจชต่ไกลเกินกว่าจะเดินทางได้เลยไม่พูดถึง

เกาะ Aigina กรีซ

เกาะนี้อยู่ห่างจากท่าเรือ Piraeus เพียง 20 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีวิหารและพืชผลอุดมสมบูรณ์

เกาะนี้เคยรุ่งเรืองมากเมื่อ 2,700 ปีก่อน เนื่องจากเป็นที่แรกในยุโรปที่ผลิตเหรียญกษาปณ์ (เรียกว่า Tortoises) สำหรับซื้อสินค้า อย่างไรก็ตามเมื่อ 456 ปีก่อนคริสตกาล เอเธนส์เข้าครอบครองความรุ่งโรจน์นี้ และเสื่อมถอยลงในช่วงที่ตกเป็นเมืองขึ้นของเวนิชและเติร์ก เมื่อกรีซยุคใหม่ประกาศอิสรภาพในปี ค.ศ. 1828 เกาะ Aigina ถูกประกาศให้เป็นเมืองหลวงโดยประธานาธิบดี Ioannis Kapodistrias แต่เป็นเมืองหลวงได้เพียงปีเดียว ก็ย้ายเมืองหลวงไปที่เมือง Nafplio

เกาะ Hydra กรีซ

 เกาะ Hydra ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากลักษณะของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและมีร้านค้าร้านอาหารน่ารักๆ บริเวณท่าเรือมีป้อมปราการใหญ่โต ทางเดินกว้างยาวปูด้วยหินเรียบ การจราจรไม่พลุกพล่าน มองไปจะเห็นคฤหาสน์สีเทาทำด้วยหิน ลดหลั่นกันตามาไหล่เขา ซึ่งเป็นของตระกูลที่ทำธุรกิจการเดินเรือ โดยมีชาวเวนิสออกแบบและสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และ 19 พอพ้นเขตท่าเรืออกไปด้านตะวันออกและตะวันตกจะมีปืนใหญ่ตั้งเรียงรายเป็นระยะโดยรอบ แต่ก็มีสีสันของร้านค้าและร้านอาหารสีฟ้าขาวเก๋ไก๋

บริเวณด้านข้างท่าเรือจะเห็นหอระฆังและหอนาฬิกาที่ทำจากหินอ่อนตั้งโดเด่นอยู่ซึ่งเป็นของโบสถ์ Church of Doemition แต่คนบนเกาะเรียกว่า Monastery สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ภายในโบสถ์มีรูปนักบุญทำจากหินอ่อนและตกแต่งสวยงาม มีการนำหินจากวิหาร Temple of Poseidon บนเกาะ Poros มาใช้สร้างโบสถ์ด้วย

สินค้าที่ระลึกกรีซ

เกาะ Delos กรีซ

มรดกโลก เกาะศักดิ์สิทธิ์ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่

-   เปิดให้เข้าวันอังคาร-วันอาทิตย์เวลา 08.30-15.00 น.

-   วันหยุดประจำปี 1 มกราคม/25 มีนาคม/ช่วงเช้าของ Good Friday ในเทศกาลอีสเตอร์/Easter Sunday (วันอาทิตย์ในเทศกาลอีสเตอร์)/1 พฤษภาคม/25-26 ธันวาคม

การเดินทาง นั่งเรือจากเกาะ Mykonos เรือออกจากท่า Old Port เวลา 10.00 น. (ในฤดูร้อนอาจมีเที่ยวเรือมากกว่านี้) ของทุกวัน วันจันทร์และวันที่คลื่นลมแรง ซื้อตั๋วได้ที่บริษัทขายตั๋วบริเวณท่า Old Port หรือหากใกล้เวลาเรืออก ก็จะมีจำหน่ายตั๋วที่บริเวณเรือที่ออกเลย ค่าโดยสาร 12.50 ยูโรฃ

เกาะ Delos เป็นมรดกโลกแห่งหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าเมือง Delphi และเมือง Olympia เกาะ Delos ถือเป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์มากว่า 3,000 ปี ด้วยว่าถือกำเนิดของเทพอพอลโลและเทพีอาร์ทิมิส (Artemis) ความรุ่งเรืองของเกาะนี้ยาวนานจนเมื่อ 88 ปีก่อนคริสตกาล Mithridates กษัตริย์ของ Pontus บุกเข้าปล้น Delos และ 69 ปีก่อนคริสตกาลก็ถูกปล้นซ้ำอีกโดยเหล่าโจรสลัด พอถึง ค.ศ. 6 เกาะนี้จึงถูกทิ้งร้างจนทุกวันนี้เกาะ Delos ก็ยังคงเป็นเกาะร้างเพราะไม่อนุญาตให้ผู้ใดอาศัยอยู่บนเกาะ หากใครจะค้าคืนต้องได้รับอนุญาตก่อน เพราะเกาะ Delos เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่ ซึ่งการกู้แหล่งโบราณคดีนี้เริ่มในปี ค.ศ. 1873 โดยโรงเรียนโบราณคดีของฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่ในเอเธนส์ ปัจจุบันการขุดกู้ยังดำเนินอยู่   เมื่อขึ้นมาบนเกาะ ต้องยืนเข้าคิวเพื่อซื้อตั๋วเข้าชมเกาะ Delos จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้คู่มือเข้าเยี่ยมชม หากเดินชมเพียงชั่วโมงครึ่งให้ใช้เส้นสีฟ้าซึ่งจะได้ชมเฉพาพะปีกซ้ายของเกาะซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถานสักการะเทพต่างๆ แต่ถ้าจะชมปีกขวาซึ่งเป็นที่อาศัยและสามารถจินตนาการสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนเมื่อ 2,000 ปีที่แล้ว ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชั่วโมง คือเดินตามเส้นทางสีฟ้าและสีเขียว หากต้องการเดินขึ้นภูเขาเพื่อไปวิหารศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าซูสและเทพีอทีน่าด้วย ต้องใช้เวลาเดินเพิ่มขึ้น

พอเดินเข้าไปจะเจอกับ Agora of the Competaliasts ซึ่งอยู่ทางขวามือ Agora เป็นเหมือศูนย์กลางของการค้า วัฒนธรรม และการเมือง จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายที่ Stoa of Philip V ซึ่งเป็นเสาใหญ่ๆเป็นแนวคู่กันไปตามทางจะเจอวิหารเทพอพอลโลและชาวดีเลียน (Delian) และเอเธนส์ (Athenian) และวิหาร Poros ในบริเวณนี้มีวิหารของเทพอาร์ทิมิสและเทพีเลโต้ด้วยก่อนจะถึงไฮไลต์คือ ระเบียงสิงโต (Lion Tereace) ซึ่งทำมาจากหินอ่อนจากเกาะ Naxos ในปลายศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาลเพื่อถวายให้กับเทพอพอลโล

เมืองเทสซาโลนีกี 

ออกจากพิพิธภัณฑ์เดินต่อไปยังเส้นทางสีเขียวที่จะพาไปดูบริเวณที่เคยเปป็นที่อยู่อาศัยของผู้คน อย่างไรก็ตามต้องเดินผ่านสถานที่สักการะเทพเจ้าของชาวไซเรีย (Syrian) และอียิปต์ (Egyptian) ก่อน เนื่องจากเกาะ Delos เป็นเกาะนานาชาติเพราเป็นเมืองท่าสำคัญ จึงมีสถานที่สักการะของชนชาติต่างๆที่ทำการค้าด้วย ในช่วงที่ Delos รุ่งเรืองอียิปต์อยู่ในช่วงราชวงศ์ปโตเลมี (Ptolemy) ซึ่งเดิมปโตเลมีที่ 1 เป็นเพียงผู้ดูแลที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชส่งไปปกครองอียิปต์ ต่อมาได้สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์นอกจากนี้ยังมีวิหาร Temple of Isis ตั้งอยู่ก่อนทางขึ้นเขา Cynthus ที่ไปยังวิหารของเทพเจ้าซูสและเทพีอทีน่าด้วย แม้จะเป็นวิหารเล็กๆแต่ด้านในมีรูปแกะสลักของเทพีที่เหลือเพียงครึ่งล่างอยู่ โดยเทพีไอซิสยังมีชื่อเรียกอื่นอีก เป็นเทพีที่นำความโชคดีและสุขภาพแงแรงมาให้ผู้คน วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ 200 ปีก่อนคริสตกาลส่วนวิหาร Temple of Hera สร้างขึ้นเมื่อ 500 ปีก่อนคริสตกาล ข้างใต้ฐานลงไปเป็นฐานเดินมของวิหารในยุคก่อน (700 ปีก่อนคริสตกาล) เป็นบรเวณที่พบแจกันและของถวายในยุคอาเคอิกที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ลงจากเนินเขาไปจะเจอบ้านของเศรษฐีต่างๆอย่าง House with the Dolphin, House with the Maska, House with the Dionysus, House with the Trident และ House of Cleopatra ชื่อที่ใช้เรียกชื่อบ้านเหล่านี้มาจากสิ่งของที่เหลือไว้ในบ้านนั้น อย่าง House with the Dolphin มีกระเบื้องโมเสกต่อกันเป็นรูปคลื่นที่มีปลาโลมาแต่ขอบตามมุมต่างๆ House with the Maska เชื่อกันว่าเป็นหอพักสำหรับนักแสดงโดยมีกระเบื่อโมเสกต่อกันเป็นรูปเทพเจ้าดิโอนิซุสซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโรงละครกำลังขี่เสือดาวอยู่ House with the Dionysus มีกระเบื้องโมเสกต่อกันเป็นรูปเทพเจ้าดิโอนิซุส ส่วน House of Cleopatra มีรูปปั้นเจ้าของบ้านชายหญิงที่ปราศจากศรีษะยืนเป็นประธานอยู่       นอกจากนี้ยังมีโรงละคร ห้องพักคล้ายโรงแรมตลอดจนทางส่งน้ำผ่านอุโมงค์หลักของเมือง

เกาะ Naxos กรีซ    แหล่งผลิตหินอ่อนเลื่องชื่อ กรีซ

เที่ยวชมโบสถ์และหมู่บ้านในหุบเขา กรีซ

 เกาะ Naxos เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะนี้ ผู้คนจึงไม่ได้ทิ้งเกาะแล้วหนีไปอย่างเกาะอื่นๆ แต่กลับถอยร่นเข้ามาทำมาหากินด้านในของเกาะมากขึ้น คนแนกซอสจึงไม่เหมือนชาวประมงหรือชาวเกาะมากนัก แม้กระทั่งรายได้หลักในปัจจุบันก็มาจากเกษตรกรรมและปศุสัตว์ รองลงมาคือเหมืองหินอ่อนและการท่องเที่ยว หินอ่อนของ Naxos นั้นเลื่องชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล หินอ่อนที่นี่ปรากฏ ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมือง Delphi และเกาะDlos ทุกวันนี้ขึ้นเรือไปเกาะต่างๆ เราก้ยังเห็นรถบรรทุกหินอ่อนของ Naxos ตามไปที่เกาะต่างๆด้วยเกาะ Naxos มีพื้นที่ 448 ตารางกิโลเมตร แต่มีโบสถ์มากถึง 500 แห่ง มีประชากรประมาณ 2 หมื่นคน เฉลี่ยแล้วพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตรต่อจำนวนประชากร 45 คน ต่อโบสถ์ 1.12 หลัง

เมือง Hora กรีซ

เป็นเมืองท่าของเกาะ Naxos นั้นจะมีทางเดินยาวขนานไปกับทะเลสีสวย เมื่อหันหน้าเข้าหาเกาะ ทางซ้ายมือจะมีประตูหินอ่อน Portara ของวิหาร Temple of Apollo ตั้งเด่นอยู่บนเนินเขา ซึ่งหากเดินไปทางนั้นจะเป็นส่วนของ Grotta ที่มองเห็นกังหันลมพลังงานไฟฟ้าแบบนำสมัยหมุนอยู่ แต่จากท่าเรือกเดินไปทางขวามือ จะเจอโบสถ์เล็กๆที่ลอยกลางน้ำ หากเดินขึ้นไปด้านในที่เป็นเนินเขาก็เจอป้อมปราสาทสมัยที่เวนิชปกครองที่นี่และย่านเก่าที่แสนน่ารัก ถ้าหากอยากเห็นเมืองใหญ่และชายทะเลก็เดินต่อไปทางขวาจะเจอส่วนของเมืองใหญ่และหาด St. George Beach

บริเวณ Portara และ Grotta กรีซ

เมื่อเดินไปตามชายฝั่งของเมือง จะเห็นกรอบประตู Portara อันใหญ่โตอยู่บนยอดเขาของเกาะเล็กๆ ชื่อ Palatia ปัจจุบันเกาะ Palatia ได้เชื่อต่อกับเกาะใหญ่ของ Naxos ด้วยทางเชื่อมที่ทอดยาว ให้ความรู้สึกเหมือนเดินฝ่าคลื่นทะเล เนื่องด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่ในเมืองสามารถมองเห็น Portara ได้ ที่แห่งนี้จึงเปรียบเหมือนสัญลบักษณ์ของเกาะ Naxos ในยามเย็นผู้คนจะไต่ขึ้นมาบริเวณ Portara เพื่อชมความงามของพระอาทิตย์ตกส่วนบริเวณ Grotta นั้นเป็นผาสูง มีบ้านเรือนและโรงแรมตั้งอยู่ มีชายหาดเล็กๆ ให้พอเดินเล่นได้บ้าง เนื่องจากอยู่ทางฝั่งเหนือ ลมแถวนี้จะพัดค่อนข้างแรง บริเวณจึงเหมาะกับการตั้งกังหันลม แม้ลมแรงไปหน่อย แต่ก็จะเห็นวิวของ Portara ชัดเจน

หมู่บ้าน Apiranthos  กรีซ

การเดินทาง ขึ้นรถประจำทางบริเวณท่าเรือใกล้กับทางเชื่อมไป Portara รถออกเวลา 09.30/11.00/13.30/15.00/19.00 น.

หมู่บ้าน Apiranthos อยู่ห่างเมือง Hora 32 กิโลเมตร ที่หมู่บ้านปูด้วยหินอ่อนจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าหมู่บ้านหินอ่อน บ้านที่นี่เป็นบ้านสองชั้นทำจากหิน เดินเข้าไปจะเจอพิพิธภัณฑ์ทางโบราณคดี Archaeological Museum และจะมีป้อมที่ชาวเวนิชสร้างไว้ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 ชื่อว่า Zevgoli Tower

คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นคนจากเกาะ Crete ซึ่งอพยพมาที่นี่ประมาณปี ค.ศ. 1770 ในช่วงปฏิวัติ daskalogianni ขณะที่ตุรกีปกครองเกาะ Crete โดยมาทำเหมืองแร่ Emery ที่อยู่ใกล้ คนในหมู่บ้านจึงแตกต่างจากที่อื่นๆในเกาะ Naxos ด้วยคนครีตนั้นเป็นคนขยัน ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์อื่นๆให้แก่เกาะอย่างการทอผ้า ภายในหมู่บ้านมีการโชว์งานหัตถกรรมพื้นบ้านด้วย

 

เกาะ Paros กรีซ   ชายหาดสวย น้ำทะเลใส กรีซ

การเดินทาง ลงเรือที่ท่าเรือ Piraeus ช่อง E6 (ตรงข้ามสถนรถไฟใต้ดิน)

ถ้าเป็นเรือของ Blue Star Ferries ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 15 นาที ค่าโดยสาร 29 ยูโร ถ้าเป็นเรือของ Hellenic Seaways ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 35 นาที ค่าโดยสาร 53.50 ยูโร

เกาะ Paros เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของหมู่เกาะ Cyclades อยู่ใกล้กับกล่อง Naxos ดังนั้นจึงมีหินอ่อนสีขาวใสคุณภาพดีอยู่เหมือนกัน มีชายฝั่งเป็นทะเลยาวถึง 120 กิโลเมตร เมื่อเรือเฟอร์รี่แล่นเข้ามาใกล้เกาะจะเห็นหินสองแท่งโผล่ขึ้นมาคล้ายประตู ซึ่งชาวกรีกตั้งชื่อว่า Gate of Paros เป็นสัญลักษณ์บอกว่ากำลังเข้าเทียบท่าเกาะ Paros แล้ว

เกาะ Paros มีหลายจุดให้เที่ยวชม นอกจากเมือง Parikia ซึ่งเป็นเมืองท่าแล้ว อีกเมืองหนึ่งที่สวยงามและไม่ควรพลาดชมคือเมือง Naoussa ที่อยู่ทางตอนเหนือของเกาะ นอกจากนี้ยังมีชายหาดสวยงาม น้ำทะเลใส เนื่องจากที่เกาะ Paros มีที่เที่ยวหลายแห่ง ระบบรถประจำทางของที่นี่จึงค่อนข้างดีและสะดวกมาก เราจะเห็นป้ายรถประจำทางอยู่บริเวณถนนหน้าท่าเรือเลย หรือจะเช่ารถขับเล่นก็ได้ การเดินทางด้วยรถประจำทางที่นี่นับว่าใช้ได้เลยที่เดียว สะดวกสบายและคนขับก็ใจดี เพียงแต่ต้องดูตารางเวลาของรถประจำทางให้ดีๆ เพื่อคำนวณการเดินทางไปกลับได้ลงตัว ซึ่งแต่ละจุดที่คุณไปไม่ต้องกังวลเรื่องระยะเวลามากนัก เพราเกาะ Paros มีขนาดเล็ก จากท่าเรือไปปลายทางที่ไกลที่สุดอย่างมากแค่ 40 นาที

หาดทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ กรีซ

หาด Piso Livadi Beach หาด Pounda Beach และหาด Golden Beach กรีซ

การเดินทาง ขึ้นรถประจำทางสาย 1 ตรงสถานีที่อยู่ถนนด้านหน้าติดทะเล (ทางไปท่าเรือ) รถออกเวลา 07.30 (08.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์)/10.00/11.00/12.10/14.15 (14.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์)/16.00/18.00 น. ค่าโดยสาร 1.20-2.40 ยูโร

หมายเหตุ : รถสาย 5 ที่จะไปหาด Pounda Beach ออกเฉพาะเวลา 13.30 น.

หาด Piso Livadi Beach อยู่ห่างจากเมือง Parikia ประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นชายหาดเล็กๆแต่น่ารัก เนื่องจากเคยเป็นท่าเรือเล็กๆ ของผู้คนในหมู่บ้านหุบเขาทั้งหลาย ทำให้หาดนี้มีลักษณะเหมือนท่าเรือ จะมีร้านอาหารและบาร์ขนานไปกับถนนเลียบชายหาด

หาด Pounda Beach ถือว่าเป็นหนึ่งในหาดที่สวยและเป็นที่นิยมแห่งหนึ่งของหมู่เกาะ Cyclades ด้วยมีร้านคาเฟ่และบาร์ตั้งเรียงรายอยู่ห่างจากหาด Golden Beach 3 กิโลเมตร หาด Golden Beach เป็นหาดทรายที่มีความยาวถึง 700 เมตร เหมาะกับการเล่นกีฬาทางน้ำอย่างวินเซิร์ฟห่างออกไป 2 กิโลเมตรเป็นหมู่บ้านติดชายทะเลชื่อ Drios เป้นที่ตั้งของรีสอร์ตและมีหาดที่เป็นเม็ดกรวด ทำให้น้ำทะเลดูใสสะอาด

หาดทางด้านตะวันตก กรีซ

หาด Aliki Beach หาด Ageria Beach และเกาะ Antiparos กรีซ

การเดินทาง ขึ้นรถประจำทางตางสถานีที่อยู่ถนนด้านหน้าติดทะเล (ทางไปท่าเรือ)

รถสาย 3 ไปหาด Aliki Beach ออกเวลา 06.55 (07.10 น. และเพิ่มรอบ 09.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์)/16.10/18.00 น. ค่าโดยสาร 1.20 ยูโร

รถสาย 4 ไปหมู่บ้าน Pounda เพื่อต่อเรือไปเกาะ Antiparos ออกเวลา 07.10 (เพิ่มรอบ 08.15 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์)/09.10/11.10/12.10/14.10/16.10/17.10 น. ค่าโดยสาร 1.20 ยูโร

หาด Aliki Beach นั้นอยู่ห่างจากเมือง Parikia 16 กิโลเมตร เป็นหาดทรายค่อนข้างใหญ่แต่เงียบสงบ ส่วน หาด Ageria Beach อยู่ก่อนถึงหาด Aliki Beach ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นที่สำหรับการตกปลาและมีท่าเรือที่น่ารัก นักท่องเที่ยวนิยมไปพัก เพราผู้คนอัธยาศัยดีและมีร้านอาหารแบบกรีกดั้งเดิม

ส่วนเกาะ Antiparos อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ Paros เชื่อว่าในอดีตสองเกาะนี้เชื่อมเป้นเกาะเดียวกัน อย่างไรก็ตามทุกวันนี้มีเรือข้ามฟากวิ่งเชื่อมเกาะสองเกาะนี้ ทากเดินทางโดยรถประจำทาง รถจะมาถึงพอดีกับช่วงเรือออกคือเรือก็จะรอรถประจำทาง และรถประจำทางก็รอเรือที่ข้ามฟากมา การเดินทางจึงค่อนข้างสะดวก เรือข้ามฟากอยู่ที่ หมู่บ้าน Pounda ทางตะวันตก

เกาะ Crete กรีซ

อารยธรรมแรกที่ถูกลืมกรีซ

เกาะ Crete ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่มากถึง 8,261 ตารางกิโลเมตร ในช่วงปี ค.ศ.1898-1913 เป็นช่วงที่เดาะ Crete เพิ่งประกาศอิสรภาพจากอาณาจักรออตโตมันหรือประเทศตุรกี ได้ประกาศตัวเองเป็นประเทศ Crete พร้อมปกครองตัวเองนานถึง 15 ปี ก่อนเข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับประเทศกรีซ

การมาล่องเกาะ Crete จึงควรเตรียมตัวเหมือนมาเที่ยวอีกประเทศหนึ่ง โดยให้เวลาท่องเที่ยวที่นี่สัก 4-8 วัน ถึงจะเที่ยวได้รอบและครบถ้วนจริงๆ เกาะ Crete มีอะไรสุดขั้วหลายอย่าง คือมีส่วนที่เป็นเมืองสุดๆและมีส่วนที่เป็นชนบทสุดๆ ขณะเดียวกันก็มีแหล่งธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์อย่าง Samaria Gorge ซึ่งเป็นช่องเขาธรรมชาติที่เป็นทางยาวถึง 18 กิโลเมตรโดยมีลำธารใสเล็กๆไหลผ่านช่องเขา ที่สำคัญมีพระราชวัง Knosos และ Phaestos ซึ่งเป็นพระราชวังยุคแรกๆของอารยธรรมมนุษย์ (ยุคมิโนอัน) ความรุ่งเรืองของยุคนี้ล่มสลายลงเพราเกิดสึนามิจากภูเขาไฟระเบิดบนเกาะ Santorini เมื่อประมาณ 1450 ปีก่อนคริสตกาล พระราชวังเหล่านี้เพิ่งได้รับการค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1900 นี้เอง ปัจจุบันก็ยังดำเนินการขุดกู้ซากของพระราชวัง Knosos นี้เพิ่มเติมอยู่

เมือง Iraklio กรีซ  (หรือ Heraklio)

ชมพระราชวังยุคมิโนอันกรีซ

เลือกซื้อของที่ระลึกบนถนน Odos 1866  กรีซ

การเดินทาง ลงเรือที่ท่าเรือ Piraeus ช่อง E3 หรือ E4 (ลงจากสะพานลอยของสถานีรถไฟใต้ดิน ให้เลี้ยวขวาจนสุดทางเดิน แล้วเลี้ยวขวาตามทางไปจนสุดป้าย) ถ้าเป็นเรือของ ANEX Lines ใช้เวลา 9 ชั่วโมง 30 นาที นั่งดาดฟ้าค่าโดยสาร 35 ยูโร ห้องนอนสี่เตียง ค่าโดยสาร 64 ยูโร/คน ถ้าเป็นเรือของ Minian Lines ใช้เวลา 9 ชั่วโมง เก้าอี้ปรับนอนค่าโดยสาร 52 ยูโร ห้องนอน 4 เตียง ค่าโดยสาร 65 ยูโร/คน

เมือง Iraklio เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 องกรีซ ประชากรจำนวนหนึ่งในสามของเกาะคือประมาณ 150,000 คนที่อยู่เมืองนี้ ที่น่าแปลกใจคือ เมือง Iraklio เป็นเมืองที่มีรายได้ประชากรต่อคนสูงกว่าเมืองอื่นๆในกรีซ อย่างไรก็ตาม Iranklio เป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองเป็นวงกลมและถนนตัดไปมาเหมือนใยแมงมุม ทำให้เดินเล่นได้ไม่ยาก และก็เป็นเมืองที่เดินได้เรื่อยๆ เพราะร้านค้านั้นแน่นขนัดอยู่ตามถนนไปหมด แม้เวลา4-5ทุ่ม ผู้คนก็ยังเดินเล่นและนั่งเล่นตามร้านอาหารคาเฟ่บาร์ และบาร์ที่วางโต๊ะเก้าอี้ไว้ด้านนอกร้านอยู่เต็ม

ตลาดของที่ระลึกถนน Odos 1866 กรีซ

จากน้ำพุ Morosini Fountain เดินตรงมาเรื่อยๆจนเจอถนนใหญ่ (ถนน Idis หรือถนน Dikeossinis) ตัดขวาง เหมืออยู่ตรงห้าแยก ให้เดินตรงไปทางซ้ายมือซึ่งเป็นถนนคนเดิน (เป็นตลาดทั้งซอย) ชื่อ ถนน Odos 1866

เนื่องจากเกาะ Crete เป็นเกาะที่อุดมสมบูรณ์มากจึงไม่ได้มีแค่ของที่ระลึกขายเท่านั้น แต่ยังมีของสด เนื้อสัตว์และผักต่างๆวางขายด้วย โดยเฉพาะมะกอกและถั่ว ของที่ระลึกที่วางขายมากมายนี้ นอกจากเป้นพวกรูปปั้นจำลองของของโบราณที่เจอที่พระราชวัง Knosos และ Phaestos แล้วพวกผ้าปักผ้าปูโต๊ะ ปลอกหมอนอิง ฯลฯ ก็เป็นที่เลื่องชื่อของที่นี่ ส่วนราคาก็ไม่แพงนัก นอกจากนี้ยังมีพวกเครื่องหนังต่างๆ แต่ถ้าคุณวางแผนจะไป Chania ด้วยแล้ว ก็อย่าเพิ่งซื้อกระเป๋า เข็มขัดหนังเหล่านี้ เพราของพวกนี้ส่วนใหญ่มาจากเมือง Chania และมีราคาถูกกว่ามาก

นอกจากนั้นก็ยังมีพวกเหล้า ไวน์ อูโซ่ (Ouzo) และรากิ (Raki) ซึ่งเป็นเหล้าพื้นเมืองของที่นี่ รวมทั้งน้ำมันมะกอกและชีสต่างๆ หากคุณต้องเดินทางไปอีกหลายเมืองก็ไม่จำเป็นต้องซื้อของพววกนี้ที่นี่ก็ได้ เพราทุกซุปเปอร์มาเก็ตก็มีขาย รวมทั้งสนามบินก็จะมีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองพวกนี้อยู่ด้วย

สุดถนน Odos 1866 เป็นจัตุรัส Koenarou Square มีน้ำพุ Bembo Fountain ที่เป็นรูปปั้นชาวโรมันไร้ศรีษะและแขนตั้งอยู่

จัตุรัส Elelftherios Venizelos Square (Freedom Square)  กรีซ

จัตุรัสแห่งนี้อยู่ทางตะวันตกของเมือง เป็นจัตุรัสที่กว้างใหญ่เหมือนเป็นศูนย์กลางของเมืองอีกแห่งหนึ่งมีรถราแล่นผ่านมากมาย และมีรถเมล์มาจอดป้ายรายรอบเกือบทุกสาย ที่จัตุรัสมีรูปปั้นของนักการเมืองคนสำคัญตั้งอยู่คือ Eleftherios Venizelos ท่านเป็นคนนำเกาะ Crete เข้ารวมเป็นหนึ่งเกี่ยวกับประเทศกรีซ ดังนั้ชื่อสนามบินและถนนสายสำคัญที่กรุงเอเธนส์จึงถูกตั้งขึ้นตามชื่อของท่าน

จัตุรัสที่ใหญ่โตนี้มีร้านค้า ร้านอาหาร และโรงภาพยนตร์ เรียงรายมากมาย ไม่ว่าจะเดินเข้าไปในตรอกซอกซอยซอยไหนก็ล้วนมีร้านค้าให้เดินเพลินๆแต่ที่พลาดไม่ได้คือ บริเวณพิพิธภัณฑ์ทางโบราณคดี Archaeological Museum บนถนน Xanthoudidi ซึ่งปิดปรับปรุงมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2006 ซึ่งตามป้ายบอกไว้ว่าเป็นเวลา 2 ปี ดังนั้นราวต้นปี ค.ศ. 2009 คงเปิดให้ชมได้อีกครั้ง

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1937-1940 เป็นที่เก็บรวบรวมสิ่งของที่ได้จากแหล่งโบราณคดีทั่วเกาะ Crete และเนื่องจากเกาะ Crete เป็นแหล่งสำคัญของอารยธรรมมิโนอันซึ่งเป็นอารยธรรมยุคแรกของยุโรป พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงมีสิ่งน่าสนใจหลายอย่าง

ภายในพิพิธภัณฑ์จะแบ่งออกเป็นยุคต่างๆ ได้แก่ ยุคหินใหม่ (Neolithic) คือ 5000-2600 ปีก่อนคริสตกาล ยุคพระราชวังเกา (Old Palace) คือ 1900-1700 ป่ก่อนคริสตกาล จัดแสดงสิ่งของที่พบจากพระราชวัง Knosos, Malia, Phaestos, Kamares, ฯลฯ ชิ้นที่สำคัญคือ แผ่นดินทรงกลมที่จารึกอักษรภาพไว้ซึ่งเรียกว่า Phaestos Disk และชิ้นเด่นๆของพระราชวัง Knosos คือรูปปั้น Snake Goddess รูปปั้น Bull’s Head Rhyton และภาพจิตรกรรมฝาผนังต่างๆ ยุคพระราชวังใหม่ (New Palace) คือ 1700-1450 ปีก่อนคริสตกาล ยุคหลังของพระราชวัง (Late Palace) คือ 1450-1400 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งเริ่มมีตัวอักษร (Linear A และ Linear B) ยุคหลังพระราชวัง (Poat Palace) คือ 1400-1150 ปีก่อนคริสตกาล และยุคต่อๆมาก็เรียงลำดับเหมือนในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาตทางโบรษณคดีในกรุงเอเธนส์

พระราชวัง Knosos  กรีซ

พระราชวัง Knosos เป็นอาคารหลายชั้น มีห้องถึง 1,300 ห้อง พื้นที่ 22,000 ตารางเมตร อยู่ห่างจากตัวเมือง Iraklio มาทางใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร บริเวณพระราชวังคลาคล่ำด้วยนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง และกรุ๊ปทัวร์ก็จะมาเป็นรถบัสเช่ามา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนยุโรปเฉพาะชาวฝรั่งเศส และฝรั่งจากแอฟริกาใต้ อาจเป็นเพราะเกาะ Crete ใหญ่ที่สุดในยุโรปที่ใกล้ทวีปแอฟริกาที่สุด ถ้าอยากชมพระราชวังแบบคนน้อยๆก็ควรมาชมเช้าหน่อย

เมือง Chania กรีซ(หรือ Hania)กรีซ  ชมย่านเมืองเก่ากรีซ

ซื้อเครื่องหนังราคาถูกกรีซ  เดินเที่ยวช่องเขา Samaria Gorge กรีซ

การเดินทาง ขึ้นรถโดยสารระหว่างเมืองจาก Iraklio ที่สถานี A ฝั่งตรงข้ามท่าเรือ ตรงถนน Koudourioti หรือ Koutouriotou รถออกทุกชั่วโมงตั้งแต่ 05.30-18.30 น. และ 20.00/21.00 น. ค่าโดยสาร 10.50 ยูโร อย่าลืมซื้อตั๋วก่อนขึ้นรถโดยสาร

หรือลงเรือที่ท่าเรือ Piraeus ช่อง E3 หรือ E4 (ลงจากสะพานลอยของสถานีรถไฟใต้ดิน เข้ามาแล้วให้เลี้ยวขวาจนสุดทางเดิน ให้เลี้ยวซ้ายเดินตามทางไปจนสุด) ถ้าเป็นเรือของ ANEX Lines ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง 30 นาที นั่งดาดฟ้าค่าโดยสาร 33 ยูโร เก้าอี้นั่งปรับเอนค่าโดยสาร 39 ยูโร

เมือง Chania เป็นเมืองที่น่ารักอีกเมืองหนึ่ง ขอแนะขำว่าหากมาเกาะ Crete แล้วให้คุณเลือกพักที่เมืองนี้จะดีกว่า แล้วค่อยนั่งรถโดยสารไปเที่ยวเมือง Iraklio และ Knosos แบบไปเช้า-เย็นกลับ (เที่ยว Knosos ใช้เวลาเดินทางจริงๆเพียง 3 ชั่วโมง)

บริเวณอ่าวท่าเรือที่เป็นอ่าวปิดถูกล้อมรอบด้วยเมืองเก่า (Old Town) ขนาดใหญ่ ย่านเมืองเก่าจึงติดทะเล ทุกตรอกซอกซอยซอยมีชีวิตและรูปแบบของตัวเอง ร้านค้าไม่ได้อยู่ติดๆกัน แต่จะแทรกอยู่ตามร้านอาหาร รวมทั้งห้องพักเล็กๆที่เจ้าของตกแต่งให้ดูน่ารัก

เมืองเก่า (Old Town) กรีซ

เมือง Chania เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของเกาะมาตั้งแต่ตอนที่เกาะได้รับอิสรภาพจากอาณาจักรออต-โตมันเมื่อปี ค.ศ. 1898 จนเมื่อรวมเป็นประเทศกรีซแล้ว ก็ยังเป็นเมืองหลวงอยู่ เพิ่งย้ายเมืองหลวงไปที่ Iraklio เมื่อปี ค.ศ. 1971 ขณะที่ Chania เป็นเมืองหลวงนั้น ผู้คนเรียกเมืองนี้ว่าเมืองหลวงแหล่งวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้เองเมือง Chania จึงได้รับการอนุรักษ์อย่างดี ไม่ดูเหมือนแหล่งขายของหรือเพื่อการค้ามากนัก ความสวยงามของเมืองเก่าทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาเยี่ยมเยือน โดยเฉพาะช่วงบ่ายตามถนนและรอบอ่าวท่าเรือจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว  เนื่องจากเมืองเก่านี้มีพื้นที่กว้าง จึงแบ่งออกเป็นห้าส่วนในการเนเที่ยว คือถนน Skrydlof พื้นที่รอบอ่าวท่าเรือเก่า (Old Harbour) ถนน Theotokopoulou ตลาดกลางเมือง Central Market และถนน Sifaka

ถนน Skrydlof กรีซ

ทางเข้าเมืองเก่ามีหลายทาง แต่ทางHalidon เพราะสามารถเดินเป็นเส้นตรงแล้วไปเจอกันที่อ่าวท่าเรือได้เลย พอเดินเข้าถนน Haildon ไปจะมีถนนคนเดินทางขวามิอชื่อ Skrydlof ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายเครื่องหนังต่างๆมากมายทั้งราคาถูกและแพง

จากถนน Skrydlof เดินออกมาจะเจอโบสถ์ใหญ่ใจกลางเมืองซึ่งสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 19 อยู่ติดกับเกสต์เฮาส์สีสดใส ดูไม่น่าจะไปด้วยกันได้ แต่ที่นี่ดูเหมือนอาคารของยุคสมัยต่างๆจะเหลื่อมล้ำไปกันหมด ร้านค้าใหม่ตั้งอยู่บนป้อมเก่ามีให้เห็ยตลด อย่างร้านเครื่องหนังบนถนน Skrydlof นั้น เขาใช้กำแพงป้อเป็นท้ายบ้าน

พื้นที่รอบอ่าวท่าเรือเก่ากรีซ

จากถนน Halidon เดินตรงไปเรื่อยๆจะเจออ่าวท่าเรือกว้างขวาง มีป้อม Firkas ตั้งตระหง่านอยู่ทางฝั่งซ้ายฝั่งขวามีประภาคารสูงอยู่บนกำแพงยาวที่โอบล้อมท่าเรือแห่งนี้เพื่อให้เป็นอ่าวใน มีเพียงช่องทางเล็กๆที่น้ำทะเลจะเข้ามาได้ในช่วงคลื่นลมแรง น้ำในอ่าวจึงนิ่งสงบ

ถ้าสนใจเทคโนโลยีการเดินเรือ ที่ป้อม Firkas เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์การเดินเรือ Naval Museum ซึ่งสะสมเรือจำลองแบบต่างๆและอุปกรณ์ในการเดินเรือ ช่วงฤดูร้อนบริเวณป้อมจะถูกปรับแต่งให้เป็นโรงละครกลางแจ้งและมีการแสดงพื้นเมือง

ทางฝั่งขวามมือของท่าเรือมีอาคารรูปทรงแปลกตาเหมือนปลาหมึกยักษ์ที่ใช้หนวดค้ำพื้นตั้งอยู่ นั่นคือสุเหร่า Janissaris สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1645 สมัยพวกเติร์กเข้ายึกครองที่นี่ เป็นอาคารของชาวออตโตมันที่เก่าแก่ที่สุดของเกาะนี้ ปัจจับันใช้เป็นที่แสดงงานศิลปะ ซึ่งเปิดให้ชมในยามเย็น

ถนน Theotokopoulou กรีซ

จากท่าเรือเดินไปทางฝั่งซ้ายที่เป็นพิพิธภัณฑ์การเดินเรือ Naval Museum ก่อนถึงพิพิธภัณฑ์จะมีทางแยกเล็กๆซึ่งเป็นตึกโบราณ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปและเดินตรงไปเรื่อยนๆจะเจอถนน Theotokopoulou ซึ่งเป็นถนนคนเดินสายเล็กๆมีรถยนต์และมอเตอร์ไซค์เข้าออกบ้าง

ตลาดกลางเมือง Central Market กรีซ

ตลาดแห่งนี้ไม่ได้เน้นขายของสด ร้านค้าส่วนใหญ่ขายของที่ระลึกและของพื้นเมือง อย่างเหล้ารากิ เหล้าอูโซ่ มะกอก ชีส รวมทั้งเครื่องหนัง ฯลฯ พอจะมีผลไม้และผักบ้าง สำรวจคร่าวๆจะรู้สึกว่าของในตลาดนี้ค่อนข้างมีราคาแพง อย่างเครื่องหนังถ้าซื้อบนถนน Skrydlof ก็ถูกกว่า ส่วนพวกสินค้าพื้นบ้านนั้นซื้อในซุปเปอร์มาเก็ตก็ราคาพอๆกัน ตลาดนี้ค่อนข้างวายเร็วราว 4 โมงเย็นพ่อค้าแม่ค้าก็เก็บข้าวของกลับบ้านแล้ว พอ 6 โฏมงเย็นประตูทางเข้าทั้งสี่ด้านก็เลื่อนลงมาปิดทันที

ถนน Sifaka กรีซ

เลยจากตลาดกลางเมือง Central Market ไปทางชายหาด Kum Kapi Beach หรือ Koym Kapi Beach จะเจอถนน Daskalogiani ที่ด้านหน้าเขียนไว้ว่าเป็นทางไปชมที่ตั้งของแหล่งโบราณคดี Kydonia อารยธรรมยุคมิโนอัน

มรดกโลกในคาบสมุทร Peloponnese กรีซ

ดินแดนที่เคยรุ่งเรืองในประวัติศาสตร์กรีซ

ชมเมืองตากอากาศที่แสนโรแมนติกกรีซ

คาบสมุทร Peloponnese นั้นเชื่อกับผืนแผ่นดินกรีซด้วยสะพานคอรินท์ซึ่งพาดผ่านคลองคอรินทร์ที่ขุดเพื่อการสัญจรเป็นที่ซึ่งทะเลไอโอเนียนทางฝั่งตะวันออกบรรจบกับทะเลอีเจียนทางฝั่งตะวันตก สะพานสร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1893 เมื่อยืนอยู่บนสะพานลอยและมองไปยังทะเลแต่ละฝั่ง จะเห็นชัดเจนว่าทะเลทั้งสองมีความสวยงามแตกต่างกัน

ดินแดนในคาบสมุทรนี้หลายแห่งเป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองในประวัติศาสตร์ การเดินทางมาดินแดนแถบนี้จะเห็นทางชี้บอกให้ไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์ตามเมืองต่างๆที่ผ่านมาอย่างเมือง Corinth ที่เคยรุ่งเรืองตั้งแต่สมัยไมซีนีจนถึงยุคคลาสสิค (1500-500 ปีก่อนคริสตกาล) ปัจจุบันค่อนข้างเงียบและเต็มไปด้วยต้นไม้ปกคลุม แต่ยังพอมีร่องรอยของท่าเรือ โรงละคร และศูนย์การค้าและวัฒนธรรมที่ผู้คนมาชุมนุมกันซึ่งเรียกว่า Argo ให้ได้เห็นอยู่ เมืองนี้เป็นที่อยู่ของคนมีฐานะ และอ่าวคอรินท์นี่เองเป็นที่ที่เฮเลนชายาของ Menelaus กษัตริย์แห่งสปาร์ตา ได้พาเจ้าชายปารีสชมเมืองและตกหลุมรักกัน จนเป็นเหตุให้เจ้าชายปารีสลักพาเฮเลนไป จนเกิดเป็นเรื่องราวยืดเยื้อของสงครามกรุงเทรอง (Trojan War)

รวมข้อมูลท่องเที่ยวกรีซ

แหล่งท่องเที่ยวกรีซ

คลิ๊ก..ได้เลยค่ะ

เมืองเทสซาโลนีกี กรีซ เมืองกาลาบากา เมทีโอร่า เทสซาลี่ กรีซ
เมืองเดลฟี กรีซ คลองคอรินท์,สะพานคอรินท์,ทัวร์กรีซ
เมือง Mykines และ Nafplio กรีซ สนามกีฬาโอลิมปิก,ทัวร์กรีซ
อะโครโพลิส กรุงเอเธนส์ กรีซ เกาะซานโตรินี กรีซ

ขอบคุณข้อมูลท่องเที่ยว  หนังสือ หน้าต่างสู่โลกกว้าง กรีซ และ ลัดเลาะล่องท่องกรีซ โดยเรือใบสองสี