ทัวร์โปรตุเกส ทัวร์โปรตุเกสราคาถูก ทัวร์โปรตุเกส สเปน ทัวร์โปรตุเกส สเปน ราคาถูก
ข้อมูลท่องเที่ยว
ทัวร์ยุโรป : ทัวร์โปรตุเกส
ทัวร์โปรตุเกส เที่ยวโปรตุเกส

2.ต่อด้วยโปรตุเกส

PORTUGAL

หากเดินทางจากซาลามังก้าของสเปนด้วยรถไฟหรือรถบัสเข้าโปรตุเกส สำหรับคนไทยที่มีวีซ่าเชงเก้นแล้ว ส่ามารถเข้าโปรตุเกสได้เลย จากสเปนมาโปรตุเกส ต้องปรับเวลาลง 1 ชั่วโมง เพราโปรตุเกสมีเวลาโซนเดียวกับอังกฤษและมีอดีตร่วมกันในสัญญาทางการทูตที่เก่าแก่สมัยค.ศ. 1386 (Treaty of Windsor) ที่สองประเทศนี้สู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาในประวัติศาสตร์

เงินตรา สกุลยูโร

อากาศ เนื่องจากอยู่ติ่งสุดตะวันตกของยุโรป โปรตุเกสจึงไม่หนาวจัดในหน้าหนาวเหมือนประเทศยุโรปอื่นๆ ทำให้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ช่วงนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือฤดูร้อน (มิถุนายน-ปลายสิงหาคม) แนะนำให้เที่ยวช่วง off-season คือระหว่างเดือนกันยายน-เมษายน โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เพราะเป็นช่วงอากาศเย็นๆไม่ทรมานเดินไม่เหนื่อยและค่าโรงแรมถูกกว่าปกติด้วย

อาหาร โปรตุเกสเป็นประเทศที่มีอาหารอร่อย เช่น อาหารทะเลปรุงสดๆและทาร์ตไข่โบราณโดยเฉพาะที่ลิสบอน

ลิสบอน / ลิสบัว

LISBON / LISBOA

ลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ประเทศมหาอำนาจของโลกในอดีตเมื่อกว่า 500 ปีก่อน เป็นเมืองสำหรับคนชอบประวัติศาสตร์ เป็นเมืองปลายติ่งสุดฝั่งตะวันตกของพื้นดินทวีปยุโรป และอดีตเป็นศูนย์กลางของโลก

ราว 500 ปีก่อน ริมฝั่งแม่น้ำทากัส (Tagus River) ของลิสบอนที่ใหญ่ยักษ์ราวกับเป็นทะเลแห่งนี้ เป็นท่าเรือออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติกให้นักเดินเรือชาวโปรตุเกสออกเดินทางเพื่อไปล่าอาณานิคม และนำทรัพย์สินมีค่าของประเทศต่างๆกลับมาจากอินเดีย คือบรรดาเครื่องเทศหอมๆที่ก่อให้เกิดกระแส “กลิ่นจรุงของอินเดีย” และแร่ทองคำจากบราซิลสถาปัตยกรรมแบบบาโรก (Baroque) ที่อู้ฟู่หรูหรา ปัจจุบันภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาที่มีคนพูดมากเป็นอันดับเจ็ดของโลก และบราซิลเป็นประเทศเดียวในทวีปอเมริกาที่พูดภาษาสเปน

อาณานิคมของโปรตุเกสนั้นยิ่งใหญ่เสียจนมีคนเคยพูดว่า โลกใบนี้แบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนของโปรตุเกสและส่วนของสเปน

ออกเรือล่าอาณานิคม

จากการเป็นเมืองท่าสู่อาณานิคมตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 (เริ่มประมาณ ค.ศ. 1415) หรือที่เรียกกันว่ายุค The Discoveries

โปรตุเกสเริ่มต้นเดินเรือไปที่ใกล้ๆก่อน คือทวีปแอฟริกาตอนเหนือฝั่งตะวันตก ต่อมาการเดินเรือกล้าแกร่งขึ้นจนค้นพบว่าสามารถเดินเรือโดยรอบทวีปได้ ความละโมบพาให้ล่าอาณานิคมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึงฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกา เรื่อยมาจนถึงอินเดีย มะละกา (มาเลเซีย) และมาเก๊า ความโหดเหี้ยมของนักล่าอาณานิคมชาวโปรตุเกสขณะนั้นเป็นที่เลื่องลือ โดยเฉพาะการนำทีมวาสโก เดอ กาม่า (Vasco de Gama)

ว่ากันว่าเมื่อค้นพบอินเดีย โปรตุเกสก็เกิดอาการอู้ฟู่ เป็นเศรษฐีใหม่ขนาดหนัก ท่าเรือริมแม่น้ำทากัสเต็มไปด้วยเรือเข้าออก ขนเครื่องเทศทองคำ มาประโคมบ้านช่อง วัดวาของตัวเอง ผู้ชายชาวโปรตุเกสยุคนั้นฝันแต่เรื่องการล่าอาณานิคม

ในขณะที่โปรตุเกสทำทุกอย่างเพื่อเรืองอำนาจประเทศอื่น สเปนก็พยายามตีโปรตุเกสให้เป็นของตัวเอง นอกจากจะเป็นคู่แข่งด้านการล่าอาณานิคมแล้ว สเปนยังพยายามแทรกซึมเข้ามามีบทบาทในโปรตุเกสตลอดเวลา มีการแย่งชิงอำนาจไปมาจนมีบางช่วงที่กษัตริย์สเปนมาปกครองโปรตุเกส สลับกับการที่ชาวโปรตุเกสยึดอำนาจสเปนไปมาอยู่หลายครั้ง

การเปลี่ยนแปลงการปกครอง

วันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1755 อันเป็นวันฉลองนักบุญ (All Saints Day) ขณะที่คนกำลังแน่นโบสถ์เพื่อสวดมนต์ตอนเช้า ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่นาน 6 นาที แรงไปจนรู้สึกได้ในแอฟริกาเหนือ ทำให้สถาปัตยกรรมอันวิจิตรต่างๆ ในโปรตุเกสพังทลายทั้งหมด แถมเมื่อคนวิ่งหนีลงจากเขาสู่ริมแม่น้ำ (ลิสบอนเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในภูเขา 7 ลูกริมฝั่งแม่น้ำ) ก็เจอสึนามิพัดกระหน่ำอีกระลอก แถมลมตะวันออกเฉียงเหนือยังพัดความแห้งแล้งลงมา ก่อให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ซ้ำอีก

ลิสบอนใช้เวลาถึง 20 ปี ในการสร้างเมือหลวงที่พังราบให้กลับขึ้นมาใหม่ พร้อมด้วยฉากใหม่ของการเมืองการปกครองที่ทำให้ลิสบอนเป็นเมืองอย่างทุกวันนี้ จากการสร้างเมืองใหม่บนซากปรักหักพัง ลิสบอนก็เข้าสู่ยุคการพัฒนาเมืองให้เป็นระเบียบและเจริญด้านการค้าอีกครั้ง แต่ก็ถูกสงครามจากประเทศฝรั่งเศสสมัยนโปเลียนถล่มจนพ่ายแพ้เสียก่อน หลังจากตกเป็นของฝรั่งเศส สเปน และอังกฤษ โปนตุเกสก็เข้าสู่ยุคแห่งคำพูดสวยๆทางการเมืองประเภท “เสรีนิยม” หรือ “รัฐธรรมนูญ” และในปีค.ศ. 1901 ฝ่ายปฏิวัติก็ยึดอำนาจจากกษัตริย์ และเปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นระบบสาธารณรัฐได้ในที่สุด

แต่การเปลี่ยนระบอบการปกครองจากกษัตริย์เป็นสาธารณรัฐนี้เองที่เป็นเหตุให้โปรตุเกสและลิสบอนกลายเป็นเมืองที่ยากจนที่สุดในยุโรปช่วงระยะเวลากว่า 100 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศอื่นๆในยุโรปได้รับการพัฒนา มีความเจริญทุกด้าน ลิสบอนในฐานะอดีตชาติมหาอำนาจกลับย่ำอยู่กับที่ ผู้คนยากจน ถูกกดขี่ และถูกมัวเมาด้วยเรื่องไร้สาระ ด้วยสิ่งงมงาย 3 อย่าง คือ แม่พระฟาติมาที่เมืองฟาติมาทางตอนเหนือของลิสบอน ฟุตบอล และเพลงฟาโด้ (Fado) บทเพลงคร่ำครวญเรื่องความหวังอันกลายมาเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ

ดองในขวดโหลแห่งกาลเวลา

โปรตุเกสตกอยู่ในเงื้อมมือเผด็จการมาจนถึงปีค.ศ. 1974 เมื่อมีทหารนักปฏิวัติที่สามารถรวบรวมแนวร่วมและยึดอำนาจคืนจากเผด็จการกลับมาได้สำเร็จโดยปราศจากการเสียเลือดเนื้อ และมีประชาชนสนับสนุนการโค่นล้มอำนาจเผด็จการครั้งนี้อย่างท่วมทัน โดยนำดอกคาร์เนชั่นสีแดงมาแจกให้ทหารติดปลายปืน ทำให้การปฏิวัติครั้งนั้นได้ชื่อว่า “การปฏิวัติคาร์เนชั่น” เป็นการปฏิวัติที่นำโปรตุเกสกลับมาเป็นประเทศที่ประชาชนอยู่ดีมีสุขได้อีกครั้ง

หลังจากมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โปรตุเกสเริ่มกลับเข้ามามีบทบาทในโลกครั้งนี้อีกครั้ง ชาวโปรตุเกสที่เคยอพยพหนีเผด็จการไปอยู่ตามประเทศต่างๆอันเป็นอาณานิคมของตัว ก็เริ่มย้ายกลับมาสร้างบ้านเกิดเมืองนอน จนโปรตุเกสกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งในยุโรป และเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในปีค.ศ. 1986 ซึ่งหลังจากยุคเผด็จการจนถึงปัจจุบัน จีดีพีของประเทศนี้เติบโตมากกว่า 40 เท่า และประชากรอยู่ดีกินดี มีอิสรภาพขึ้นตามลำดับ

ประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งน่าสนใจของโปรตุเกส

สามารถชมได้จากพิพิธภัณฑ์ที่มีมากมายในลิสบอน ที่เด่นๆมีดังนี้

*ทุกพิพิธภัณฑ์ปิดวันจันทร์

(1.) Museu do Oriente

Avenida Brasilia;

T: 351-21-358-5200

เปิด อังคาร-อาทิตย์ 10.00-18.00 น. เฉพาะวันศุกร์เปิด 10.00-22.00 น. และเข้าฟรีตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป

ปิด ทุกวันจันทร์ ปีใหม่ คริสต์มาส

ค่าเข้าชม คนละ 4 ยูโร

www.museudooriente.pt

พิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงความเป็นเจ้าอาณานิคมของโปรตุเกสสมัยโบราณที่เริ่มออกเดินเรือไปทางทิศตะวันออกเพื่อค้นพบประเทศต่างๆมีทั้งศิลปะล้ำค่าของประเทศจีน มาเก๊า ฯลฯ

(2.) Calouste Gulbenkian Museum

Avenida de Berna, 54A

T: 351-21-782-3000

เปิด อังคาร-อาทิตย์ 10.00-17.45 น.

ปิด ทุกวันจันทร์ ปีใหม่ คริสต์มาส และอีสเตอร์

ค่าเข้าชม คนละ 4 ยูโร

www.gulbenkian.pt

แสดงงานศิลปะและของสะสมส่วนตัวของมหาเศรษฐีเจ้าของบ่อน้ำมันชาวแอลมาเนีย Calouste Gulbenkian ที่สะสมงานศิลปะและเครื่องแก้วและเครื่องประดับสไตล์อาร์ตนูโวของลาลีค (Lalique Collection) ไว้มากมาย สวนสวยของที่นี่ยังมีมุมสงบให้พักผ่อนหย่อนใจจากความวุ่นวายของเมืองอีกด้วยหากได้มาวันอาทิตย์ อย่าพลาดชมคอนเสิร์ตในโถงหอสมุดที่จัดขึ้นเป็นประจำ เข้าฟรี สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซค์

(3.)  Ancient Art Museum

Rua das Janelas Verdes, Lapa

ไปด้วยรถรางสาย 25

เปิด พุธ-อาทิตย์ 10.00-18.00 น. (เข้าฟรีวันอาทิตย์)

ปิด จันทร์-อังคารช่วงเช้า (เปิด 14.00-18.00 น.)

ค่าเข้าชม คนละ 5 ยูโร

www.mnarteantigaipmuseus.pt

ได้ชื่อว่าเป็น “พิพิธภัณฑ์กระจกเขียว” ตามสีของกระจกอาคาร มีการแสดงภาพวาดอันมีค่าของศิลปินโปรตุเกส ดัชต์ และเยอรมัน ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15-18 และยังมีผ้าเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเคลือบ และศิลปะจากตะวันออกที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย แอฟริกา อันเนื่องมาจากการค้าสมัยก่อน ศิลปะชิ้นเอกที่ควรดู ได้แก่ ภาพวาดของ Bosch ที่ชื่อว่า “Temptation of St. Anthony” ที่แสดงให้เห็นถึงการเข้ามาของชาวโปรตุเกสในสมัยนั้นและบรรดาข้าวของมีค่าทั้งหลายที่นายวาสโก เดอ กาม่า นำกลับมาหลังไปยึดเมืองในเอเชียได้

(4.) Berardo Museum

Praca do Imperio, Belem

เดินทางด้วยรถรางสาย 15

เปิด จันทร์-ศุกร์ 10.00-19.00 น. // เสาร์ 10.00-22.00 น.

เข้าชมฟรี

www.museuberardo.com

เป็นที่สะสมงานศิลปะสมัยใหม่กว่า 4,000 ชิ้นที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีผลงานของศิลปินเอก เช่น Warhol, Picasso, Dali, Duchamp, Magritte, Mir, Bacon, Jackson, Pollock, Jeff Koons อย่าพลาดชมภาพ Ten Foot Flowers และ Portrait of Judy Garland ของ Andy Warhol ภาพ Femme dans un fauteuil ของ Picasso และภาพ Oedipus and the Sphinx After Ingres ของ Francis Bacon

ลิสบอนยังมีพิพิธภัณฑ์อื่นที่น่าสนใจอีก เช่น

-Design Museum

สำหรับแฟชั่น เสื้อผ้า และการออกแบบต่างๆ

www.mude.pt

-Maritime Museum

แสดงโลกแห่งหารเดินทะเลโบราณของชาวโปรตุเกส

www.museu.marinha.pt

-Chisdo Museum

แสดงศิลปะสมัยใหม่ของโปรตุเกส

www.museudochiado-ipmuseus.pt

-Medeiros e Almeida Museum

แสดงของสะสมส่วนตัวที่หาดูยากตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เช่น เครื่องเงินของนโปเลียน

www.fundacaomedeirosealmeida.pt

 

 

เดินเที่ยวเมืองเก่าลิสบอน

กรุงลิสบอนตั้งอยู่บนภูเขา 7 ลูก ด้านหน้าหันออกแม่น้ำทากัส ซึ่งหากมองจากแผนที่จะไม่รู้ว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นเนินขึ้นลงชันตามแนวภูเขาแนะนำให้เริ่มจากจุดศูนย์กลางของเมืองคือ Avenida Da Liberdado ซึ่งเป็นถนนสายใหม่ที่สร้างเสร็จในค.ศ. 1886 ตามแบบชองป์เซลิเซ่ของปารีส และกลายเป็นศูนย์รวมของกิจกรรมเมืองแทนริมน้ำในอดีต ปัจจุบันยังเป็นศูนย์รวมร้านแบรนด์เนมต่างๆซึ่งทำให้เป็นถนนคนเดินที่คึกคักมากที่สุดแห่งหนึ่ง และมีลิฟต์เหล็กหน้าตาคล้ายหอไอเฟลคือ Elevador de Santa Justa ที่ออกแบบโดย Raul Mesnier de Ponsard ศิษย์คนหนึ่งของ Gustave Eiffel ผู้ออกแบบหอไอเฟลนอกจากลิฟต์ตัวนี้แล้ว ใกล้ๆกันยังเป็นรถกระเช้าที่เลื่อนขึ้นลงเขาเหล่านั้นได้อย่างสะดวกอีกด้วย

เดินเล่นลิสบอนเพลินแล้ว แนะนำให้ขึ้นรถรางสาย 28 จากกลางเมืองที่จะขึ้นเนินไปยังปราสาท St. George ย่านอัลฟาม่า แต่ต้องระวังยิปซีล้วงกระเป๋าเป็นพิเศษ เพราะรถรางสายนี้มักแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว

เมืองเก่าลิสบอนแบ่งออกเป็นย่านสำคัญ 4 ย่านใกล้ๆ กันคือ

อัลฟาม่า (Alfama) ส่วนเดียวของเมืองเก่าที่พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ถูกทำลายไปเมื่อเกิดแผ่นดินไหวในค.ศ. 1755 มีถนนเล็กๆคดเดี้ยวเลี้ยวลดจุดเดินเล่นสำคัญคือปราสาท Sao Jorge (St. George’s Castle เปิดทุกวัน 09.00-18.00 น.) อันเก่าแก่สมัยโรมัน ถูกใช้เป็นพระราชวังของกษัตริย์แขกมัวร์ แต่ก็ถูกยึดโดยกษัตริย์องค์แรกของโปรตุเกส (Afonsa Henriques) ในปีค.ศ. 1147

ไบโร อัลไต (Bairro Alto) ย่านเก่าที่กลางวันจะเต็มไปด้วยคนท้องถิ่นสูงวัยเดินเหินและทำกิจกรรมต่างๆบนเนินที่ขึ้นๆลงๆของเมืองนี้และนำให้ดูร้านเก๋ๆและหอศิลปะเล็กๆที่เปิดขึ้นมากมาย ยามค่ำคืนจะแปลงโฉมเป็นแหล่งผับบาร์ที่เต็มไปด้วยวัยรุ่น หนุ่มสาว มาระเริงราตรีกัน

บาช่า-ชิอาโด (Baixa-Chiado) บาช่า หรือ เมืองต่ำ (low town) อยู่ใกล้ๆกับย่านชิอาโด อดีตเป็นท่าเรือ ถูกเผาเป็นจุณไปเมื่อปี 1755 ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงใหม่ เต็มไปด้วยร้านค้าแฟชั่นทั้งเชนใหญ่ๆและนักออกแบบท้องถิ่น รวมทั้งตลาดขนาดใหญ่ที่คนลิสบอนนิยมจับจ่ายแม้จะมีห้างสรรพสินค้าตั้งขึ้นมากมายแล้วก็ตาม อาหารขึ้นชื่อของโปรตุเกสก็คือปลาคอด แต่ด้วยท้องทะเลโปรตุเกสนั้นไม่มีปลาคอด จึงต้องนำเข้าปลาคอดแช่เกลือจากนอร์เวย์ซึ่งน้ำทะเลเย็นกว่า

เบเล่ม (Belem) ย่านเก่าริมน้ำที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคือ หอเบเล่ม (Torre de Belem) หอเก่าแก่อายุกว่า 500 ปี สร้างขึ้นเพื่อป้องกันฝั่งแม่น้ำ และเป็นจุดออกเรือของนักเดินเรือโปรตุเกสตั้งแต่สมัยค้นพบโลก เดิมตั้งอยู่กลางแม่น้ำ นับเป็นความสามารถของคนโบราณอย่างยิ่ง แต่หลังจากแผ่นดินไหวในปีค.ศ. 1755 แม่น้ำทากัสก็เปลี่ยนกระแส ประกอบกับการก่อสร้างของพื้นที่ริมน้ำสมัยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เลยทำให้หอแห่งนี้ดูเหมือนอยู่ติดฝั่งอย่างปัจจุบัน

หลังเดินชมหอเบเล่มแล้ว แนะนำให้เดินไปยัง Monument of Discoveries ที่อยู่ไม่ไกล อนุสรณ์ระลึกถึงการค้นพบโลกใหม่ของโปรตุเกสพื้นที่ตรงหน้าอนุสาวรีย์เป็นแผนที่โลกหินอ่อนขนาดใหญ่ที่รัฐบาลแอฟริกาใต้มอบให้เป็นของขวัญเมื่อปีค.ศ. 1960 และว่ากันว่าเงาของอนุสาวรีย์แห่งนี้จะทาบลงบนแผนที่ตามลำดับของการเดินเรือไปประเทศต่างๆของโปรตุเกสอีกด้วย

ตรงข้ามอนุสาวรีย์คือโบสถ์เจอโรนิโมส์  (Jeronimos Monastery-ปิดวันจันทร์) อันวิจิตรแสดงถึงความมั่งคั่งอย่างมากในอดีต โบสถ์สร้างมากว่า 500 ปีแล้วเช่นกัน และเป็นหนึ่งเพียงไม่กี่แห่งที่รอดพ้นจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ อีกทั้งยังคงสถานที่ๆเราสามารถเข้าไปชมความงามและความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมอันฟู่ฟ่าที่เรียกว่าสถาปัตยกรรมแบบ Manueline อันเป็นเอกลักษณ์ของสิ่งก่อสร้างอันเลิศหรูสมัยกษัตริย์ Manuel ที่ 1

ซึ่งสามย่านแรกนั้นอยู่ใกล้ๆกัน สามารถเดินเล่นเองได้ อาจต้องมีการขึ้นกระเช้าหรือลิฟต์บ้างตามสถานภาพร่างกาย ส่วนย่านบาเล่มนั้นจะอยู่ไกลออกไปทางตะวันตก ดังนั้นต้องขึ้นรถราง รถเมล์หรือแท็กซี่ต่อไปเอง

ทาร์ตไข่-ทาร์ตโปรตุเกส

ทาร์ตไข่ หรือ ทาร์ตโปรตุเกส เป็นต้นกำเนิดของทาร์ตไข่ที่มาเก๊าคือมีหน้าไหม้จากน้ำตาลที่ถูกอบจนเกรียม ทาร์ตไข่เป็นตำนานขนมของโปรตุเกสอย่างแท้จริง เพราะเริ่มมีการอบขนมชนิดนี้เพื่อขายเป็นครั้งแรกหลังจากมีการยกเลิกระบอบอารามหลายร้อยปีก่อน ทำให้ทั้งพระและชีต้องพยายามหาเลี้ยงชีพโดยการอบทาร์ตไข่ขายจนโด่งดังมาจนทุกวันนี้

วิธีทานทาร์ตไข่โปตุเกส คือให้โรยผงอบเชยที่วางให้บนโต๊ะก่อนทาน สามารถหาได้ตามถนนในลิสบอนทั่วเมือง โดยเฉพาะย่านนักท่องเที่ยวเช่น Rossio, Bairro Alto, Alfama, และ Baixa

 

 

ร้านขนมอร่อยในลิสบอน

Pastelaria-Padaria

Sao Roque café

Rua Dom Pedro v, 57

T: 351-21-322-4356

อันเก่าแก่และสวยงาม ตกแต่งแบบอาร์ตเดโค ขึ้นชื่อเรื่องทาร์ตไข่สูตรโบราณ และขนมปังหน้ามะพร้าว (po de dues ที่แปลว่า ขนมปังของพระเจ้า)

Antiga Casa de Pasteis de Belem

Rua de Belem, 1300-085, Lisbon, Portugal

T: 351-21-363-7423

www.pasteisdebelem.pt

เปิด ทุกวัน (ฤดูหนาว 1 พฤศจิกายน-30 เมษายน // จันทร์-เสาร์ 08.00-23.00 น. // อาทิตย์ 08.00-22.00 น. ฤดูร้อน 1 พฤษภาคม-31 ตุลาคม จันทร์-อาทิตย์ 08.00-24.00 น.)

ร้านทาร์ตไข่สูตรคลาสสิค ดำเนินการมาเกือบสองร้อยปี โดยใช้สูตรลับดั้งเดิมของพระและชี ร้านนี้คนแน่นมากและขายทาร์ตไข่ราคาแพงกว่าร้านอื่น

A Brasileira

Rua Garret, 120 1200-205 Lisbon

T: 351-21-346-9541

ชื่อร้านแปลว่า “สาวบราซิล” ร้านขายเมล็ดกาแฟแท้จากบราซิล สวยเด่นกลางจัตุรัสชิอาโด (Chiado Square) เก่าแก่และโด่งดังมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1905 นอกจากขายกาแฟ ชา และเครื่องดื่มแบบต่างๆแล้ว ยังขายอาหาร ขนมอบโปรตุเกส เช่น ทาร์ตไข่ ขนมปังหน้ามะพร้าว และขนมปังหน้าไข่ ว่ากันว่าในอดีตเป็นร้านโปรดของเหล่านักคิดนักเขียนของเมือง และเนื่องจากเป็นหนึ่งในร้านยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ราคาจึงแพงกว่าปกติ

อาหารโปรตุเกส

แม้จะอยู่ติดกับสเปนที่มีวัฒนธรรมเซียสต้า (siesta) หลังอาหารกลางวัน คนลิสบอนกลับทานอาหารตามเวลาปกติคือ อาหารกลางวันประมาณเที่ยงถึงบ่ายสาม และอาหารเย็นประมาณสองทุ่มเป็นต้นไปถึงประมาณเที่ยงคืน

คนลิสบอนทานอาหารทะเลกันมาก แต่มักเว้นทานกันวันจันทร์เพราะเรือทะเลหยุดงานวันอาทิตย์ วันจันทร์จึงมักเสิร์ฟเนื้อสัตว์ต่างๆเช่น สเต๊ก ไส้กรอก ไข่ดาว ถั่งแดงตุ๋นกับเนื้อ หูหมู (เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอาหารโปรนตุเกส) หรืออาหารพื้นถิ่นของแคว้นอลันเตโจ (Alantejo) ทางเหนือของลิสบอน เช่น หมูผัดกับหอยลาย (Pork Alentejana) และที่ขาดไม่ได้คือไวน์ ซึ่งดื่มกันตั้งแต่กลางวัน

ตามโต๊ะอาหารในลิสบอน มักมีอาหารว่างตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว เช่น ชีสนมแพะ (queijo de nisa) หรือชีสเนื้อแน่นแบบต่างๆ มะกอกดอง ไส้กรอกโชริโซ่ หรือแม้แต่ปาเต้ (pate) ปลาซาร์ดีน หรือทูน่า และขนมปัง เป็นอาหารว่างที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ดังนั้นถ้าไม่อยากเสียเงินก็ไม่ควรแตะต้อง

ร้านอาหารอร่อยในลิสบอน

Chafariz do Vinho

Rua de Mae d’Agua Praca da Alegria;

T: 351-21-342-2079

www.chafarizdovinho.com

ไวน์บาร์และร้านอาหารที่สร้างในรางน้ำเก่าของเมือง เสิร์ฟไวน์โปรตุเกส โดยเฉพาะไวน์ที่ผลิตโดยไร่ไวน์อิสระเล็กๆคู่กับอาหารเคียงจานเล็ก เช่น ไส้กรอกรมควันกับกะหล่ำปลี กุ้งกับเห็ด และปลาคอดรมควันกับองุ่น หรือจะทานอาหาร 4 คอร์ส เสิร์ฟคู่ไวน์ราคาเริ่มที่ 32 ยูโรต่อคน

 

 

Royale Café

Largo Rafael Bordalo Pinheiro, 29

T: 351-21-346-9125

www.rayalecafe.com

อาหารเบาๆเปลี่ยนบรรยากาศจากอาหารโปรตุเกสมื้อหนัก แนะนำร้านในย่านชิอาโด (Chiado) ที่แสนเก๋เสิร์ฟอาหารฝรั่งง่ายๆแบบคุ้นเคยเช่น สลัดต่างๆ แฮมเบอร์เกอร์ ฮัมมุส ซุป ฯลฯ และแนะนำคาเฟทีเรียของ National Museum of Ancient Art Rua das Janelas Verdes, 95 ที่เสิร์ฟสลัด พาสต้า และอาหารทานง่ายแบบต่างๆในบรรยากาศสวนสวย

Adega Dantas

Rua Marechal Saldanha, 15 ao Camoes

T: 351-21-342-0329

ร้านอาหารโปรตุเกสแบบดั้งเดิมราคาไม่แพง เช่น บาคาเลาย่าง (Bacalhau) ปลาหมึกย่าง (Polvo) หรือไส้กรอกหมูแบบดปรตุเกสทอด (Alheira) และอาหารจานเนื้อต่างๆ

คลับ บาร์

คนชอบดนตรี ขอแนะนำคลับ

Hot Clube de Portugal

Praca de Alegria, 39

T: 351-21-346-7369

www.hcp.pt

อันเก่าแก่กว่า 60 ปี ที่เคยเป็นสถานที่แจมวงของดนตรีแจ๊สจากอเมริกาปัจจุบันนักดนตรีส่วนมากเป็นคนรุ่นใหม่ที่เรียนดนตรีแจ๊สแล้วมาประลองฝีมือกันที่นี่ วงเริ่มประมาณ 5 ทุ่ม เป็นต้นไปถึงเกือบๆตีหนึ่ง

Pavilhao Chines

Rua Dom Pedro V, 89

T: 351-21-342-4729

บาร์เดิ้นที่สุดเรื่องการตกแต่งแบบโบราณ อดีตเป็นร้านขายของชำและโรงงานทำไม้ ปัจจุบันประดับตกแต่งด้วยของเก่าที่เจ้าของสะสมไว้เช่น รถไฟของเล่น ถ้วยโบราณ กาน้ำชากระเบื้อง และตุ๊กตุ่นทหารเก่าแก่ ลูกค้าสวนมากมาดื่มวิสกี้ เบียร์หรือเล่นบิลเลียดในห้องด้านหลัง

ย่าน Bairro Alto มีผับบาร์เยอะมาก และหากชอบไวน์ แนะนำ Institouto do Vinho do Porto หรือสถาบันพอร์ตไวน์ อยู่ในอพาร์ตเมนต์บนถนน Rua de Snao Pedro de Alcantara, 45 สามารถชิวพอร์ตไวน์หลากชนิด

พิพิธภัณฑ์และโบสถ์

วันอาทิตย์ ไปมิสซาที่โบสถ์

โปรตุเกสเป็นประเทศที่เคร่งศาสนา (คริสต์คาทอลิก) มากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ซึ่งหมายความว่ามีโบสถ์เยอะตามไปด้วย แนะนำให้ลองไปร่วมพิธีมิสซาที่โบสถ์ดูหากมีเวลา

Jesuit Sao Roque Church

Largo Tridade Coelho;

T: 351-21-323-5383

สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ด้านนอกอาจดูเรียบพื้น แต่ด้านในภาพวาดเพดานและกำแพงประดับด้วยหินและพลอยสีต่างๆหินอ่อน กระเบื้อง ทอง และเงิน และบทเพลงมิสซาอันแสนไพเราะ

 

โบสถ์ที่น่าสนใจอื่นๆได้แก่

-โบสถ์ Santa Luzia จุดเด่นที่ประดับกระเบื้องโบราณขาว-น้ำเงิน

-โบสถ์ Santo Antonio อันเป็นนักบุญแห่งทรัพย์สินที่สูญหายและวิญญาณที่โดดเดี่ยว แต่ในบรรดาโบสถ์ทั้งหมด คงไม่มีที่ไหนเทียบเท่า

-โบสถ์ Monastery of Jeronimos (เข้าฟรีเช้าวันอาทิตย์) อันสวยงามวิจิตร สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปีค.ศ. 1502-1551 โดยคำสั่งของกษัตริย์ King Dom Manuel ที่สร้างเพื่อนต้อนรับการกลับบ้านเกิดอย่างปลอดภัยของนายวาสโก เดอ กาม่า จากอินเดีย สถาปัตยกรรมของโบสถ์แห่งนี้เป็นตัวอย่างงานประเภท “Manueline” อันโด่งดัง จากนั้นให้เลยไปเที่ยวสวนสวยด้านหน้าของโบสถ์ด้วย ถนนหน้าโบสถ์นับเป็นถนนสวยที่สุดแห่งหนึ่งของลิสบอน เพราะอยู่ริมน้ำ มีตึกรามบ้านช่องโอ่อ่า คาเฟ่ร้านอาหารมากมาย

เดินทางในลิสบอน

หากได้พักในโรงแรมกลางใจเมืองเก่า เดินเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการชมเมืองนี้ เพราะทุกอย่างอยู่ใกล้กัน หรือหากออกไปย่าน Lapa ริมแม่น้ำ ก็ขึ้นรถรางสาย 25 หรือชมเมืองให้ขึ้นรถรางสาย 28 ที่จะขึ้นเนินสูงไปถึงปราสาท Sao Jorge ได้เลย

รถใต้ดิน รถเมล์ รถราง ลิฟต์ และกระเช้า

รถไฟใต้ดินของลิสบอน แม้จะไม่ได้ครอบคลุมตัวเมืองทั้งหมดเหมือนเมืองใหญ่ในยุโรปอื่นๆ แต่ก็สะดวก มีทั้งหมด 4 สาย สามารถซื้อตั๋วเที่ยวเดียวได้ราคาประมาณ 1.10 ยูโรต่อคน หรือจะซื้อตั๋วรวมเมโทรกับรถเมล์ รถราง และลิฟต์ได้วันละ 3.70 ยูโรต่อคน รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับรถไฟใต้ดิน www.metrolisboa.pt

โรงแรมแนะนำในลิสบอน

ย่านสะดวกในการหาที่พักคือ ย่านเมืองเก่า โดยเฉพาะบนถนน Avenida da Liberdade ซึ่งเป็นถนนที่มีทุกอย่าง สวยงาม และสะดวกต่อการเดินเล่นเมืองเก่า หรือขึ้นรถไฟ

 

 

The Solar dos Mouros

Rua do Milagre de Santo Antonie, 6

T: 351-21-885-4940

www.solardosmouros.com

อยู่ใกล้ปราสาท Sao Jorge ย่าน Alfama ทำให้สะดวกมากในการเดินย่ำเมืองเล่น แถมยังเห็นวิวแม่น้ำทากัสด้วย มี 13 ห้องตกแต่งไม่เหมือนกัน เจ้าของเป็นนักวาดภาพ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละห้องที่นี่จึงเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานของเขา ราคาเริ่มที่ 119 ยูโรต่อคืนพร้อมอาหารเช้า

The Clarion Suites

Rua Rodrigo de Fonseca, 44-5, Lisbon

T: 351-21-004-6600

www.clarionhotel.com

โรงแรมกึ่งอพาร์ตเมนต์อยู่ใกล้จัตุรัส Marques de Pombal ไม่ไกลจากเมืองเก่านัก เป็นตึกสูงทันสมัย ห้องตามมาตรฐานโรงแรมเครือใหญ่ๆทั่วไป มีห้องแบบสตูดิโอ หนึ่งและสองห้องนอน เหมาะสำหรับครอบครัวราคาเริ่มต้นที่ 98 ยูโรต่อคืน ไม่รวมอาหารเช้า

Family Macedo

Rua Palmira 44, 1170-289 Lisbon, 351

www.familymacedo.com

เกสต์เฮาส์ สไตล์ Bed and Breakfast บรรยากาศน่ารักและอยู่กลางใจเมืองเก่า ตกแต่งห้องด้วยของเก่าที่เจ้าของสะสมเองราคา 39-44 ยูโรต่อคืน ไม่รวมอาหารเช้า

 

 

Residencial Florescente

Rua Portas de Santo Antao 99, 1150-266, Lisbon

T: 351-21-342-6609

www.residencialflorescente.com

โรงแรมเล็กๆน่ารัก สะอาดอยู่ใจกลางเมือง สะดวกมากๆราคา 50+65 ยูโรต่อคืน รวมอาหารวาย-ฟายอินเทอร์เน็ตฟรี

Dom Sancho Residencial

Avenida da Liberdade, 2002, Lisbon

T: 351-21-351-3160

www.domsancho.com

โรงแรมเล็กๆย่านกลางเมืองมี 40 ห้อง ตกแต่งเรียบง่ายสะอาดมีอินเทอร์เน็ต ราคาเคิ่มที่ 60-100 ยูโรต่อคืน ไม่รวมอาหารเช้า

ฟาติมา

FATIMA

อยู่ห่างจากลิสบอนไปทางเหนือ 142 กิโลเมตร เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวคาทอลิก ที่มาสวดมนต์กับพระนางมารี (Virgin Mary) วัดพระแม่ฟาติมามีขนาดใหญ่มาก มีทั้งโบสถ์เก่าและใหม่ และมีพรมปูยาวตั้งแต่ด้านนอกเข้าไปถึงบริเวณวัด สำหรับให้คนมาสวดมนต์และคลานเข่าเข้าไปอันถือว่าเป็นวิธีแสดงการอุทิศตน

เดิมเป็นเมืองเล็กๆที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้า ไร่นา และไร่มะกอก แต่เมื่อปี 1917 เกิดมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับเด็กเลี้ยงแกะสามคน ที่อ้างว่าเห็นการมาปรากฏกายของพระแม่มารีในช่วงวันที่ 12 พฤษภาคม-12 ตุลาคมในปีนั้น และบอกความลับ 3 ประการให้แก่เด็กทั้งสาม ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีคนมาไหว้ปีละหลายล้านคน โดยเฉพาะในช่วงเวลาดังกล่าวของแต่ละปี พระแม่ฟาติมาขึ้นชื่อเรื่องการช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก

พระสันตะปาปา จอห์น พอลที่ 2 เคยมาสักการะพระแม่ฟาติมาในวันที่ 12 พฤษภาคม ปี 1982 เพื่อขอบคุณท่านที่ช่วยให้รอดจากการลอบยิงในปีก่อนหน้านั้น และอีกครั้งในวันที่ 13 พฤษภาคม ปี 2000 ซึ่งท่านได้เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า หนึ่งในความลับที่พระแม่ได้บอกกับเด็กสามคนก็คือพระสันตะปาปาองค์นี้จะถูกลอบสังหารนั่นเอง

ด้านนอกและด้านในโบสถ์มีงานศิลปะจากศิลปินหลายประเทศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและประวัติต่างๆของฟาติมา www.santuario-fatima.pt

เว็บไซต์ที่มีประโยชน์ต่อการจองห้องพักในลิสบอนและเมืองอื่นๆในโปรตุเกสคือ

www.maisturismo.pt

www.portugalvirtual.pt