ทัวร์โมรอคโค ทัวร์โมรอคโคราคาถูก
ข้อมูลท่องเที่ยว
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์โมรอคโค เที่ยวโมรอคโค

ทัวร์โมรอคโคMOROCCO

ประเทศที่อยู่ติ่งเหนือสุดของทวีปแอฟริกาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมาตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ชื่อเสียงเพราะๆของเมืองต่างๆในโมร๊อกโก เช่น คาซาบัลงก้า แทงเจียร์ ราบัต มาราเกช เมกเนส เฟซ อาซิล่า และทะเลทรายซาฮาร่า ทำให้ประเทศนี้มีเสน่ห์มาก นอกจากนั้นหนังฮอลลีวู้ดมากมาย เช่น Casablanca และ Bourne Ultimatum ยังเลือกเมืองของโมร๊อกโกนี้เป็นฉากสำคัญทำให้ประเทศยิ่งดังเข้าไปกันใหญ่

เงินตรา

เดอร์แร่ม (Dirham) (อัตรามักอยู่ที่ประมาณ 1:10 ของยูโร เช่น 370 เดอร์แร่ม= ประมาณ 37 ยูโร) และได้เฉพาะที่ธนาคารในประเทศโมร๊อกโกเท่านั้น และเราไม่สามารถแลกกลับเป็นยูโรได้เมื่อเที่ยวเสร็จ เขาบังคับไว้เช่นนั้น และยังออกกฎห้ามนำเงินเดอร์แร่ม ออกนอกประเทศด้วย โดยมีการติดกล่องรับบริจาคเงินเดอร์แร่มที่นักท่องเที่ยวใช้ไม่หมดไว้ตามท่าเรือเฟอร์รี่ และสนามบินเพื่อความสะดวก ดังนั้นแนะนำว่าให้แลกเท่าที่จะใช้ + ช๊อปปิ้งอีกเล็กน้อยน่าจะพอดี

วีซ่า

คนไทยต้องทำวีซ่าเข้าโมร๊อกโก ราคาประมาณคนละ 1,500 บาท

รายละเอียดที่ www.moroccoembassybangkok.org

อากาศ

ตอนเหนือของประเทศเช่น เมืองแทงเจียร์ อาซิล่า ราบัต อากาศหนาวเล็กน้อยในหน้าหนาว ควรพกเสื้อแจ็กเก็ตไปด้วย แต่สำหรับเมืองที่อยู่ด้านใน เช่น เฟซ และมาราเกช เนื่องจากอยู่ใกล้กับทะเลทรายซาฮาร่า อากาศจึงแห้งและร้อน กระทั่งในหน้าหนาวหรือฤดูใบไม้ผลิก็ตาม ดังนั้นหากไปเที่ยวหลายเมือง และนำให้ติดรองเท้าแตะและกางเกงขาสั้นไปด้วย สำหรับคนที่ไม่ชอบอากาศร้อนเหนอะหนะ ช่วงหน้าเที่ยวคือปลายฤดูหนาวแต่ช่วงที่ไม่น่าเที่ยวอย่างยิ่งคือ ช่วงถือศีลอด (Ramadan) เพราะทุกเมืองจะเงียบมาก (โมร๊อกโกเป็นมุสลิมซุนหนี่) ทางที่ดีเช็กวันถือศีลก่อนเดินทาง

อาหาร

เครื่องเทศ น้ำกุหลาบ ชามินต์ ขนมเพสตรีอบ ทาจีน (tagine หรืออาหารรอบหม้อดินที่อาจทำจากเนื้อวัว แกะ หรือไก่ใส่ลูกเกดหรือลูกพรุน) คุสคุส (couscous) ซุปถั่ว อินทผลัมทั้งสดและแห้ง ส้ม มะนาวเหลือง เป็นอาหารประจำชาติร็อคโค โดยเฉพาะบรรดาเครื่องเทศและสมุนไพร ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกลับบ้านมาเป็นของฝากด้วย หรือเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ เช่น มาราเกชและแทงเจียร์ก็มีอาหารฝรั่งเศสด้วยโมร๊อกโกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสมานานหลายสิบปี

ภาษา

อารบิกและฝรั่งเศส

การเดินทางภายในแต่ละเมือง

แต่ละเมืองไม่มีรถประจำทางหรือรถไฟฟ้าใต้ดิน ดังนั้นทางที่ดีคือให้เลือกโรงแรมที่อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ เช่น เมดิน่า คาสบาห์ หรือซุค หรือใช้แท็กซี่เล็ก (petit taxi) ที่มีวิ่งเกลื่อนเมือง แต่ต้องต่อราคาค่าจ้างให้แน่นอน โดยให้ทางโรงแรมแนะนำ

ช้อปปิ้ง

แม้พรมเปอร์เซียจะเป็นสินค้าขึ้นชื่อ ด้วยลวดลายงามวิจิตรและทนทาน แต่การซื้อพรมที่โมร๊อกโกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องดูเป็นแล้วว่างานดีจริง ยังต้องสามารถรู้ระดับราคาที่สมเหตุสมผลอีกด้วย ราคาเริ่มประมาณ 600-1,000 ยูโรต่อผืนขนาด 6x6 ฟุต

เครื่องหนัง

ใครชอบงานหนังดิบๆสไตล์ฮิปปี้ ต้องชอบเครื่องหนังของโมร๊อกโก ร้านเครื่องหนัง มักอยู่ในซุค (Souk) บริเวณเมืองเก่าเมดิน่า (Medina) อย่าลืมต่อรองราคาอย่างน้อย 50%

เครื่องเทศ สมุนไพรต่างๆ

โมร๊อกโกเป็นประเทศขึ้นชื่อเรื่องเครื่องเทศมาก เมืองใหญ่ๆเช่น เฟซและมาราเกช มีร้านที่เรียกว่า Herbalist ขายสมุนไพรที่นำมาสกัดเป็นเครื่องสำอง เช่น ครีม โลชั่น ลิปมัน น้ำมันนวด และสมุนไพรแห้งแบบต่างๆ

แทงเจียร์

TANGIER, TANGER

แทงเจียร์เป็นเมืองด่านหน้าของโมร๊อกโก ทางเหนือสุดของทวีปแอฟริกาเหนือและใกล้ยุโรปมากที่สุด ทำให้แทงเจียร์ หรือทองเจียร์ (Trangier, Tanger) เป็นเมืองที่มีความเป็นฝรั่งมากที่สุด และมีประวัติศาสตร์เกี่ยวเนื่องกับต่างชาติมากที่สุดของโมร๊อกโกด้วย

จากสเปนสามารถขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากมาแทงเจียร์ได้หลายท่าเช่น ท่ายิบรอลตาร์ ท่าอัลจาซีร่าห์ (Algeciras) และท่าทารีฟา (Tarifa) ที่เราใช้ในการเดินทางครั้งนี้ ที่เลือกท่านี้ก็เพราะเป็นท่าที่อยู่ติ่งใต้สุดของสเปนเป็นช่วงช่องที่แคบที่สุด สามารถข้ามช่องแคบได้เร็วที่สุด อีกทั้งเรือเฟอร์รี่ก็มีขนาดใหญ่ ใหม่ ทันสมัย และปลอดภัย ใช้เวลาข้ามฟากเพียง 35 นาทีเท่านั้น เรือใหญ่นี่สำคัญมากเพราะช่องแคบยิบรอลตาร์ (Strait fo Gibraltar) ได้ชื่อว่ามีคลื่นลมแรงมาก

เดินเที่ยว

ด้วยอดีตที่มีชาติยุโรปปกครองเมือง แทงเจียร์เลยถูกแบ่งเขตให้เป็นของประเทศต่างๆ เช่น French Quarter, Spanish Quarter และโซนอื่นๆของอังกฤษ อิตาลี และเบลเยี่ยมในปี 1928 ทำให้บ้านเมืองของที่นี่ดูแล้วคล้ายยุโรปมาก และเขตดูทันสมัยที่สุดคือเขตของฝรั่งเศสเพราะมีคาเฟ่แบบฝรั่งเศส หนึ่งในนั้นเป็นฉากถ่ายทำหนังเรื่อง Bourne Identity ด้วย

ร้านอาหารอื่นๆในแทงเจียร์

Gran Café de Paris

Ville Nouvelle, Place de France

เป็นฉากในหนัง Bourne Identity มีลักษณะเหมือนคาเฟ่ยุโรปใหญ่ๆสมัยก่อน เหมาะสำหรับเป็นสถานที่นั่งดูคนและจินตนาการกลับสู่วันเวลาเก่าๆที่เมืองนี้เต็มไปด้วยสายลับ

Atlas Bar

Ville Nouvelle, Avenue Prince Herititer

เปิด ทุกวัน 18.00-เที่ยงคืน บาร์เก่าแก่ อายุกว่า 80 ปี จึงดูทรุดโทรม แต่ด้านในเป็นที่นั่งชิลอย่างดีเป็นบาร์ที่คนเก่าแก่มักมานั่งหลังเลิกงาน (ราคา $)

Anna e Paolo

Ville Nouvelle, 72 Avenue Prince Herititer

T: 039-94-46-17

เปิด ทุกวัน 12.30-14.30 น. // 19.30-22.30 น.

ร้านอาหารอิตาเลียนครบชุดเหมาะสำหรับคนที่อยากออกนอกบรรยากาศแห่งความเป็นโมร๊อกโก ด้วยพิซซ่าและพาสต้า มีบริการแบบสั่งกลับด้วย (ราคา $)

Café Hafa

Ville Nouvelle, ตรงข้ามสนามกีฬา Avenue Mohamed Tazi

เปิด ทุกวัน ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงเย็นๆ

ร้านเก่าแก่ มีวิวสวยของทะเลแทงเจียร์ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างจะเก่าแก่ไปตามอายุรวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ ห้องน้ำ ฯลฯ อาหารพื้นๆ เช่น ชามินต์ กาแฟเข้มสุดๆ ซุปประจำวัน หรือบางครั้งอาจมีไข่เจียวบ้าง ต้องขึ้นแท็กซี่คันเล็กไปแล้วมองหาร้านที่มีเปลือกหอยติดอยู่ที่ประตู (ราคา $)

Caid’s Bar

Ville Nouvelle, El Minzah, 85 Rue de la Liberte

T: 039-33-34-44

www.elminzah.com

เปิด ทุกวัน เที่ยงวัน-เที่ยงคืน

บาร์เก่าแก่สวยงามในโรงแรมเก่าแก่และสวยงามเช่นกัน สามารถมาดริ๊งค์ก่อนอาหารในห้องอาหารของโรงแรมที่อยู่ตรงข้ามลานก็ได้ อย่าลืมมองดูรูปถ่ายบรรดาดาราและคนดังต่างๆที่เคยมาพัก สมัยแทงเจียร์รุ่งตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 (ราคา $$)

DARNA

(Maison Communautaire des Femmes)

Ville Nouvelle, Rue Jules Cot, place du 9 Avril

T: 039-94-70-65

เปิด ทุกวัน 09.30-17.30 น.

ดำเนินการโดยสหกรณ์สตรีของแทงเจียร์ เสิร์ฟอาหารโมร๊อกโกที่อร่อยที่สุดแห่งหนึ่ง เมนูเปลี่ยนไปทุกวันตามอาหารสดที่ซื้อได้ อาหารเด็ดคือบรรดาทาร์จีนปลาปรุงด้วยแองโชวี่ ซุปกุ้งหอมสมุนไพร ฯลฯ (ราคา $)

La Giralda

Ville Nouvelle ตรงข้าม Terrase des Parasseux, Boulevard Pasteur

เปิด ทุกวัน 06.30-22.00 น.

ร้านตรงลาน Terrase des Parasseux ที่มองเห็นช่องแคบยิบรอลตาร์ ขายอาหารว่าง เครื่องดื่ม ไอศกรีม และเครปหลายรส เช่นน้ำผึ้งและถั่ว กาแฟและชามินต์ (ราคา $$)

โรงแรมแนะนำ

El Minzah

85 Rue De La  Liberte’ 0

T: 039-93-58-85

F: 039-93-44-56

ในเขต French Quarter โรงแรมเก่าแก่มีเสน่ห์มาก ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมตั้งแตต่สมัย 1930s ไว้ได้อย่างดี เฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งภายในแบบโมร๊อกโก มีห้องแบบเห็นทะเลด้วย โรงแรมนี้เคยต้อนรับคนดังมาแล้วมากมาย เช่น Rock Hudson, Rita Hayward, Farrah Fawcett

Hotel Nord Pinus

Medina, 11 Rue Riad Sultan

T: 061-22-81-40

www.nord-pinus-tanger.com/en

โรงแรมบูติก มีระเบียงเห็นทะเลและเห็นไกลไปถึงท่าทาริฟาของสเปนตกแต่งสวยงาม เป็นที่นิยมของผู้ที่ชอบเตียงนุ่มๆชั้นดี และสัมผัสกับเฟอร์นิเจอร์ไม้โบราณ ห้องน้ำประดับกระเบื้องสวยงามมาก

การเดินทางในแทงเจียร์

-เดินเองตามแผนที่

-แท็กซี่เล็ก

-ซื้อทัวร์รายวันจากบริษัทที่เชื่อถือได้

เฟซ

FES, FEZ

เฟซ คือ อดีตเมืองหลวงเก่า เมืองใหญ่อันดับที่สาม และหนึ่งในสี่เมืองสำคัญของโมร๊อกโก อันได้แก่ ราบัต มาราเกช เฟซ และแมคเนส

เฟซอยู่ห่างจากแทงเจียร์ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ และใช้เวลาเดินทางด้วยรถบัสประมาณ 3 ชั่วโมง จุดเด่นของเฟซคือตัวเมืองเมดิน่าที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอาหรับ และเป็นเมืองเก่าที่ยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมไว้ได้โดยไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงปัจจุบัน ได้รับฐานะเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ปัจจุบันแม้ว่าเฟซจะมีส่วนที่เมืองใหม่แล้วก็ตาม แต่เมดิน่าเก่าแห่งนี้ยังคงเป็นศูนย์กลางชุมชน และมีคนอาศัยอยู่จริงๆ กว่า 2 แสนคน ทำให้เฟซก็คือโมร๊อกโกของแท้และดั้งเดิม

โมร๊อกโกเพิ่งได้รับอิสรภาพจากการปกครองของฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1956 ซึ่งก่อนหน้านี้เฟซเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศหลายครั้งและเมื่อชาวฝรั่งเศสมาปกครองก็ได้ย้ายเมืองหลวงไปที่ราบัต (Rabat) ที่อยู่ตอนเหนือของประเทศ แต่เฟซอันเป็นเมืองเก่าที่มีอดีตเป็นศูนย์กลางทางการค้า เพราะเคยเป็นและที่แวะระหว่างทางพ่อค้าทองที่เดินทางไปทิมบั๊กทู (Timbaktu ปัจจุบันเป็นเมืองในสาธารณรัฐมาลี) ก็ยังคงเป็นศูนย์กลางของศาสนามุสลิม เป็นเมืองแห่งความรู้และวิทยาศาสตร์ โดยเจ้าหญิงลาล่า ซัลม่า (Princess Lalla Salma หรือ Salma Bennani) แห่งกษัตริย์โมฮัมหมัดที่ 6 องค์ปัจจุบันของโมร๊อกโก ก็เกิดที่เฟซ เธอเป็นสามัญชนคนธรรมดาที่จบการศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และแต่งงานกับเจ้าชายและเป็นการแต่งงานแห่งความรักอย่างแท้จริง

เมืองเฟซแบ่งออกได้เป็นสองส่วนใหญ่ๆคือเมืองเก่าและเมืองใหม่

เมืองใหม่ หรือ Fes El-Jedid เป็นส่วนที่มีพระราชวังและบ้านช่องของชาวยิว (Mellah) และอยู่ใกล้ๆกับเมืองที่ชาวเมืองเฟซอยู่กันหรือ Ville Nouvelle มีร้านค้าแบบทันสมัยและเป็นที่ตั้งของ พระราชวังของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน โมฮัมหมัดที่ 6 ด้านหน้าของพระราชวังคือประตูอันแสนวิจิตรโดยช่างชั้นเยี่ยมของประเทศ

เฟซเมดิน่า

เฟชเมดิน่าอยู่ในเขตเมืองเก่าหรือ Fes El-Bali ซึ่งเป็นบริเวณเมืองเก่าที่มีกำแพงล้อมรอบ เป็นจุดเด่นของการท่องเที่ยวของเฟซหรือของโมร๊อกโกเลยก็ว่าได้ สามารถสัมผัสวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวโมร๊อกโกที่มีชีวิตอยู่ในเมืองเก่านี้มาแล้วตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 และยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิมอยู่จนถึงปัจจุบัน

และในโลกของอิสลามด้วยกันแล้ว “เฟซเมดิน่า” ยังเป็นเมืองเก่าของมุสลิมที่ยังใช้งานอยู่จริงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีคนอาศัยอยู่มากถึง 2 แสนคน มีตรอกถึง 9,400 ตรอกที่วกเวียนวนไปมา ผ่านมัสยิดกว่า 365 แห่ง น้ำพุ 80 แห่ง ร้าน้า 80,000 แห่ง โรงเตี๊ยมสำหรับคนที่ทำงานในเมดิน่าอีก 80 แห่ง และพื้นที่ทั้งหมดแบ่งเป็น 187 เขต แต่ละเขตประกอบด้วยองค์ประกอบหลักของหลักชุมชนของศาสนาอิสลาม 5 ประการคือ มัสยิด โรงเรียนสอนศาสนา น้ำพุ โรงอาบน้ำ (ฮัมมัม) และสถานที่อบขนมปังของชุมชน ถนนกว้างที่สุดในเมดิน่านั้นเล็กเกินไปสำหรับรถยนต์ ที่นี่จึงเป็นถนนของคนและลา จึงต้องคอยฟังเสียงตะโกนว่า “บารัก บารัก” ซึ่งหมายถึง ระวังนั่นเอง

หนังสือนำเที่ยวทุกเล่มทั้งเตือนทั้งขู่เรื่องการหลงทางในเมดิน่าและวิธีการซื้อของในโมร๊อกโก เมดิน่าเป็น “เมือง” ที่มีทุกอย่างตั้งแต่นายหน้าห้องเช่า ขายบ้าน ตลาดสด ร้านอาหาร โรงงานทอผ้า โรงงานถักพรม สหกรณ์ถักพรม โรงงานฟอกหนัง ร้านโลงศพ ร้านรับทำเครื่องแต่งงาน มัสยิดและมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (University of Al-Karaouine) ซึ่งเปิดสอนมาตั้งแต่ปีค.ศ. 859 และถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยทีดำเนินการต่อเนื่องมานานที่สุดในโลก

แม้จะดูยุ่งเหยิงและวนเวียน เมดิน่าก็ยังมีการแบ่งโซนคร่าวๆไว้ด้วย เช่น โซนตลาดสด ก็แบ่งเป็นขายผัก ขายอาหารทะเล ขายเนื้อ ทุกอย่างวางสดๆกับแผง คนอิสลามกินเฉพาะเนื้อสัตว์ตัวผู้เท่านั้น ดังนั้นจะเห็นอวัยวะชายของสัตว์แขวนโชว์ โดยเหน็บช่อพาสลี่ย์ไว้ระหว่างขาด้วยโดยพาสลี่ย์จะช่วยแมลงวันนั่นเอง

 

ช้อปปิ้งในเมดิน่า

ทุกอย่างที่นี่จะเน้นงานฝีมือ เช่น ตะกร้าถัก รองเท้าหนัง ผ้าทอ ชุดคาฟทัน (Kaftan) ของพื้นเมือง กระเป๋า และหมวก แต่การซื้อของที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตามกฎที่ว่าไว้ในหนังสือนำเที่ยวทุกเล่มคือควรต่อราคาของทุกอย่างลง 50% โดยเฉพาะพรมอันเป็นสินค้าอันดับหนึ่ง มักถูกตั้งราคาให้สูงกว่าความน่าจะเป็นอย่างน้อย 50 (ห้าสิบ) เท่า และแน่นอนว่าคนขายจะทำทุกอย่างให้คุณซื้ออย่างน้อยหนึ่งชิ้นให้ได้ การลดราคาจาก 1,500 ยูโร มาเป็น 300 ยูโร ก็เย้ายวนใจ แถมยังบริการส่งฟรี รูดบัตรก็ได้ คนส่วนมากเลยใจอ่อน ทั้งๆที่อาจไม่มีความรู้เรื่องพรมชนิดที่ซื้อไปเลยก็ได้

โรงฟอกหนังกลาง

สิ่งหนึ่งที่ควรไปดูอย่างมากเมื่อมาถึงเฟซเมดิน่าก็คือโรงฟอกหนังกลางเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 11 ปัจจุบันยังคงใช้งานอยู่ แนะนำว่าแทนที่จะเดินเข้าไปข้างหน้าโรงฟอกหนังซึ่งสกปรกมาก ให้ไกด์พาไปร้านขายเครื่องหนังชื่อ Terrasse de Tannerie (10 hay Labilda Chouara) ซึ่งมีดาดฟ้ามองเห็นโรงฟอกนี้อย่างงาม แถมเจ้าของใจดีไม่พยายามขายของและให้เดินผ่านขึ้นบันไดไปชมฟรีๆ พร้อมมีช่อใบสะระแหน่แจกให้ดมระหว่างดูด้วย เพราะกลิ่นโรงฟอกหนังนี่ทั้งฉุนทั้งเหม็นอย่าบอกใครทีเดียว

โรงฟอกหนังมีลักษณะเป็นหลุมๆ เหมือนรวงผึ้งขนาดใหญ่ แต่ละหลุมมีส่วนผสมของน้ำยาฟอกหนังคือ น้ำ เกลือ หินปูน และ “อึนกพิราบ” ซึ่งมีส่วนประกอบของแอมโมเนียที่ทำให้หนังนุ่ม ที่นี่เราจะเห็นหนังของสัตว์หลายประเภทบอกได้เลยว่ามีอะไรบ้าง เพราะยังมีขนติดอยู่เป็นตัวๆอย่างชัดเจน เช่น แพะ แกะ และอูฐ ถูกนำมาจุ่ม แช่ และนวดในหลุมเหล่านี้ โดยแต่ละคนจะทำหน้าที่ประจำหลุมของตน ค่อยๆนวดหนังทีละชิ้น แยกขนกองไว้พูนอีกที่ต่างหากเพื่อนำไปส่งโรงทอผ้าและพรม ส่วนหนังที่ฟอกจนขาวแล้วก็นำไปขึงตากให้แห้งก่อนส่งต่อไปยังโรงย้อมอีกที เพื่อนำไปผลิตเป็นกระเป๋า รองเท้า

อาหารที่หาได้ทั่วไปในเฟซเมดิน่า

นอกจากทาร์จีนอันโด่งดังแล้วยังมีบัซซาร่า (Bessara) หรือซุปถั่วและมะกอกที่มีขายอยู่ทั่วไป รวมทั้งขนมปังและขนมอบของโมร๊อกโกมากมาย เช่น ชบาค่ย่า (Chbakiya) ขนมปังทรงกลมที่มักกองขายสูงๆในร้าน ทำจากแป้งสาลี น้ำผึ้ง และงา หรือ บริวัต บล๊อซ (Briwat Bloz) ทรงสามเหลี่ยมเล็กๆที่ทำจากอัลมอนด์บดและน้ำผึ้ง

 

ร้านอาหารอร่อยที่แนะนำในเฟซ

Restaurant Laanibra

61 Ain Lkhail

T: 035-74-10-01

เปิด ทุกวัน เดือนกันยายน-พฤษภาคม 12.00-16.30 น. และ 20.00-23.00 น.

อยู่ใจกลางเมดิน่า และตั้งอยู่ในอดีตพระราชวังสมัยศตวรรษที่ 14 สามารถรับประทานอาหารในสนามล้อมเสาปูกระเบื้องอย่างสวยงาม มีอาหารเป็นเซ็ตตั้งแต่ทาร์จีน ไก่ย่าง เนื้อตุ๋น สมุนไพร ฯลฯ (ราคา $)

Café Clock

Fes El-Bali, 7 derb El-Magana, Talaa Kebira

T: 035-63-78-55

www.cafeclock.com

เปิด ทุกวัน 09.00-20.30 น.

ร้านของชาวอังกฤษที่มาตั้งรกรากที่เฟซ โดยปรับปรุงจากบ้านเก่าให้เป็นร้านอาหารสวยงาม ชั้นดาดฟ้ามีวิวสวยเห็นหอสุเหร่ามาเดอร์ซ่า โบอินนาเนีย มีห้องสมุดขนาดเล็กและวาย-ฟายอินเทอร์เน็ต เสิร์ฟอาหารนานาชาติและอาหารโมร๊อกโก เช่น Fes Platter ที่มาเป็นชุดอาหารเรียกน้ำย่อย เช่น ขนมปังหัวหอม อินทผลัมแห้ง ถั่ว มะเขือยาวบด ดอกกะหล่ำผัดเครื่องแกง และซาโมซ่าไส้ชีสนมแพะ รวมทั้งของหวานแสนอร่อย (ราคา $$)

 

Dar Roumana

Fes El-Bali, 30 derb El-Amer, Zkak Roumane

T: 035-74-16-37

www.darroumana.com

เปิด เฉพาะมื้อเย็นตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป และควรจองล่วงหน้า

เป็นร้านอาหารแบบริยาด (ที่มีห้องพักด้วย) สวยหยดย้อย ประดับน้ำพุตรงกลาง ขายอาหารฝรั่งเศสปรุงโดยเชฟชั้นนำ เช่น ซูเฟล่ชีสนมแพะ ไก่อบ พุดดิ้งช็อกโกแลต (ราคา $$)

Medina Café

Medina, 6 derb Mernissi, Bab Boujloud

T: 035-63-34-30

เปิด ทุกวัน 10.00-22.00 น.

อยู่ไม่ไกลจากประตู Bab Boujloud เป็นร้านเล็กๆสองชั้น บนชั้นดาดฟ้ามีวิวประตูเมืองสวยงาม เหมาะสำหรับทานอาหารง่ายๆ ใช้เวลาไม่มาก เสิร์ฟอาหารโมร๊อกโกทั้งแบบเซ็ตและจานเดียว เช่น บริโอช (briouates) คล้ายๆซาโมซ่าเป็นแป้งทอดยัดไส้เนื้อหรือไก่ ฯลฯ (ราคา $$)

โรงแรมแนะนำในเฟซ

Dar Roumana

Fes El-Bali, 30 derb El-Amer, Zkak Roumane

T: 035-74-16-37

www.darroumana.com

ริยาดสร้างบ้านเก่าสวยงามมากสะท้อนความเอาใจใส่ในรายละเอียดของเจ้าของ บรรยากาศแบบโมร๊อกโกแท้ๆ ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนแบบไม้แกะสลักโบราณ น่ารัก มีเสน่ห์ (ราคา $$)

Dar Seffarine

14 Derb Sbaa Louyate, Seffarine

T: 071-11-35-28

www.darsaffarine.com

ริยาดขนาดเล็ก 6 ห้อง มีห้องสมุดขนาดใหญ่พร้อมหนังสือประวัติศาสตร์ ศิลปะ ท่องเที่ยว และห้องอาหารที่ทำอาหารได้อร่อย (ราคา $$)

Riad Tizwa

Fes El-Bali, 15 derb Guebbas (2nd no. 15), Batha

T: 035-63-78-74

www.riadtizwa.com

ริยาดขนาด 9 ห้อง มีทั้งห้องใหญ่และเล็ก ตกแต่งอย่างมีเสน่ห์บรรยากาศสบายๆ เสิร์ฟอาหารเช้าทั้งวันที่ระเบียงบ้าน (มีสาขาที่มาราเกชด้วย) (ราคา $$)

การเดินทางในเฟซ

-จ้างไกด์ส่วนตัวนำเที่ยว โดยตกลงราคากันก่อนเป็นดีที่สุด ขอให้มั่นใจว่าไกด์นั้นมีใบอนุญาตนำเที่ยวด้วยมิฉะนั้นคุณอาจตกร่างแหการทำผิดกฎหมาย

-ส่วนมากไกด์นำเที่ยวเมดิน่าจะคิดราคาประมาณ 20-50 ยูโรต่อคน สำหรับครึ่งวัน รวมอาหารกลางวัน จากนั้นคุณอาจเดินเล่นเอง หรือหากต้องการผจญภัยก็สามารถจ้างแท็กซี่เล็กก็ได้

มาราเกช

MARRAKESH

มาราเกช อยู่ทางใต้ของเฟชลงมาประมาณเกือบ 400 กิโลเมตรเป็นเมืองต้นตำหรับของการบุกเบิกการท่องเที่ยวแอฟริกาเหนือในยุค 1960s ของบรรดาฮิปปี้ (โปรดฟังเพลง Marrakech Express ของ Crosby, Stills and Nash ที่ออกในปี 1969 ประกอบ) เป็นเมืองที่คนมาท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ เพราะให้ความรู้สึกลึกลับชวนพิศวงตามสไตล์โมร๊อกโก แต่ก็เต็มไปด้วยความเก๋เท่ และงานศิลปะมากมายจากศิลปินทั่วโลกที่มาตั้งรกรากที่นี่ ทำให้เมืองนี้ ลวดลายศิลปะเฉพาะของที่นี่เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก

ความงามของศิลปะของชาวมุสลิมในโมร๊อกโก โรงแรมแบบริยาด (riad) ที่เป็นบ้านเก่านำมาทำใหม่ ส่วนมากมีสระว่ายน้ำในตัว ซึ่งบ้านแบบมุสลิมมักสะท้อนวัฒนธรรมและรสนิยมของคนมุสลิมคือด้านนอกทำแบบเรียบง่ายไม่โอ้อวด แต่พอเข้ามาด้านในแล้วจะเห็นถึงความงดงามวิจิตรที่เจ้าของบ้านประโคมใส่เพื่อเป็นความสุขส่วนตัวได้แบบไม่เกรงใจ

เดินเที่ยว

มาถึงมาราเกช สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ทันทีคือสีชมพูลังเมลืองอันเป็นสีประจำเมืองนี้ เพราเป็นสีของดินสอสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ มาราเกชเป็นเมืองที่มีความสำคัญมากมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 เป็นเมืองในเส้นทางการค้าเมืองสุดท้ายก่อนถึงทะเลทรายซาฮาร่า จึงเป็นทั้งเมืองหน้าด่านเพื่อเตรียมเสบียงยงกรังก่อนเดินทางไกล และเป็นเมืองแรกที่คนเดินทางกลับมาจากทะเลทรายจะแวะพัก ก่อนไปต่อที่เมืองอื่นๆ ของประเทศ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มาราเกชจะมีชื่อเสียงเรื่องชิลเอ้าท์และช้อปปิ้งมาจนถึงปัจจุบัน

สวนอีฟส์ แซงต์ โลรองต์

มาราเกชแตกต่างขากเฟซตรงที่ว่า มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมากกว่า ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแตกกระจายออกจากเมืองเก่า (เมดิน่า) และกลายพันธุ์มาเป็นร้านอาหารเก๋ๆร้านขายของ และสังคมใหม่นอกเมดิน่า โดยเมดิน่าในปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ขายนักท่องเที่ยว มีแต่ร้านขายสินค้าพื้นถิ่นและโรงแรมแบบริยาดมากกว่าที่จะเป็นเมืองเก่าที่คนพื้นถิ่นอยู่อาศัยกันจริงๆเหมือนเฟซ นอกจากนี้นักออกแบบชื่อก้องโลกอย่างอีฟ์ แซงต์ โลรองต์ (Yves Saint Laurant) ก็มีบ้านอยู่ที่มาราเกช ในบริเวณสวน

Majorelle Gardens

Avenue Yacoub El-Mansour

เปิด ทุกวัน 08.00-17.30 น.

ค่าเข้า คนละ 30 เดอร์แร่ม

อันเป็นสถานที่โปรดและโปรยอังคารของเขา (YSL เสียชีวิตในปี 1988) ก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของเมือง

เดินเมืองเก่า และช้อปปิ้งในซุค

จัตุรัส จาม่า เอล ฟีน่า

Jemaa El Fna

ศูนย์กลางของทุกสิ่งอย่างของเมือง ลานกว้างที่เต็มไปด้วยพ่อค้า คนเลี้ยงงู และนักดนตรี อดีตคือลานพาเหรดหน้าพระราชวังของกษัตริย์และต่อมาเมื่อกษัตริย์ย้ายพระราชวังไปด้านใต้ของเมือง จึงเปลี่ยนเป็นลานประหารชีวิตนักโทษ จากลานจอดรถด้านหน้า ผ่านแผงน้ำส้มคั้นเรียงราย ไปเคียงคู่กับแผงขายผลไม้แห้ง เรื่อยเข้าไปจะเจอตัวตลาดที่เรียกว่าซุค (souk) มีร้านขายของงานประมาณเดียวกันทั่วตลาด เช่น เครื่องหนังแบบต่างๆ ลานตา เครื่องโลหะ สมุนไพร เครื่องประดับ กระเป๋าสาน และเสื้อผ้า

ชมเมือง

เมื่อช้อปปิ้งจนพอใจแล้ว แต่ยังไม่อยากกลับไปที่พัก แนะนำให้หาร้านนั่งรอบๆ จัตุรัสแห่งนี้เพื่อดื่มกาแฟ ทานอาหาร และดูวิว นอกจากนี้ยังสามารถเดินเล่นเรื่อยออกไปชมมัสยิดคูโทเบีย (Koutubia Mosque) ที่มีหอสูงเป็นสัญลักษณ์สำคัญและดังที่สุดของเมือง แล้วเดินเรื่อยออกมาด้านนอกเมดิน่า สู่เมืองใหม่ที่เรียกกันว่า Plaza ที่ชาวมาราเกชสมัยใหม่ใช้ชีวิตกัน มีร้านอาหารเก๋ๆเรียงตัวกันมากมายโดยเฉพาะย่านไปรษณีย์กลาง (La Poste)

ร้านอาหารอร่อยที่ มาราเกช ได้แก่

Le Grand Café de la Poste

Gueliz, Corner Boulevard Mansour Eddahbi & Anevue Imam Malik

www.grandcafedelaporte.com

ร้านอาหารฝรั่งเศสเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1925 ที่เก๋มากๆอย่าลืมแต่งตัวสวยๆ เป็นโมเดิร์นฮิปปี้มาตอนเย็นแล้วเริ่มด้วยค็อกเทลและอาหารว่างแบบฟิงเกอร์ฟู้ด ก่อนเข้าไปนั่งดินเนอร์เปิดไวน์ให้เข้ากับอาหารฝรั่งเศส ที่มีการประยุกต์นำเครื่องเทศของโมร๊อกโกมาใส่เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ และซึมซับบรรยากาศความเก่าแก่ของการตกแต่งด้วยกระจกเงาโบราณ พรมบาร์เบอร์โบราณ และปล่อยให้เสียงเพลงพื้นเมืองของโมร๊อกโกพาคุณไปเข้าในโลกแห่งความจริงที่เหมือนกับจินตนาการ (ราคา $$)

Al Fassia

Gueliz, 55 Boulevard Zerktouni

T: 024-43-40-60

Email: alfassia@menara.com

เปิด ทุกวัน (ปิดวันอังคาร) 12.00-14.30 น. และ 19.30-23.00 น.

ร้านเก๋เท่ของมาราเกชที่สามารถสั่งอาหารเป็นจานทานได้ (ปกติส่วนมากร้านอาหารหรูของเมืองนี้มักจัดอาหารเป็นเซ็ต) ที่เด่นอีกอย่างก็คือร้านนี้เป็นสหกรณ์ของสตรี พนักงานทุกคนตั้งแต่แม่ครัว ถึงพนักงานเสิร์ฟเป็นสตรีทั้งหมด อาหารเด่น ได้แก่ สลัด ทาร์จีน (เนื้อหรือผักอบหม้อดิน) และคูสคูส (ราคา $$)

Alizia

Hivernage, Corner of Rue Ahmed Chouhada Chawki

T: 024-43-83-60

เปิด ทุกวัน 12.00-15.00 น. และ 19.00-23.00 น.

ร้านอาหารอิตาเลียนที่ดำเนินการโดยคนอิตาเลียนที่มาตั้งรกรากนานแล้ว อาหารเด่นคือบรรดาพาสต้า พิซซ่า ปลา เนื้อ และของหวาน (ราคา $$)

 

Café des Espices

Souk, 75 Rahba Kedima

T: 024-39-17-70

เปิด ทุกวัน 08.00-22.00 น.

เหมาะมากหากมองหาที่นั่งพักชิลๆ เก๋ๆ กลางซุค ด้วยบรรยากาศและดนตรีเท่ๆ แถมยังมีอินเทอร์เน็ตวาย-ฟายให้เล่นฟรีด้วย มีสามชั้นถ้าฝนไม่ตกแนะนำให้ไต่ขึ้นไปชั้นดาดฟ้า (ราคา $$)

Café du Livre

Gueliz, 44 Rue Tarek Ibn Ziad

T: 024-43-21-49

เปิด จันทร์-เสาร์ 09.30-21.00 น.

คาเฟ่กึ่งร้านหนังสือ มีอาหารเช้าขายจนถึง 11.30 น. ชุดน้ำชายามบ่าย 16.00-18.00 น. และอาหารอินเตอร์และโมร๊อกโกมากมาย ตั้งแต่แฮมเบอร์เกอร์ไปจนถึงทาร์ตมะนาวแบบโมร๊อกโก (ราคา $$)

Chez Chegrouni

Jemaa El Fna

เปิด ทุกวัน 06.00-23.00 น.

ร้านอาหารโมร๊อกโกที่ราคาไม่แพงและอร่อยที่หลายคนพูดถึง แถมยังตั้งอยู่กลางสถานที่ท่องเที่ยวอย่างจัตุรัสจาม่า อีกด้วย ร้านมีที่นั่งชั้นสองสามารถมองเห็นวิวจัตุรัสได้ดีพอสมควร มีเมนูภาษาอังกฤษและอาหารทุกจานเสิร์ฟพร้อมขนมปังกระจาดใหญ่ สะอาด และบริการดี (ราคา $)

 

Terrasses de l’Alhambra

Jemaa El Fna

เปิด ทุกวัน 08.00-23.00 น.

ร้านอาหารอินเตอร์ที่ทำโดยคนฝรั่งเศสสะอาด อร่อย ไม่แพง ขายตั้งแต่กาแฟ ไอศกรีม ไปถึงเครื่องดื่มค็อกเทล ไร้แอลกอฮอล์ พิซซ่า สลัด พาสต้า เคบับ ฯลฯ (ราคา $$)

Le Tobsil

North Medina, 22 derb Aldellah ben Hessanien, Bab Ksour

T: 024-44-40-52

เปิด ทุกวัน ยกเว้นอังคาร ตั้งแต่ 12.00-14.30 น. และ 19.30-23.00 น.

ร้านนี้มีชื่อเสียงมากมายเหลือเกินตั้งแต่รีวิวใน Tripadvisor ร้านค่อนข้างหายาก แนะนำให้จองผ่านโรงแรมโดยนัดให้มารับ ที่นี่ไม่มีเมนู และเสิร์ฟอาหารชุดใหญ่รวมไวน์ ที่คุณต้องปล่อยให้ตัวเองหิวถึงจะจัดการได้หมด ราคาคนละประมาณ 60 ยูโร (ราคา $$$$)

Restaurant Toubkal

48 Jemaa El Fna

T: 024-44-22-62

เปิด ตลอด 24 ชั่วโมง

ร้านประมาณโรงอาหารที่ขายอาหารโมร๊อกโกราคาถูกในภาชนะพลาสติก ดังนั้นจึงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวแบคแพค ที่ทั้งทาร์จีน คูสคูส และบาร์บีคิว (Brochettes) และยังมีของว่างที่สามารถซื้อทานได้สะดวกเช่น โยเกิร์ต ชีส ช็อกโกแลต และน้ำผลไม้ ฯลฯ

 

 

โรงแรมแนะนำในมาราเกช

ริยาดในมาราเกชมีมากมายแต่ขนาดเล็ก แนะนำให้จองล่วงหน้า

Casa Lalla

South Medina, 16 derb Jamaa, off Riad Zitoun El-Kedim

T: 024-42-97-57

www.casalalla.com

เกสต์เฮาท์ขนาดเล็ก 8 ห้อง คุณภาพใช้ได้ มีคอร์ตยางตรงกลางมีสองห้องที่มีเตาผิงส่วนตัว และชั้นลอย มีสระน้ำเล็กๆที่สามารถเปิดให้เป้นจากุชชี่ได้ และมีห้องอาบน้ำฮามัมรวมด้วย (ราคา $$)

Dar Atta

North Medina, 28 derb Raouia, Rmila & 32 Rue Jebel Ladkhar

T: 024-38-62-32

www.daratta.ma

เกสต์เฮาส์ขนาดเล็ก เงียบๆ เรียบๆ อยู่ไม่ไกลจาก Jemaa El Fna ที่ห้องสองคนและห้องสวีท และห้องอาบน้ำฮามัม ห้องอาหาร และห้องนวด (ราคา $$)

Jnane Mogador

South Medina, 116  Riad Zitoun El-Kedim

T: 024-42-63-24

www.jnanemogador.com

เกสต์เฮาท์ที่น่าจะมีราคาดีที่สุดและทำเลดีที่สุด เพราะไม่ไกลจาก Jemaa El Fna แถมในห้องยังมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง ราคาเริ่มต้นที่ 29 ยูโร มีห้องอาบน้ำแบบฮามัมด้วย (ราคา $$)

 

Nejma Lounge

North Medina, 45 derb Sidi Mohamed El Haj, Bab Doukkala

T: 024-38-23-41

www.raid-nejmalounge.com

เกสต์เฮาท์ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องและสีสันสดใสทั้งหมด มีทั้งหมด 6 ห้อง เรียกชื่อตามโทนสี มีบาร์เล็กๆสามารถนั่งดื่มและทานอาหารว่างได้ทั้งวัน (ราคา $$)

Riad Magi

North Medina, 79 derb Moulay Abdelkader, เยื้องๆกับ Derb Dabbachi

T: 024-42-66-88

www.riad-magi.com

ริยาดขนาดเล็ก มีเพียง 6 ห้อง ตกแต่งเรียบสวย สามารถรับประทานอาหารเช้าได้ที่เทอรเรซดาดฟ้า ในวันที่อากาศโปร่งสามารถเห็นไกลถึงภูเขาไฮแอตลาส (ราคา $$)

การเดินทางในมาราเกช

-เดินเองตามแผนที่ ดังนั้นการได้พักใกล้ๆสถานที่ท่องเที่ยวจึงดีที่สุด

-จ้างแท็กซี่เล็ก หากต้องการไปสวนอีฟแซงต์ฯ ค่าแท็กซี่ควรอยู่ที่ 40 เดอร์แร่ม บอกแท็กซี่ว่าจะสวนนี้ เมื่อถึงยื่นเงินให้แล้วอย่าหันหลังกลับไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม

-ซื้อทัวร์รายวันจากบริษัททัวร์ที่เชื่อถือได้

 

ราบัต

RABAT

ครั้งที่ฝรั่งเศสปกครองโมร๊อกโกเมื่อปีค.ศ. 1912 ราบัตถูกตั้งให้เป็นเมืองหลวงแทนเฟซ เนื่องจากคนท้องถิ่นในเฟซมีปฏิกิริยาต่อการเข้ามาปกครองของฝรั่งเศส เลยทำให้เมืองราบัตที่เคยเต็มไปด้วยโจรสลัดกลายเป็นศูนย์กลางการปกครอง และกฎหมาย ส่วนศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของประเทศอยู่ที่เมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) ที่อยู่ลงไปทางใต้ไม่ไกลนัก

ชมเมืองราบัต

เรานั่งรถยาวมาจากมาราเกชผ่านความวุ่นวายของเมืองซาบลังก้า (Casablanca*) อีกเมืองที่โด่งดังจากหนังเก่าชื่อเดียวกัน มาถึงราบัตในตอนเย็น แต่ยังพอมีเวลาแวะชมสุสานของพระเจ้าโมฮัมหมัดที่ 5  (Musoleum of Mohammed V) ที่เป็นที่ฝังพระศพของพระเจ้าโมฮัมหมัดที่ 5 และพระโอรสสองพระองค์คือ เจ้าชายอับดุลลาห์ (Prince Abdullah) และพระเจ้าฮัซซันที่ 2 (King Hassan II) ผู้เป็นพระบิดาของพระเจ้าโมฮัมหมัดที่ 6 กษัตริย์องค์ปัจจุบัน ตัวสุสานเป้นตึกสีขาวประดับลวดลายปูนปั้นละเอียดที่เรียกว่าศิลปะแห่งราชวงศ์อะลาวิทสมัยใหม่ (Modern Alaouite Dynasty) ตึกสีขาวมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีเขียวด้านในเป็นส่วนสุสานที่มีระเบียงรอบให้คนสามารถยืนเคารพพระศพและชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมได้ จุดเด่นอยู่ที่โดมหลังคาขนาดใหญ่ด้านใน ที่มีการประดับลวดลายสุดอลังการด้วยทอง และกระจกสี

สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณมัสยิดโบราณที่สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1195 เพื่อเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีหอคอยที่สูงที่สุดในโลก แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะสุลต่านผู้ที่สั่งให้สร้าง (Sultan Yacoub al-Mansour) สิ้นพระชนม์เสียก่อน เหลือเพียงหอคอยเก่าแก่ที่สร้างเสร็จเพียงครึ่งเดียวในพื้นที่เดียวกับสุสานเท่านั้น (The Hassan Tower) หอคอยนี้มีลักษณะคล้ายหอคอยที่โบสถ์เมืองเซวิล (Seville) และหอคอยมัสยิดคูโทเบีย (Koutoubia Mosque) ในมาราเกช เพราะสร้างในยุคเดียวกันและโดยสถาปนิกคนเดียวกันที่ตำนานว่าชื่อจาบิร์ (Jabir) ซึ่งเป็นหอคอยที่ใช้ทางลาดแทนการใช้บันไดวน เพื่อความสะดวกสำหรับคนที่ต้องทำหน้าที่ประกาศการทำละหมาดวันละ 5 ครั้ง โดยให้ขี่ม้าขึ้นไป

 

พระเจ้าโมฮัมหมัดที่ 6

พระเจ้าโมฮัมหมัดที่ 6 กษัตริย์องค์ปัจจุบันของโมร๊อกโก เป็นคนหนุ่มที่ชาวโมร๊อกโกรักมาก เพราะเป็นกษัตริย์ที่แคร์ความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแท้จริง ว่ากันว่าท่านมีลักษณะนิสัยเหมือนพระอัยกา (ปู่) หรือพระเจ้าโมฮัมหมัดที่ 5 (เจ้าของสุสานแห่งนี้) และพระปิตุจฉา (ป้า) คือพระนางลัลล่า ฟาติมา (Princress Lalla Fatima Zahra) พี่สาวของพระบิดา (พระเจ้าฮัซซันที่ 2) ซึ่งเป็นช่วงที่โมร๊อกโกตกต่ำถึงขีดสุดแถมยังมีประวัติด้านสิทธิมนุษยชนที่ไม่ค่อยดีอีกด้วย พระนางลัลล่า ฟาติมา ได้ชื่อว่า Princess of the Poor เพราะเป็นผู้ผลักดันให้หญิงเรียนหนังสือ ประกอบอาชีพ และสิทธิเท่าเทียมผู้ชาย หางานให้คนยากจนทำ และสนใจส่งเสริมอาชีพของสตรี

พระนางลัลล่า ฟาติมา พำนักอยู่ที่แทงเจียร์ในสมัยที่ตกอยู่ใต้การปกครองของชาวต่างชาติ พระนางจึงทำหน้าที่เสมือนตัวแทนของชาวโมร๊อกโก ในขณะที่กษัตริย์ฮัซซันที่ 2 กลับไม่เคยไปแทงเจียร์เลย

อดีตซ่องสมุนโจรสลัด

ราบัต เป็นเมืองติดมหาสมุทรแอตแลนติก เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศสมัยสุลต่าน Yacoub al-Mansour จนเมื่อสิ้นพระชนม์ เมืองนี้ก็ถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า กลายเป็นเมืองโจรสลัดอยู่หลายร้อยปี จนกระทั่งมาสิ้นสุดลงเมื่อฝรั่งเศสมาปกครองโมร๊อกโกในปี 1912 จากนั้นราบัตก็มีการพัฒนาเคียงคู่ไปกับเมืองซาล่า (Sale) ซึ่งปัจจุบันทั้งสองเมืองนี้แม้จะไม่มีบทบาทความเป็นเมืองท่าเหมือนสมัยก่อนแล้ว แต่ก็เป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านสิ่งทอ อาหาร และการก่อสร้าง

ไม่ไกลจาก Boulevard Tariq el Marsa มีป้อมเก่า และทางเดินเล่นเลียบแม่น้ำที่พักของ ชาวโมร๊อกโก มีร้านกาแฟ และฟาสต์ฟู้ด เรียงราย อีกฝั่งของแม่น้ำคือเมืองซาเล่ ซึ่งกำลังพัฒนาให้เป็นท่าเรือแห่งใหม่ของประเทศ

สถานที่เที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจในราบัต

เมดิน่า

Medina of Rabat

เมดิน่าแห่งนี้สร้างขึ้นโดยชาวแขกมัวร์ที่อพยพลงมาจากแอนดาลูเซียของสเปน ช่วงการ “ยึดคืน” ของชาวคาทอลิกที่รู้จักกันว่า The Requisition ในศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและจับจ่ายสำคัญของราบัต แต่ด้วยว่าตลาดแห่งนี้ยังไม่มีคนท่องเที่ยวมากนัก การค้าขายจึงไม่ดุร้ายเหมือนเมืองท่องเที่ยวใหญ่อื่นๆ แนะนำให้เริ่มเดินที่ถนน (rue) Souika ซึ่งตัดผ่าน Mohamed V Avenue ตลาดกลาง (March Central) มัสยิด Sultan Moulay Sliman และ Grand Mosque สุเหร่าที่สร้างสมัยราชวงศ์เมเรนิดส์ (Meranids) ในศตวรรษที่ 13 และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 19

เดินบนถนน Souika ไปเรื่อยๆจนพบถนนคนเดิน Souk Sebbat ที่มีร้านขายเสื้อผ้า ของที่ระลึก เครื่องประดับ เครื่องดนตรี และรองเท้า และเมื่อเดินต่อไปอีกก็จะมีตลาดนัดในย่านที่เรียกว่า Bab El-Bahr และ the Mellah อันเป็นย่านคนยิว ย่านนี้มีร้านขายของจุกจิกของคุรลุง Ben Hamou Metloub ที่ขายทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น กระเป๋าหนัง หินประดับ ฟอสซิล กลอง เครื่องดนตรีแทมบูรีน ไปป์คิฟ (kif) ฯลฯ ร้านนี้เปิดทุกวัน 09.00-21.00 น.

Kasbah Des Oudayas

‘Oudayas’ มาจากชื่อของชนเผ่า Oudayas ผู้เป็นทหารปกป้องแผ่นดินตรงนีสมัยศตวรรษที่ 11 แรกเริ่มสร้างเมืองนี้ให้เป็นทั้งอารามและป้อมปราการที่เรียกในภาษาอาหรับว่า ริบัต (ribat) จนมาตกต่ำถึงขีดสุดในศตวรรษที่ 16 เมื่อกษัตริย์ฟิลลิปที่ 3 ของสเปนขับไล่ชาวมัวร์ออกนอกเมืองทำให้แขกมัวร์มากมายต้องอพยพหนีไปราบัต เมืองนี้จึงร้างและกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของโจรสลัด

ปัจจุบันนอกจากเป็นเมืองชายทะเลที่นักโต้คลื่นนิยมมากแล้ว เมืองนี้ยังเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร ทางเดินโบราณและตรอกซอกซอยน่ารักเป็นเมืองพักผ่อนชายหาดที่น่าเที่ยว มีสวน Andalucan Garden ที่สร้างขึ้นสมัยการปกครองของฝรั่งเศสในปี 1915-1918 เขียวขจีด้วยต้นส้ม ชบาและต้นคริสต์มาส

หากยังมีเวลา ด้านหน้าสวนพิพิธภัณฑ์เครื่องเพชรแห่งชาติหรือ Le Musee National des Bijoux (T: 037-73-15-37) เปิดจันทร์ พุธ-อาทิตย์ 10.00-16.30 น. ค่าเข้า 10 เดอร์แร่ม สานที่แสดงเครื่องเพชรโบราณของราชวงศ์ Almoravid และเหรียญสมัย Almohad และ Alaouite แหวนสมัยโรมันยุค Volubilis และปืนประดับเพชรพลอยยุคต่างๆ

 

ร้านอาหารแนะนำในราบัต

Café Maure

Kasbah des Oudayas

เปิด ทุกวัน 09.30-19.30 น.

คาเฟ่ชายหาดวิวสวยเด็ดสุดๆร้านอาจหายาก ให้บอกแท็กซี่ว่าไปถนน Jemaa ตัดกับถนน Bazzo แนะนำให้เลือกนั่งโต๊ะที่มองเห็นวิวพาโนรามาของเมืองซาเล่ และมีที่นั่งตรงระเบียงที่ยื่นออกไปที่แหลมด้วย เสิร์ฟอาหารว่าง เช่น ขนมพาสตรีต่างๆ ของโมร๊อกโก และชามินต์ (ราคา $)

El-Bahia

4 Avenue Hassan II

T: 037-73-45-04

เปิด ทุกวัน 07.00-23.00 น.

ร้านอยู่ตรงด้านทิศใต้ของกำแพงเมดิน่า มีที่นั่งในสวนชมน้ำพุอาหารเรียกน้ำย่อย เช่น มะกอกดอง รสมะนาวและกระเทียม ทาร์จีน และอาหารทะเลปรุงรสด้วยเครื่องเทศต่างๆ ไข่เจียวชีส และพาสตรีเนื้อแกะบด (ราคา $-$$)

Le Grand Comptoir

Ville Nouvelle, 279 Avenue Mohamed V

T: 037-20-15-14

เปิด ทุกวัน 09.00-ตีหนึ่ง

ร้านอาหารหรูบนถนนเส้นหลักของ Ville Nouvelle เป็นร้านสไตล์บราสเซอรี่ของปารีส เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม เช่น เนื้อสไตล์โปรวองซ์ กระต่ายตุ๋นเครื่องสมุนไพร สเต็กเนื้อดิบ มีเมนูเด็กและเมนูอาหารว่างประมาณกาแฟ ชา และขนมด้วย (ราคา $$$)

 

Le Petit Beur

Ville Nouvelle, 8 Rue Damas

T: 037-73-13-22

เปิด จันทร์-เสาร์ 10.00-14.00 น., 18.00-ตีหนึ่ง

ร้านเก่าแก่แสนโด่งดังขายอาหารโมร๊อกโก ที่ว่ากันว่าปรุงทาร์จีน บาร์บีคิวโบรเช็ต (Brochette) และของทอดรูปสามเหลี่ยม (Briouates) ได้ยอดเยี่ยมที่สุดในเมือง มีทาร์จีนให้เลือกหลายอย่างรวมทั้งมะเขือยาวปลา ฯลฯ (ราคา $$$)

Riad Oudaya

Medina, 46 Rue Sidi Fateh

T: 037-70-23-92

www.riadoudaya.com

ต้องนัดล่วงหน้า ร้านในโรงแรมที่เสิร์ฟอาหารโมร๊อกโกเป็นเซ็ต 5 คอร์ส เหมาะสำหรับมือ้พิเศษโรแมนติกกับอาหารประจำชาติโมร๊อกโกแสนอร่อย เช่น สลัดมะเขือเทศสมุนไพร พายพาสติลย่าไส้นกพิราบ ทาร์จีนไก่ คูสคูสสลัด และของหวาน เช่น ทาร์ซินนาม่อน ทาร์ตแอปเปิ้ล และเครปผลไม้ (ราคา $$)

โรงแรมแนะนำในราบัต

Goldren Tulip Farah Rabat

Makhlouf 10

T: 037-73-47-47

www.goldentulipfarahrabat.com

โรงแรมเล็กๆทันสมัย กลางใจเมืองเหมาะสำหรับเดินชมสุสานของพระเจ้าโมฮัมหมัดที่ 5 และเดินเล่นเลียบแม่น้ำที่ Boulevard Tariq el Marsa (ราคา $$0

Dar Al Batoul

Medina, 7 derb jirari

T: 037-72-72-50

www.riadbatoul.com

โรงแรมเล็กๆขนาด 9 ห้องในบ้านเก่าสมัย 1785 นำมาปรับปรุงใหม่ ตกแต่งสวยงามเรียบง่าย มีห้องสมุด ห้องอาหาร เสิร์ฟอาหารเช้าที่คอร์ดยาร์ทตอนเย็นแนะนำให้ปีนขึ้นไปดูวิวบนดาดฟ้า (ราคา $$)

Dar Baraka

Kasbah des Oudayas, 26 Rue de la Mosque

T: 037-73-03-62

www.darbaraka-rabat.com

บ้านที่ชื่อแปลว่า บ้านแห่งคำอวยพรเป็นบ้านหลายชั้นที่ร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆเช่น ต้นมะเดื่อ ดอกลิลลี่ มะนาว มีเพียง 2 ห้องขนาดใหญ่เนื่องจากเจ้าของเป็นศิลปินจึงได้รับการตกแต่งด้วยภาพวาดมากมาย เหมาะสำหรับไปอยู่นานๆ (ราคา $$)

Hotel Balima

Ville Nouvelle, Avenue Mohamed V

T: 037-70-77-55

www.hotel-balima.net

ทำเลดี แต่เนื่องจากเป้นโรงแรมเก่าหลายห้องไม่เล็กก็โทรม แนะนำว่าให้ขอห้องที่เพิ่งบูรณะใหม่จะดีกว่า เหมาะสำหรับคนที่คิดออกไปเที่ยวและไม่ได้ใช้เวลาอยู่ห้องมากนัก (ราคา $)

Hotel La Piatri

Ville Nouvelle, 4 Rue Tobrouk

T: 037-70-78-20

www.lepietri.com

โรงแรมสวย ห้องดีในทำเลเงียบๆในเมืองใหม่ของราบัต มีเพียง 35 ห้องที่ล้วนตกแต่งแบบเรียบง่าย มีอินเทอร์เน็ตวาย-ฟายฟรี (ราคา $$)

Villa Mandarine

Ville Nouvelle 19 Rue Ouled Bousbaa, Souissi

T: 037-75-20-77

www.villamandarine.com

โรงแรมใหญ่ที่สวนสวยงาม สระว่ายน้ำ ห้องพักใหญ่ทันสมัยครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก มีบาร์สไตล์แอฟริกันและร้านอาหารฝรั่งเศสที่โด่งดัง (ราคา $$$)

การเดินทางในราบัต

-เดินทางเองตามแผนที่

-จ้างแท็กซี่เล็ก

-ซื้อทัวร์รายวันจากบริษัทที่เชื่อถือได้

 

การเดินทางล่องยุโรปใต้และโมร๊อกโก

สามารถวางแผนเป็นขั้นตอน (คร่าวๆ) ดังนี้

1.การวางแผนเดินทางให้รัดกุม

-ดูอากาศ

-ดูวันหยุด

-วางแผนว่าจะไปที่ไหนกี่วัน โดยศึกษาจากสถานที่ท่องเที่ยวและความต้องการของตนเอง

2.เที่ยวช่วง off season ของยุโรป

ช่วงปลายฤดูหนาวเข้าฤดูใบไม้ผลิ เพราะนอกจากอากาศจะยังพอเย็นๆแล้ว ช่วงนี้โรงแรมและตั๋วเครื่องบินยังราคาถูก มีเงินเหลือไปเที่ยวและทานอาหารอร่อยๆได้อีก แต่ต้องระวังวันหยุดยาวของสเปนที่ทำให้ร้านและพิพิธภัณฑ์ปิด เช่น

-วันอีสเตอร์ (เช็กวันของแต่ละปีก่อนล่วงหน้าได้ทางอินเตอร์เน็ต)

-วันพ่อ (19 มีนาคม ของทุกปี)

เครื่องบิน

สายการบินไทย มีบินจากกรุงเทพฯ ตรงเข้ามาดริด รายละเอียด www.thaiairways.co.th

สายการบินการ์ต้า มีบินจากกรุงเทพฯ เข้ามาดริด และบาร์เซโลน่า โดยแวะพักเปลี่ยนเครื่องที่โดฮาเล็กน้อย รายละเอียด www.qatarairways.com

รถไฟ

Rail Europe มีบริการตั๋วรถไฟชุดสำหรับนักเดินทางโดยเฉพาะ ราคาย่อมเยาและสามารถทำให้เที่ยวได้จุใจ มีตั๋วให้เลือกหลายแบบ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.raileurope.fr

 

โมร๊อกโก

หากไม่นั่งเครื่องบินจากเมืองใหญ่ๆของยุโรปมาโมร๊อกโก ก็สามารถนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามาจากท่าทาริฟาของสเปนก็ได้ มาถึงโมร๊อกโกแล้ว สามารถขึ้นรถไฟไปเมืองต่างๆได้อย่างสะดวก รายละเอียดเส้นทางเดินรถไฟของโมร๊อกโกที่ www.oncf.ma

หรือหากเป็นผู้รักการผจญภัย อยากเข้าไปอยู่ในจินตนาการแห่งภาพยนตร์จริงๆสามารถลองนั่งแท็กซี่โมร๊อกโกที่ต้องเป็นรถเบนซ์รุ่นคลาสสิคแบบในภาพก็ดูได้ แท็กซี่แบบนี้เรียกว่า grand taxi ต้องแชร์กันนั่ง ตามกฎของคิวแท็กซี่ ต้องครบ 6 คน ถึงจะออก หากไม่ครบก็ต้องเหมาคันกันไป ราคาแล้วแต่ต่อรองกัน

การท่องเที่ยวราบัต www.visitrabat.com

การท่องเที่ยวมาราเกช www.visitmarrakesh.com

การท่องเที่ยวเฟซ www.visitfes.org