ทัวร์แกรนด์บอลติก 10 วัน
โปรแกรมทัวร์
ทัวร์ คาบสมุทรบอลติก
GHEUR03 : ทัวร์แกรนด์บอลติก - ทัวร์ลิทัวเนีย - ทัวร์ลัตเวีย - ทัวร์เอสโทเนีย - ทัวร์ฟินแลนด์ - ทัวร์รัสเซีย 10 วัน
  • รหัสทัวร์ :
    GHEUR03
  • ราคา :
    เม.ย. 60 - ก.ค. 60 ราคา 89,900
  • ระยะเวลา :
    10 วัน 7 คืน
  • วันเดินทาง :
    10 เม.ย. - 19 เม.ย.60
    28 เม.ย. - 7 พ.ค.60
    6 ก.ค. - 15 ก.ค.60
  • สายการบิน :
    TURKISH AIRLINES
  • รายละเอียดเบื้องต้น :
    ทัวร์แกรนด์บอลติก - ทัวร์ลิทัวเนีย - ทัวร์ลัตเวีย - ทัวร์เอสโทเนีย - ทัวร์ฟินแลนด์ - ทัวร์รัสเซีย 10 วัน
    วิลนีอุส (ลิทัวเนีย) - เมืองวิลนีอุส - ชม ปราสาท จีดิมินัส - ทราไก - ชมปราสาททราไก - เมืองเคานัส - ชม Gate of Dawn หรือกำแพงเมือง - ซัวเลย์-ริก้า (ลัตเวีย) - สุสานไม้กางเขน - เมืองเจลกาว่า - ริก้า (เอสโตเนีย) - ชม Central Market - ชมโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ - ชมอนุสาวรีย์อิสรภาพ - ชมโบสถ์เซนต์จาคอบ -แปร์นู (เอสโตเนีย)-ทาลลินน์ - -สตอกโฮล์ม (สวีเดน) / ล่องเรือ TallinkSilja Lines
  • หมายเหตุ :
    ทัวร์แกรนด์บอลติก - ทัวร์ลิทัวเนีย - ทัวร์ลัตเวีย - ทัวร์เอสโทเนีย - ทัวร์ฟินแลนด์ - ทัวร์รัสเซีย 10 วัน ลูกค้าจัดกรุ๊ปส่วนตัว กำหนดวันที่เดินทางเองได้ , ราคาทัวร์นี้รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร หรือตามระบุในรายละเอียด
  • Tag :
แชร์ พิมพ์

ทัวร์แกรนด์บอลติก 10 วัน

ลิทัวเนีย ลัตเวีย เอสโทเนีย - ฟินแลนด์ - รัสเซีย

 

วันที่หนึ่ง     กรุงเทพฯ-อีสตันบูล                                                    

19:30     นัดหมายคณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 แถว T สายการบินเตอร์กิ (Turkish Airlines- TK) มีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับ และบริการเรื่องกระเป๋าเดินทาง เช็คอินรับบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน

22:40     สายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK 69 นำท่านเหิรฟ้าสู่กรุงอีสตันบูล เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน

 

วันที่สอง    อีสตันบูล-วิลนีอุส -ทราไก                                            

05:00     เดินทางถึงท่าอากาศยานอตาเติร์ก เปลี่ยนเครื่องบิน

08:10     สายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK 1409 นำท่านเหิรฟ้าสู่กรุงวิลนีอุส เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน

10:25     เดินทางถึงท่าอากาศยานวิลนีอุส ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร รับกระเป๋าสัมภาระ

    วิลนีอุส เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย ค้นพบในปีค.ศ.1323 ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำวิลเนียและแม่น้ำเนริส ได้ชื่อว่ามีเมืองเก่าซึ่งเด่นดังด้านสถาปัตยกรรมบาโรกซึ่งนิยมมากในยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17-19 ได้รับการเชิดชูให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ.1994

เที่ยง     รับประทานอาหารในภัตตาคาร

บ่าย      นำท่านสู่เมืองทราไก เมืองที่พักตากอากาศริมทะเลสาบที่มีความสวยงาม ล้อมรอบด้วยทะเลสาบมากกว่า 200 แห่ง ไปชมปราสาททราไก ปราสาทสวยบนเกาะในทะเลสาบเกรฟ มีสะพานเชื่อมต่อกันระหว่างชายฝั่งกับปราสาท สร้างขึ้นจากหินล้วนๆ เริ่มก่อสร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 และก่อสร้างเสร็จสิ้นในปีค.ศ.1409 โดยจักรพรรดิวิเทาทาส ผู้ที่ต่อมาได้เสียชีวิตลงภายในปราสาท และจากนั้นเมืองทราไกจึงกลายเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของลิทัวเนียมาตั้งแต่นั้น ปราสาททราไกได้รับการขนานนามว่า ลิตเติ้ลมาเรียนบูร์ก นับเป็นปราสาทยุคกลางที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป นำท่านชมความงดงามของปราสาท และชมบรรยากาศทิวทัศน์รอบๆ และเดินทางกลับเข้ากรุงวิลนีอุสค่ำ     รับประทานอาหารในภัตตาคาร

        เข้าที่พัก Best Western Vilnius Hotel หรือระดับใกล้เคียง

 

วันที่สาม     วิสนีอุส-ริก้า                                             

เช้า    รับประทานอาหารในโรงแรม

         จากนั้นนำท่านชมย่านเมืองเก่าวิลนีอุส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเขตเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเขตยุโรปกลาง มีตึกอาคารเก่าแก่งดงามที่ย้อนยุคไปในช่วงศตวรรษที่ 15-16 แวะเก็บภาพกับประตูเมือง Gate of Dawn หนึ่งในสิบของประตูเมืองที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองโบราณที่สร้างขึ้นในปีค.ศ.1514 จากนั้นแวะเก็บภาพต่อที่โบสถ์เซนต์แอนน์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สวยที่สุดในวิลนีอุส เป็นโบสถ์แบบโรมันคาทอลิกที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า แต่เดิมในช่วงศตวรรษที่ 14 เคยเป็นโบสถ์ไม้และต่อมาในปีค.ศ.1495-1500 มีพระฟรานซิสกันได้สร้างโบสถ์ที่ทำจากหินขึ้นมาแทนที่และเสร็จสมบูรณ์ในปีค.ศ.1581 หลังจากนั้นได้มีการต่อเติมหอระฆังแบบนีโอโกธิกขึ้นมาในปีค.ศ.1874 โบสถ์เซนต์แอนน์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกด้วย จากนั้นเข้าชมโบสถ์เซนต์ปีเตอร์และเซนต์ปอล โบสถ์ที่ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกในแบบลิทัวเนียบาโรกของศตวรรษที่ 17 ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกจากมิลานของอิตาลี ตัวโบสถ์ดั้งเดิมนั้นเป็นโบสถ์ไม้ และได้ถูกทำลายไปในช่วงสงครามกับรัสเซีย จากนั้นได้ถูกสร้างใหม่โดย Hetman Mykolas Kazimieras Pacas ผู้ซึ่งเรียกร้องอิสรภาพของลิทัวเนียคืนจากรัสเซีย จากนั้นชมมหาวิหารแห่งวิลนีอุส ซึ่งเป็นมหาวิหารสำคัญของเมือง เดิมนั้นถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1251 ในสไตล์โกธิกแต่ต่อมาในปีค.ศ.1387 ได้รับการปรับใหม่ให้เป็นแบบคลาสลิก เนื่องจากได้ถูกทำลายในสมัยสตาลินช่วงที่สหภาพโซเวียตเรืองอำนาจ แต่ตอนหลังชาวเมืองได้บูรณะใหม่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ภายในวิหารมีภาพเก่าแก่ตั้งแต่สมัยปลายศตวรรษที่ 14 ซึ่งถือได้ว่าเก่าแก่ที่สุดในลิทัวเนีย ด้านนอกตรงลานกว้างของวิหาร จะมีอนุสาวรีย์ของกษัตริย์องค์แรกและองค์เดียวของวิลนีอุสพระนามว่า พระเจ้าเกดิมินัส ผู้ที่ทรงย้ายเมืองหลวงเดิมจากทราไกมาเป็นวิลนีอุส เนื่องจากทรงพระสุบินว่า ได้เห็นสุนัขจิ้งจอกเหล็กมาบอกให้สร้างเมืองใหม่ให้ใกล้กับแม่น้ำวิลเนีย จากนั้นพระอง์ก็ได้มาสำรวจพื้นที่พบว่าเป็นชัยภูมิที่ดีต่อการป้องกันข้าศึกศัตรู จึงได้ย้ายเมืองหลวงมาที่ปัจจุบันและสร้างความเจริญให้กับวิลนีอุสจวบจนปัจจุบัน

เที่ยง     รับประทานอาหารในภัตตาคาร

บ่าย      เดินทางสู่ริก้า เมืองหลวงของประเทศลัตเวีย ตั้งอยู่ริมทะเลบอลติก เป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างตะวันตกและตะวันออกจนทำให้เมืองนี้ร่ำรวยมาแต่โบราณกาลก่อนจะเข้าสู่ยุคสงครามโลก เป็นเมืองที่มีส่วนผสมของอิทธิพลแบบลัตเวียนรัสเซียน และเยอรมันรวมกัน โดยมีหลักฐานการอยู่อาศัยของชาวเยอรมันในช่วง 6 ศตวรรษแรกของการค้นพบเมืองริก้าในปีค.ศ.1158 และหลังจากนั้นก็ได้ไปตกอยู่ภายในการปกครองของโปแลนด์ สวีเดน และรัสเซียตามลำดับ และบริเวณย่านเมืองเก่าของริก้า ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเมื่อปีค.ศ.1977 ...ระหว่างเดินทางนำท่านแวะชมสุสานไม้กางเขน สถานที่สำคัญทางศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ที่คริสต์ศาสนิกชนให้ความเคารพนับถือ โดยกำเนิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 ในอดีตไม้กางเขนจะถูกนำมาวางที่สุสานแห่งนี้เมื่อเวลาที่มีการต่อสู้กับผู้บุกรุกหรือเวลาที่มีการเรียกร้องอิสรภาพให้กับชาวลิทัวเนีย เริ่มต้นจากการปักไม้กางเขนแค่ไม่กี่อัน ต่อมายุคคอมมิวนิสต์โซเวียต มีความพยายามรื้อถอนไม้กางเขนแต่กลับมีผู้คนนำไม้กางเขนมาวางบูชาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย เพื่อแสดงพลังจนเอาชนะคอมมิวนิสต์โซเวียตได้ในปีค.ศ.1991 ปัจจุบันภายในสานมีไม้กางเขนจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนอัน มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ทำให้สุสานไม้กางเขนแห่งนี้มีลักษณะเหมือนกับเนินเขาไม้กางเขน มีตำนานเล่าถึงเนินเขาแห่งนี้ว่า ชายคนหนึ่งมีลูกสาวป่วยเรื้อรัง คืนหนึ่งฝันว่าให้นำไม้กางเขนไปบูชาที่นั่นแล้วลูกสาวจะหายจากเจ็บไข้ หลังจากตื่นนอนจึงได้นำไม้กางเขนอันหนึ่งไปสักการะพร้อมทั้งอธิษฐาน ปรากฏว่าลูกค้าสาวหายจากการเจ็บป่วยราวกับปาฏิหารย์ หลังจากนั้นชาวคริสเตียนจากทั่วทุกสารทิศนำไม้กางเขนมาวางบูชา จากไม่กี่อันเพิ่มเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสน...

ค่ำ      รับประทานอาหารในภัตตาคาร

          เข้าที่พัก Islande Hotel หรือระดับใกล้เคียง

 

วันที่สี่     ริก้า-พระราชวังรูนดาเล

เช้า      รับประทานอาหารในโรงแรม

          จากนั้นนำท่านชมพระราชวังรูนดาเล ตั้งอยู่ในภูมิภาคบอสก้าซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของริก้าไปประมาณ 80 กม ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน Bartolomeo Carlo Rastrelli คนเดียวกันกับที่ออกแบบพระราชวังฤดูหนาวในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดของลัตเวีย ก่อสร้างสไตล์บาโรกและรอกโคโค เพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนของท่านดุ๊กแห่งคอร์แลนด์ เอิร์น โจฮัน ไบรอน มีทั้งหมด 138 ห้อง รายรอบพระราชวังแวดล้อมไปด้วยสวนสวย

เที่ยง    รับประทานอาหารในภัตตาคาร

บ่าย     นำท่านเที่ยวชมเมืองริก้า ที่อดีตเคยเป็นเมืองท่าและศูนย์กลางขนส่งทางรถไฟที่สำคัญของรัสเซีย ลัตเวียได้ประกาศอิสรภาพในปีค.ศ.1991 โดยมีริก้าเป็นเมืองหลวง ปัจจุบันได้มีการบูรณะฟื้นฟูให้มีความทันสมัย โดยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตบอลติก เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม การศึกษา และวัฒนธรรมที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เริ่มชมเมืองจากถนนอัลเบิร์ตและถนนอลิซาเบธ ที่มีอาคารแบบอาร์ตนูโวเรียงราย สร้างในยุคกลางอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี เดินเที่ยวชมเซ็นทรัลมาร์เกต ตลาดสดของชาวเมืองที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน โดยใช้บริเวณเดิมของโกดังสินค้าริมฝั่งแม่น้ำเดากาวา ผ่านไปชมปราสาทริก้า ที่ปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดี แล้วไปบันทึกภาพเมืองริมฝั่งแม่น้ำ และเข้าสู่ย่านโอลด์ทาวน์ ชมร่องรอยของกำแพงเมืองโบราณที่เคยโอบล้อมเมืองและป้อมดินปืนที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ ชมจัตุรัสโดม อันเป็นที่ตั้งของมหาวิหารประจำเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแถบบอลติก และมีออร์แกนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชมอาคารสามพี่น้อง Three Brothers สามหลังที่ตั้งอยู่เรียงกันในต่างรูปแบบ สร้างในสมัยศตวรรษที่ 15, 16 และ 18 ซึ่งอาคารสวยงามเหล่านี้ล้วนตกแต่งในสถาปัตยกรรมยุคสมัยกลางทั้งสิ้น และถือว่าเป็นอาคารที่อยู่อาศัยจริงของชาวเมืองลัตเวีย เก็บภาพกับโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ และอาคาร House of Blackheads อดีตศูนย์กลางการค้าที่พ่อค้าผู้ร่ำรวยคนหนึ่งสร้างขึ้น ก่อนจะมีกลุ่มพ่อค้าที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มหัวดำ อาคารแห่งนี้เคยถูกรัสเซียทำลายในปีค.ศ.1941 แต่ยังได้รับการบูรณะเพื่อเฉลิมฉลองวาระที่เมืองมีอายุครบ 800 ปี... อิสระให้ท่านเก็บภาพจนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ     รับประทานอาหารในภัตตาคาร

         เข้าสู่ที่พัก Islande Hotel หรือระดับใกล้เคียง

 

วันที่ห้า     ริก้า-พาร์นู-ทาลลินน์

เช้า     รับประทานอาหารในโรงแรม

         จากนั้นเดินทางสู่พาร์นู เมืองท่าทางทะเลของเอสโตเนียบนอ่าวพาร์นู เป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศในช่วงฤดูร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดในชายฝั่งทะเลบอลติก ตลอดฤดูร้อนจะคึกคักไปด้วยผู้คนมาพักผ่อนตากอากาศและสนุกสนานไปกับกิจกรรมริมชายหาด ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับอาคารบ้านเรือนที่ก่อสร้างในแบบเอสโรเนียนดั้งเดิมซึ่งไม่เหมือนที่ใดในยุโรป ถึงพาร์นูมีเวลาให้ท่านเดินเล่นย่านตัวเมืองที่มีถนนช้อปปิ้งสายสั้นๆ แต่มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพราะสร้างด้วยศิลปะในยุคอาร์ตนูโว และเดินทางต่อสู่ทาลลินน์ เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี เป็นชนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากในเขตตอนเหนือของทะเลบอลติก ภายหลังถูกยึดครองโดยเดนมาร์กและสวีเดน จนถึงสงครามโลกถูกปกครองโดยสหภาพโซเวียต และเป็นอิสรภาพในปีค.ศ.1991

เที่ยง     รับประทานอาหารในภัตตาคาร

บ่าย      นำท่านสู่เขตเมืองเก่าของทาลลินน์ ที่มีกำแพงเมืองและป้อมปราการในยุคกลางโอบล้อม ชวนให้นึกถึงยุคอัศวิน ยูเนสโกได้ประกาศให้ทาลลินน์เป็นเมืองมรดกโลกและได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี ชมจัตุรัสเมืองเก่าทาลลินน์ ย่านศูนย์กลางของเมืองที่อดีตเคยเป็นสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ใช้เป็นที่เฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ ของเมือง รวมทั้งเป็นที่ประหารชีวิตนักโทษ เก็บภาพกับศาลาว่าการเมืองทาลลินน์ ที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิกและเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมือง สร้างขึ้นเมืองศตวรรษที่ 13 และเพิ่งฉลองครบรอบ 600 ปีไปเมื่อค.ศ.2004 และผ่านไปชมโบสถ์อเล็กซานเดอร์เนฟสกี้ สถาปัตยกรรมแบบรัสเซียนออร์ธอดอกซ์ ที่สร้างขึ้นตามพระบัญชาของชาร์ลอเล็กซานเดอร์ที่ 3 โดยช่างฝีมือจากนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ค่ำ     รับประทานอาหารในภัตตาคาร

          เข้าสู่ที่พัก Park Inn by Radisson Meriton Conference and Spa Hotel หรือระดับใกล้เคียง

 

วันที่หก     ทาลลินน์-เฮลซิงกิ

เช้า     รับประทานอาหารในโรงแรม

         จากนั้นแวะไปเก็บภาพที่ชายหาดพิริต้า หาดทรายสีขาวยาว 3 กม ตั้งอยู่ในเขตพิริต้า หนึ่งในแปดเขตปกครองของทาลลินน์ แหล่งพักผ่อนตากอากาศในฤดูร้อนที่ชื่นชอบของชาวเมือง มีทั้งบ้านพักตากอากาศ ท่าเรือยอร์ช ป่าสน สวนพฤกษศาสตร์ และศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ ...จากนั้นเดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อนั่งเรือเฟอร์รี่จากทาลลิน์สู่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เรือใช้เวลาวิ่งร่วม 2 ชม

เที่ยง      รับประทานอาหารในภัตตาคาร

บ่าย       นำท่านชมโบสถ์หิน โบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมแปลกกว่าที่อื่น โดยการระเบิดเนินหินตรงกลางเพื่อสร้างโบสถ์ในนั้น การตกแต่งภายในเองก็แตกต่างจากวิหารอื่นๆ ตรงที่เน้นความโมเดิร์นเป็นหลัก โบสถ์นี้ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์แห่งความรัก มีความเชื่อกันว่าใครก็ตามจุดเทียนอธิษฐานเรื่องความรักในโบสถ์นี้แล้วจะสมหวังดังอธิษฐาน จากนั้นชมกรุงเฮลซิงกิ ที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง แม้จะเป็นเมืองหลวงแต่ไม่ใช่เมืองที่มีตึกระฟ้า ซึ่งตึกที่สูงที่สุดของที่นี่สูงเพียง 12 ชั้นเท่านั้น นอกจากนี้สถาปัตยกรรมรอบๆ เมืองยังมีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อ อาจเป็นเพราะมีการผสมผสานของอิทธิพลจากทั้งตะวันออกและตะวันตก เพราะที่นี่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1550 โดยกษัตริย์กุสตาฟ วาซา แห่งสวีเดน และถูกตั้งเป็นเมืองหลวงของฟินแลนด์มาตั้งแต่ปีค.ศ.1812 ในสมัยที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซีย จึงทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเมืองนี้มีกลิ่นอายของรัสเซียและสวีเดนปะปนอยู่ในทุกๆ หนแห่ง ทั้งหมดถูกผสมผสานจนทำให้เฮลซิงกิเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมก็เก่าแก่งดงามและแลดูร่วมสมัยอย่างที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ จากที่อื่น อีกทั้งทำเลที่ตั้งของเมืองยังตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่เกาะมากมายในทะเลบอลติก ทำให้ที่นี่โดดเด่นจนได้รับฉายาว่า ธิดาแห่งบอลติก และในปี 2000 ที่ผ่านมากรุงเฮลซิงกิได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรป พร้อมคำขวัญว่า Helsinki, The high-tech city where culture meets nature ...ไปเก็บภาพกับวิหารแห่งเมืองเฮลซิงกิ วิหารสีขาวบริสุทธิ์สวยงามตั้งเด่นตระหง่านจนเรียกว่าเป็นจุดแลนด์มาร์กของเฮลซิงกิก็ว่าได้ จุดเด่นของที่นี่คือบันไดด้านหน้าวิหาร ที่เป็นเหมือนแหล่งรวมตัวของผู้คน โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่เหล่าชาวฟินน์มักนิยมมานั่งเล่นพบปะเพื่อนฝูงกันบริเวณนี้ และจัตุรัสหน้าโบสถ์ก็สวยงามโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบรัสเซีย ที่เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่อง เรดส์ โดยใช้เป็นฉากแทนกรุงเลนินกราดในสหภาพโซเวียต จากนั้นไปเดินเล่นบริเวณมาร์เก็ตแสควร์ ตลาดสดกลางแจ้งที่จะมีแผงขายของมากมายที่นำเอาสิ่งของหลากหลายชนิดมาตั้งขายกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารนานาชนิด ผัก ผลไม้ ทั้งสตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ ปลาแซลมอน กระทั่งหนังกวางเรนเดียร์ รวมทั้งสินค้าที่ระลึก งานฝีมือสวยๆ... จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าได้ตามอัธยาศัย

ค่ำ      รับประทานอาหารในภัตตาคาร

          เข้าสู่ที่พัก Cumulus Kaisaniemi Hotel หรือระดับใกล้เคียง

 

วันที่เจ็ด     เฮลซิงกิ-ปอร์วู-เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

เช้า      รับประทานอาหารในโรงแรม

           จากนั้นเดินทางสู่ปอร์โว (51 KM) เมืองเก่าสุดคลาสสิกที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1346 จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวฟินน์จะยกให้เมืองนี้เป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ ปอร์โวเป็นเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความคลาสสิกของบรรยากาศเมืองเก่า มองไปทางไหนก็เห็นแต่ผู้คนที่ดูมีความสุข เที่ยวชมเขตเมืองเก่า ที่ในอดีตเป็นสถานที่ที่พ่อค้าเยอรมันใช้ขนถ่ายสินค้าจากทะเล แต่ปัจจุบันเป็นย่านที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว มีตึกรามบ้านช่องที่มีกลิ่นอายของความเก่าแก่ผสมอยู่ในทุกซอกทุกมุม ไปจนถึงบ้านริมแม่น้ำที่มีดีไซน์เก๋ๆ และสีสันอันสดใสอย่างสีแดงสดที่ตัดกับหลังคาสีดำสนิท เยี่ยมชมบ้านของเจแอล รูเนอเบิร์ก กวีชื่อดังที่สุดจากฟินแลนด์ เจแอลอาศัยอยู่บ้านหลังนี้กับพี่สาวในช่วงปีค.ศ.1852 จนถึงปีค.ศ.1877 เมื่อเค้าเสียชีวิตลง อีก 5 ปีต่อมาก็เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อจัดแสดงผลงานของกวีเอกคนนี้ และไปชมวิหารปอร์โว โบสถ์ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเมือง สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์สำคัญๆ จารึกไว้มากมาย ชาวเมืองเชื่อกันว่าแม่พระที่นี่ศักดิ์สิทธิ์นัก ขออะไรก็จะสมหวังโดยเฉพาะเรื่องความรัก จากนั้นถ้ามีเวลา จะให้ท่านช้อปปิ้งของที่ระลึกในเขตเมืองเก่า หรือจะแวะนั่งร้านกาแฟเก๋ๆ ชิมขนมพื้นบ้านต้นตำรับของปอร์โว Runeberg’s Cake

เที่ยง     รับประทานอาหารในภัตตาคาร

บ่าย      เดินทางไปสถานีรถไฟเฮลซิงกิ เตรียมตัวเดินทางสู่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย

15:00     เดินทางสู่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กโดยรถไฟความเร็วสูงอัลเลโกร ที่นั่งชั้น 2 รถไฟอัลเลโกรนั้นสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 200 กม ต่อชั่วโมงในการวิ่งผ่านรัสเซีย และ 220 กม ต่อชั่วโมงเมื่อวิ่งผ่านฟินแลนด์ ระยะทาง 443 กม ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงครึ่ง จากเดิมที่เป็นรถไฟธรรมดาใช้เวลา 6 ชม 18 นาที

19:27     เดินทางถึงนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่ได้รับการขนานนามว่าหน้าต่างของยุโรป เนื่องจากเป็นเมืองที่แสนสวยงาม มีความเจริญทางด้านวัฒนธรรม ประดุจเพชรน้ำเอกของทวีปยุโรป

ค่ำ      รับประทานอาหารในภัตตาคาร

         เข้าสู่ที่พัก Park Inn by Radisson Pulkovskaya Hotel หรือระดับใกล้เคียง

 

วันที่แปด    เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

เช้า     รับประทานอาหารในโรงแรม

         จากนั้นเดินทางสู่ปีเตอร์ฮอฟ เมืองทางตอนใต้ของอ่าวฟินแลนด์ นำท่านสู่พระราชวังฤดูร้อนเปโตรวาเรส พระตำหนักชายฝั่งของกษัตริย์รัสเซีย ใช้เพื่อพักผ่อนและล่าสัตว์ในฤดูร้อนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ประกอบด้วยพระราชวัง น้ำพุ สวนตอนล่าง สวนตอนบน เป็นหนึ่งในบรรดาสุดยอดสถาปัตยกรรมของโลก โดยเฉพาะน้ำพุที่ลดหลั่นกันถึง 27 ขั้น เปรียบเสมือนแสดงความยินดีต่อชัยชนะและยกย่องในความกล้าหาญของทหารชาวรัสเซียและทหารเรืออันยิ่งใหญ่ น้ำพุตกแต่งด้วยรูปปั้นถึง 255 ชิ้น มีน้ำพุใหญ่ที่สุดและรูปปั้นแซมซันกำลังง้างปากสิงโตที่มีชื่อเสียง สูง 21 เมตร ฝีมือของสถาปนิก Bartolomeo Carlo Rastrelli เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ปีแห่ง  ชัยชนะเหนือสวีเดนที่ทุ่งโปลตาวา นำท่านเข้าชมภายในพระราชวัง เป็นอาคาร 2 ชั้น ประกอบด้วยห้องพักผ่อน 26 ห้อง อาทิ ห้องเต้นรำที่หรูหราฟู่ฟ่าด้วยศิลปะบารอก... ห้องท้องพระโรงใหญ่เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดในพระราชวัง... ห้องรูปภาพที่แสดงรูปภาพของศิลปินชาวอิตาลีจำนวน 368 รูป... (กรณีพระราชวังเปโตรวาเรสปิด นำท่านชมพระราชวังแคทเธอรีนแทน)

เที่ยง     รับประทานอาหารในภัตตาคาร

บ่าย      นำท่านชมพิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ (พระราชวังฤดูหนาว) ซึ่งประกอบไปด้วยอาคาร 5 หลัง สร้างเชื่อมต่อกันทำให้พระราชวังมีเนื้อที่กว้างใหญ่ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศรัสเซีย มีสิ่งของทรงคุณค่าจัดแสดงอยู่เกือบ 3 ล้านชิ้น... เริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1764 พระนางแคทเธอรีนได้ทรงซื้อภาพเขียนจากยุโรปกว่า 250 ชิ้น จึงต้องสร้างห้องสำหรับเก็บและแสดงภาพส่วนพระองค์ขึ้น โดยพระนางเรียกห้องแสดงภาพนี้ว่าเฮอร์มิเทจ เมื่อพระนางสวรรคตในปีค.ศ.1796 ก็มีของสะสมอยู่มากมายโดยเฉพาะภาพเขียนที่ทรงโปรดปรานกว่า 3,000 ภาพ เหรียญโบราณ และอัญมณีมีค่า งานที่มีคุณค่าถูกเก็บสะสมในพระราชวังฤดูหนาวสะสมต่อเนื่องกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งรัชสมัยของพระเจ้านิโคลัสที่ 1 มีการจัดหมวดหมู่ของสะสมทั้งหมด วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1852 พิพิธภัณฑ์ก็เปิดเป็นแห่งแรกที่ให้คนทั่วไปเข้าชมได้ และแวะไปถ่ายรูปกับโบสถ์หยดเลือด ซึ่งพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ทรงสร้างขึ้นบนบริเวณที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 พระบิดาถูกลอบปลงพระชนม์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระบิดา ทรงนำรูปแบบสถาปัตยกรรมของรัสเซียในคริสต์ศตวรรษที่ 16-17 มาใช้ในการก่อสร้าง มีลักษณะรูปทรงคล้ายวิหารเซนต์บาซิลที่มอสโคว์

17:00     เดินทางไปพระราชวังนิโคลัส สร้างในปี ค.ศ.1853-1861เพื่อถวายแด่แกรนด์ดยุกนิโคเลย์ พระโอรสองค์ที่ 3 ของพระเจ้านิโคลัสที่ 1 ออกแบบโดย Andrey Stakenshneider ด้วยศิลปะแบบบารอกผสมคลาสสิก เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต พระราชวังก็กลายเป็นวิทยาลัยสำหรับสตรีชนชั้นสูง หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองพระราชวังนี้เปลี่ยนเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนการค้าท้องถิ่น จนกระทั่งปีค.ศ.1990 พระราชวังถูกปลุกให้มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งด้วยการเปลี่ยนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว

18:30     ชมการแสดงระบำพื้นเมือง นับเป็นการแสดงที่น่าประทับใจและสนุกสนาน มีการแสดงเล่นดนตรีโบราณ พิณ กีตาร์ การแสดงตลก การเต้นรำพื้นบ้านที่สะท้อนประเพณีและวัฒนธรรม และการแต่งกายชุดประจำเผ่าต่างๆ ที่มีสีสันสวยงาม การแสดงจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง และมีพักประมาณ 15 นาที ระหว่างพักเชิญท่านร่วมทานของว่างด้านนอกโรงละคร (คานาเป้ ขนมปัง คาเวียร์ ผลไม้ ว๊อดกา แชมเปญ ไวน์ น้ำอัดลม)

21:00     รับประทานอาหารมื้อพิเศษ กาลาดินเนอร์ในพระราชวัง มีนักดนตรีคอยขับกล่อม

           เข้าสู่ที่พัก Park Inn by Radisson Pribaltiyskaya Hotel หรือระดับใกล้เคียง

 

วันที่เก้า     เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก-อีสตันบูล

เช้า     รับประทานอาหารในโรงแรม

        จากนั้นนำท่านสู่เอาท์เล็ทวิลเลจปุกคาวา เอาท์เล็ทแห่งแรกของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีสินค้าหลากหลายทั้งแบบ ลักซัวรี่แบรนด์ พรีเมี่ยม ของตกแต่งบ้าน และสปอร์ตแบรนด์ ในราคานำมาลด 30%-70% ตลอดทั้งปี อาทิ Michael Kors, Boss, Lacoste, Samsonite, Levi’s, Adidas, Nike, …

12:00     เดินทางสู่ท่าอากาศยานปุกคาวา เช็คอินรับบัตรที่นั่ง เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

15:15     สายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK 402 นำท่านเหิรฟ้าสู่กรุงอีสตันบูล เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน

18:45     เดินทางถึงท่าอากาศยานอตาเติร์ก เปลี่ยนเครื่องบิน

 

วันที่สิบ     อีสตันบูล-กรุงเทพฯ

01:25      สายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK 64 นำท่านเหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน

14:50      เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

 

 

ทัวร์แกรนด์บอลติก 10 วัน

ลิทัวเนีย ลัตเวีย เอสโทเนีย - ฟินแลนด์ - รัสเซีย

 

วันเดินทาง/ค่าบริการ

ผู้ใหญ่

เด็ก

เสริมเตียง

เด็ก

ไม่เสริมเตียง

พักเดี่ยว

10-19 เม.ย. 60

*สงกรานต์

89,900.-

87,900.-

86,900.-

8,900.-

28 เม.ย.-7 พ.ค. 60

*แรงงาน, ฉัตรมงคล

95,900.-

93,900.-

92,900.-

8,900.-

6-15 ก.ค. 60

*อาสาฬหบูชา, เข้าพรรษา

99,900.-

97,900.-

96,900.-

9,900.-

 

อัตราค่าบริการรวม

§  ค่าตั๋วเครื่องบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ รวมภาษีสนามบินและธรรมเนียมเชื้อเพลิง กรุงเทพฯ-อีสตันบูล-วิลนีอุส//เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก-อีสตันบูล-กรุงเทพฯ

§  ค่าตั๋วรถไฟความเร็วสูง Allegro เฮลซิงกิ-เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

§  ค่าที่พักห้องคู่ ดังที่ระบุในรายการหรือระดับเดียวกัน

§  ค่าอาหาร ดังที่ระบุในรายการ

§  ค่าเข้าชม ดังที่ระบุในรายการ

§  ค่ารถนำเที่ยว ดังที่ระบุในรายการ

§  ค่าประกันอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง

§  ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น

อัตราค่าบริการไม่รวม

§  ค่าทิปคนขับรถ ไกด์ท้องถิ่น ท่านละ 32 EUR

§  ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย

§  ค่ายกกระเป๋าในโรงแรมและสนามบิน

§  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม นอกเหนือรายการทัวร์ ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ

§  ค่าปรับ สำหรับน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่เกินจากสายการบินกำหนด (20 กิโลกรัม)

§  ค่าทำหนังสือเดินทาง

§  ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม

§  ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงที่ทางสายการบินอาจมีการเรียกเก็บเพิ่มเติมในภายหลัง

การสำรองที่นั่ง

§  กรอกรายละเอียดในใบสำรองที่นั่ง และส่งอีเมลหรือแฟกซ์กลับมายังบริษัท

§  แนบสำเนาหนังสือเดินทางมาพร้อมกับใบสำรองที่นั่ง

การชำระเงิน

§  มัดจำ ท่านละ 30,000 บาท ภายใน 3 วัน นับจากวันจอง

§  ชำระยอดเต็มก่อนการเดินทาง อย่างน้อย 20 วันทำการ

ทัวร์แกรนด์บอลติก 10 วัน

ลิทัวเนีย ลัตเวีย เอสโทเนีย - ฟินแลนด์ - รัสเซีย

 

การเปลี่ยนแปลงและการยกเลิก

§  แจ้งล่วงหน้าก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 45 วันทำการ ไม่ริบเงินมัดจำ

§  แจ้งล่วงหน้าก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วันทำการ ริบเงินมัดจำ

§  ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 25 วันทำการ หักค่าตั๋วเครื่องบินและค่าธรรมเนียม

§  ยกเลิกก่อนวันเดินทางภายใน 20 วันทำการ ไม่คืนเงินทั้งหมด

ข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ

§  เด็ก หมายถึง เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ขวบ แต่ไม่เกิน 12 ขวบ

§  กรุ๊ปยืนยันการเดินทางตามราคาที่ระบุ เมื่อมีผู้เดินทางครบ 20 ท่าน ขึ้นไป

§  ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนกำหนดการเดินทาง หากมีผู้ร่วมเดินทางในคณะทัวร์ไม่ครบตามที่กำหนดไว้

§  อัตราค่าบริการคิดคำนวนจากอัตราแลกเปลี่ยน และราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนราคาค่าบริการในกรณีที่มีการขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน ธรรมเนียมเชื้อเพลิง ค่าประกันวินาศภัย ภาษีสนามบิน หรือมีการประกาศลดค่าเงินบาท หรืออัตราแลกเปลี่ยนได้ปรับขึ้นในช่วงใกล้วันเดินทาง

§  สถานทูตเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าโดยปริยาย หากมีการยื่นวีซ่าแล้วไม่มีการคืนในทุกกรณี

§  ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะทัวร์ บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบหากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง

§  หากท่านถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆ ปฏิเสธการเข้าเมือง ออกเมือง ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ถือเป็นเหตุผลซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจและความรับผิดชอบของบริษัท ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินทั้งหมดหรือบางส่วน

§  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆ ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย เช่น การยกเลิกหรือล่าช้าของสายการบิน อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงาน การจลาจล หรือสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ที่เกิดเหนืออำนาจควบคุมของบริษัท

§  ใน 1 วัน คนขับรถจะทำงานและพักผ่อนระหว่างขับรถรวมแล้วไม่เกิน 12 ชั่วโมง หากมีการเสียเวลาระหว่างวัน โปรแกรมอาจต้องปรับเปลี่ยน

§  ในระหว่างท่องเที่ยวนี้หากท่านไม่ใช้บริการใดๆ ไม่ว่าจะบางส่วนหรือทั้งหมด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่สามารถเรียกร้องขอคืนค่าบริการได้

§   หากท่านไม่เดินทางกลับพร้อมคณะทัวร์ ตั๋วเครื่องบินขากลับซึ่งยังไม่ได้ใช้ ไม่สามารถนำมาขอคืนเงินได้

§  ค่าบริการที่ท่านชำระกับทางบริษัท เป็นการชำระแบบเหมาขาด และทางบริษัทได้ชำระให้กับบริษัทตัวแทนแต่ละแห่งแบบเหมาขาดเช่นกัน ดังนั้นหากท่านมีเหตุอันใดที่ทำให้ท่านไม่ได้ท่องเที่ยวพร้อมคณะตามรายการที่ระบุไว้ ท่านจะขอคืนเงินไม่ได้

§  ท่านที่จะออกตั๋วภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ฯลฯ กรุณาแจ้งบริษัทก่อน เพื่อยืนยันว่าทัวร์ยืนยันการเดินทางได้ หากท่านออกตั๋วโดยไม่ได้รับการยืนยันจากบริษัทแล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นได้

§  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์ตามความเหมาะสม และสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าทัวร์เป็นสำคัญ

 

ข้อมูลสำคัญจะถูกส่งไปยังอีเมล์ที่ระบุในแบบฟอร์ม โปรดระบุอีเมล์ที่ใช้งานจริงของคุณ
Booking
  • ระบุวันเดินทาง :
  • ชื่อผู้จอง :
    *
  • อีเมล์
    *
  • เบอร์โทรศัพท์ :
    *
  • รายชื่อผู้โดยสาร :
    ลำดับ ชื่อ-สกุล (ภาษาไทย) ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ) ผู้ใหญ่/เด็ก
    1.
    เพิ่มรายชื่อผู้โดยสาร
  • ความต้องการพิเศษ :
  • รหัสยืนยัน :

การขอวีซ่่า

ทัวร์บลิสบอลติก 10 วัน

ลิทัวเนีย ลัตเวีย เอสโทเนีย - ฟินแลนด์ - รัสเซีย

เอกสารในการเดินทาง และยื่นวีซ่า

1.    หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทางไป และมีหน้าว่างไม่ต่ำกว่า 3 หน้า และเล่มเก่า (ถ้ามี)

2.    รูปถ่ายปัจจุบัน (สี พื้นหลังสีขาว หน้าตรง ไม่สวมแว่น เปิดหู) ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว หรือ 3.5 x 4.5 เซนติเมตร จำนวน 2 ใบ (ต้องถ่ายจากร้านถ่ายรูปเท่านั้นและถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)

3.    หลักฐานการทำงาน

1)   กรณีเป็นพนักงานบริษัท ใช้หนังสือรับรองการทำงานของบริษัทที่ทำงานอยู่ (เป็นภาษาอังกฤษ และเป็นฉบับจริงเท่านั้น) โดยต้องใช้หัวจดหมายของบริษัทเท่านั้น และมีตราประทับรับรองจากบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ โดยระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการทำงาน เงินเดือน และช่วงเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ลาพัก กรุณาระบุ To Whom It May Concern แทนการใส่ชื่อสถานทูต

2)   กรณีเป็นเจ้าของกิจการ ใช้สำเนาทะเบียนการค้า หรือสำเนาจดทะเบียนบริษัท (ขอไว้ไม่เกิน 3 เดือน) ที่มีชื่อของท่านเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมประทับตราของบริษัท

3)   กรณีเป็นข้าราชการ ต้องแสดงจดหมายรับรองจากหน่วยงาน (เป็นภาษาอังกฤษ) พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ 1 ชุด

4)   กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ต้องขอหนังสือรับรองจากโรงเรียน (ฉบับจริง เป็นภาษาอังกฤษ) พร้อมประทับตราจากทางโรงเรียน หรือกรณีเป็นเด็กเล็กใช้สมุดรายงานประจำตัวนักเรียนหรือสำเนาบัตรประจำตัวนักเรียน

5)   กรณีเกษียณอายุราชการ ต้องแสดงบัตรข้าราชการบำเหน็จบำนาญ (ถ้ามี)

6)   สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน (ถ้ามี)

4.    หลักฐานการเงิน

1)   ใช้จดหมายรับรองการเงินจากธนาคาร พร้อมสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ย้อนหลัง 6 เดือน ปรับยอดเป็นปัจจุบัน (บัญชีเดียวกับจดหมายรับรองการเงินจากธนาคาร)

2)   กรณีมีผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ผู้เดินทาง แต่ต้องเป็นบุคคลภายในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อ แม่ ลูก ภรรยา สามี ต้องมีจดหมายรับรองการเงินจากธนาคารรับรองการเงินที่ระบุชื่อผู้เดินทาง พร้อมสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ย้อนหลัง 6 เดือน ปรับยอดเป็นปัจจุบัน (บัญชีเดียวกับจดหมายรับรองการเงินจากธนาคาร)

3)   เนื่องจากสถานทูตจะพิจารณาเอกสารการเงินจากบัญชีออมทรัพย์เป็นหลัก แต่ในกรณีที่ท่านมีบัญชีอื่นนอกจากบัญชีออมทรัพย์ สามารถแนบเพิ่มไปด้วยกันได้

5.    สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน

6.    หลักฐานอื่นๆ เช่น สำเนาสมรส สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

7.    หนังสือยินยอมจากบิดามารดา

เด็กหรือเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีที่เดินทางกับบิดา หรือมารดา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะต้องทำหนังสือยินยอมจากอำเภอหรือเขต ยินยอมให้บุตรเดินทางไปกับอีกฝ่ายหนึ่ง พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของบิดาหรือมารดาที่ไม่ได้เดินทางไปด้วย