ทัวร์ราชสถาน ราช สถาน อินเดีย ราช สถาน รัฐ ราชา สถาน เที่ยว ราช สถาน
โปรแกรมทัวร์
ทัวร์เอเชีย : ทัวร์อินเดีย
RAJ10-WE ทัวร์ราชาสถาน ชัยปุระ บิคาเนอร์ จัลซัลแมร์ จ๊อดปูร์ รานักปูร์ อุไดร์ปูร์ พุชการ์
  • รหัสทัวร์ :
    RAJ10-WE
  • ราคา :
    ธันวาคม 61 / 47,924 บาท
  • ระยะเวลา :
    10 วัน 8 คืน
  • วันเดินทาง :
    ทัวร์ราชาสถาน ชัยปุระ บิคาเนอร์ จัลซัลแมร์ จ๊อดปูร์ รานักปูร์ อุไดร์ปูร์ พุชการ์
    1 – 10 ธันวาคม 61
    25 ธันวาคม 61 – 3 มกราคม 62
    26 ธันวาคม 61 – 4 มกราคม 62
    27 ธันวาคม 61 – 5 มกราคม 62
  • สายการบิน :
    ไทยสไมล์
  • รายละเอียดเบื้องต้น :
    ทัวร์ราชาสถาน ชัยปุระ บิคาเนอร์ จัลซัลแมร์ จ๊อดปูร์ รานักปูร์ อุไดร์ปูร์ พุชการ์ มนต์เสน่ห์ราชสถาน สัมผัสดินแดนแสนโรแมนติกแห่งท้องทะเลทรายถาร์ ชมความมั่งคั่งและความงดงามของปราสาทราชวังของมหาราชาแควันราชสถาน 11 วัน 10 คืน ดินแดนฟ้าจรดทราย ย้อนรอยเส้นทางสายใหมในแดนภารตะ ชมเอกลักษณ์การแต่งตัวด้วยสีสันอันสดใส เมืองนาวาครห์ เมืองมัณดาวา เมืองสีแดงบิคาเนอร์ เมืองสีทองจัยแซลเมียร์ เมืองสีฟ้าจ๊อดปูร์ เมืองแห่งทะเลสาบอุไดร์ปูร์ พุชการ์เมืองเกิดพระพรหม เมืองหลวงแห่งรัฐเมืองสีชมพูจัยปูร์
  • หมายเหตุ :
    ทัวร์ราชาสถาน ชัยปุระ บิคาเนอร์ จัลซัลแมร์ จ๊อดปูร์ รานักปูร์ อุไดร์ปูร์ พุชการ์ ลูกค้าจัดกรุ๊ปส่วนตัว กำหนดวันที่เดินทางเองได้ , ราคาทัวร์นี้รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร หรือตามระบุในรายละเอียด
  • Tag :
ดาวน์โหลด แชร์ พิมพ์

ทัวร์ราชาสถาน ชัยปุระ บิคาเนอร์ จัลซัลแมร์ จ๊อดปูร์ รานักปูร์ อุไดร์ปูร์ พุชการ์  10 วัน 8 คืน   

ธารา อารยะ แทรเวล ขอนำท่านเดินทางสู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย ปราสาท ราชวัง เส้นทางที่รุ่งเรืองมากในยุคแห่งการปกครองที่แบ่งกันเป็นแว่นแคว้น เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นในมหากาพย์เรื่องยิ่งใหญ่มหาภารตะ ที่ถูกสมมติขึ้นมา เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายใหมที่ร่ำรวยด้วยการค้าขาย เป็นเส้นทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ของประเทศอินเดียที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวยุโรป ฝรั่งเศส ถ้าใครอยากสัมผัสสถาปัตยกรรมแบบราชปุตร ฮินดู แท้ๆแนะนำเส้นนี้เลยค่ะ สวย บรรยากาศดี วิจิตรงดงาม มากมายด้วยสีสันและความท้าทาย  ราชสถานคือราชปุตนะ แบ่งออกเป็น 7 อาณาจักร มีมหาราชาปกครองแต่ละอาณาจักร ทำสงครามยึดครองอาณาจักรข้างเคียงกันอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่นมหารานาแห่งเมวาร์ แห่งอุไดปูร์ มหาราชาเมืองจ๊อดปูร์ เมืองบิคาเนอร์ กิชานการ์ท โกทาทและบุนดีหรืออีกชื่อว่าฮาราวตี้ อัมเบอร์แห่งเมืองจัยปูร์ เมืองจัยแซลเมียร์ ทะเลทรายถาร์จนถึงแม่น้ำสินธุ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศปากีสถาน หลังจากกษัตริย์ปริทวิราช ชาอูฮาน แห่งอัคเมอร์ พ่ายแพ้ให้แก่มูฮมัดแห่งกัวรี เหล่ามหาราชาราชปุตร ก็ได้ถ่อยร่นหาที่เหมาะสมและสงบเพื่อหลีกหนีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์โมกุลมุสลิม ยกเว้นราชปุตรบางกลุ่มรักชาติมีความกล้าหาญไม่ยอมรับอำนาจของราชวงศ์โมกุล มหาราชาปราตาป ซิงส์ แห่งเมืองชิตตัวร์ ได้ต่อสู้กับกษัตริย์อักบาร์แห่งราชวงศ์โมกุล แต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับกษัตริย์อักบาร์ ในขณะเดียวกันอังกฤษก็เข้ามาเสนอเงื่อนไข ให้แก่มหาราชาราชปุตรแคว้นต่างๆ ในขณะที่อินเดียก็กำลังจะได้รับเอกราช มหารานาแห่งเมวาร์ แห่งอุไดปูร์ เป็นประมุขใหญ่เหนือ 36 แคว้น หลังอินเดียได้รับเอกราช 23 แคว้นจึงได้รวมตัวกันก่อกำเนิดเป็นรัฐราชสถาน ราชาสถานเป็นแหล่งที่มาของรายได้ในสมัยของกษัตริย์อัคบาร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากอังกฤษ รัฐราชสถานมีเทือกเขาที่อายุเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกพาดผ่านมีทะเลทรายถาร์ แห่งเดียวในประเทศอินเดีย รัฐราชสถานเป็นแหล่งรวมของ ชนเผ่าที่มีความสามารถ เป็นดินแดนที่มีความงดงาม ร่ำรวยในวัฒนธรรม ศิลปะ งานแกะสลัก ภาพอีโรติค ด้านดนตรีเพลงพื้นเมือง เทศกาลงานประเพณี และมีความสวยงามทางธรรมชาติ สัตว์ป่า มีนกอพยพทุกปี จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในประเทศอินเดียที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกสนใจเดินทางมาสัมผัส 

โปรแกรมนี้ที่พัก ระดับ 4 ดาว มาตรฐานแบบอินเดีย  ซึ่งสะอาด ปลอดภัย*** สุดพิเศษ *** เสริมอาหารไทยอาทิ น้ำพริก ปลาสลิดทอด ปลาทูทอด น้ำพริกกะปิ ปลาทูน่าผัดพริกใบกะเพรา แกงเขียวหวานแกงส้ม พะแนงไก่ ต้มโคล้งปลากรอบ ทอดมันปลากราย ยำปลากระป๋อง มาม่าหมูหยอง กุนเชียง ปลากรอบ ไข่เจียว หมูเส้นฝอย หอยลายกระป๋อง กาแฟ โอวัลติน ไมโล น้ำมะตูมน้ำเก๊กฮวย น้ำขิง ขนมหวานบัวลอย เป็นต้น เนื่องจากเส้นทางนี้เข้าห้องครัวไม่ได้

         ตารางเที่ยวบิน

 

วันบิน

เมืองต้นทาง

เมืองปลายทาง

CODE

เที่ยวบิน

เวลาบิน

วันแรก

กรุงเทพฯ

ชัยปุระ

BKK – JAIPUR

WE 337

2205 – 0115

วันที่สิบ

ชัยปุระ

กรุงเทพฯ

JAIPUR – BKK

WE 338

0215 – 0815 

ตารางวันเดินทาง

วันเดินทาง อากาศสบาย ปลายปีหนาว

จำนวน/ กรุ๊ป

ราคา

พักเดี่ยว

1 – 10  ธันวาคม 61

15 – 20   ท่าน

47,924 บาท

11,000 บาท

25 ธันวาคม 61 – 3 มกราคม 62

15 – 20  ท่าน

49,924 บาท

11,000 บาท

26 ธันวาคม 61 – 4 มกราคม 62

15 – 20  ท่าน

49,924 บาท

11,000 บาท

27 ธันวาคม 61 – 5 มกราคม 62

15 – 20  ท่าน

49,924 บาท

11,000 บาท 

 

โปรดทำความเข้าใจและรับเงื่อนไข :

**กรุ๊ปคอนเฟริมออกเดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป มีหัวหน้าทัวร์คนไทย**เดินทางไป-กลับ พร้อมคณะ  หากคณะเดินทาง 10-14 ท่าน ออกเดินทาง ไม่มีหัวหน้าทัวร์คนไทย หากต้องการ หัวหน้าทัวร์คนไทย ทางบริษัทฯ ขอเก็บเพิ่ม 3,000 บาท/ท่าน

รายละเอียดการเดินทาง                                                                                                                                                                  

วันแรก     กรุงเทพ    เมืองชัยปุระ 

19:30 น.

 

คณะเดินทางพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 2  แถว C เคาน์เตอร์ สายการบิน THAI SMILE

22:05 น.

ออกเดินทางสู่ เมืองชัยปุระ  โดยสายการบิน THAI SMILE   เที่ยวบินที่ WE 337

01:15 น.

ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองชัยปุระ  (เวลาประเทศอินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1:30 ชั่วโมง) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อย

พัก

Crimson park at Jaipur   4*  หรือระดับใกล้เคียง     

วันที่สอง        เมืองชัยปุระ   เมืองบิคาเนอร์

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม    

 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บิคาเนอร์ (Bikaner) สมัยอดีตยังไม่มีเมืองบิคาเนอร์ บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Mawar Land of the Dead  พ่อค้าตามเส้นทางสายไหม ยังต้องใช้ผ่านไปมา จึงมีโจรหลายก๊ก ยึดครองพื้นที่หย่อมเล็กหย่อม และยังไม่มีใครครอบครองดินแดนแห่งนี้ เจ้าชาย Rao Bika แห่งแคว้นโยธปุระ (จ๊อดปูร์) เกิดความน้อยใจในคำพูดพระบิดา จึงตัดสินใจมุ่งหน้าเดินทางก่อนลงหลักปักฐานต่อสู้กับพวกโจร นำความร่มเย็นเข้ามาสู่ดินแดนแห่งความตาย จนชาวบ้านท้องถิ่นเข้าร่วมในการต่อสู้กับพวกโจร จนท้ายสุดเมืองบิคาเนอร์ถูกตั้งขึ้น เส้นทางสายไหม ( Silk Road หรือ Silk Route) เป็นชุดเส้นทางการส่งการค้าและวัฒนธรรมซึ่งเป็นศูนย์กลางของอันตรกิริยาทางวัฒนธรรมผ่านภูมิภาคของทวีปเอเชียที่เชื่อมตะวันตกและตะวันออกโดยการโยงพ่อค้าวาณิช ผู้แสวงบุญ นักบวช ทหาร ชนเร่ร่อนและผู้อาศัยในเมืองจากจีนและอินเดียไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียนระหว่างเวลาหลายสมัยเส้นทางสายไหมมีความยาว 6,437 กิโลเมตร (4,000 ไมล์) ได้ชื่อมาจากการค้าผ้าไหมจีนที่มีกำไรมากตลอดเส้นทาง เริ่มตั้งแต่ราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อน ค.ศ. – ค.ศ. 220) ราชวงศ์ฮั่นขยายเส้นทางการค้าส่วนเอเชียกลางราว 114 ปีก่อน ค.ศ. ส่วนใหญ่ผ่านคณะทูตและการสำรวจของผู้แทนทางการทูตจักรวรรดิจีน จางเชียน (Zhang Qian)[2] ชาวจีนสนใจมากกับความปลอดภัยของผลิตถัณฑ์การค้าของพวกตนและขยายกำแพงเมืองจีนเพื่อประกันการคุ้มครองเส้นทางการค้านี้การค้าบนเส้นทางสายไหมเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาของอารยธรรมจีน อนุทวีปอินเดีย เปอร์เซีย ทวีปยุโรปและคาบสมุทรอาหรับ โดยเปิดอันตรกิริยาทางการเมืองและเศรษฐกิจทางไกลระหว่างอารยธรรม  แม้ผ้าไหมเป็นสินค้าหลักจากจีนแน่นอน แต่ก็มีการค้าสินค้าอื่นจำนวนมาก และศาสนา ปรัชญาหลายความเชื่อและเทคโนโลยีต่าง ๆ จนถึงโรคก็ไปมาตามเส้นทางสายไหมเช่นกัน นอกเหนือจากการค้าทางเศรษฐกิจแล้ว เส้นทางสายไหมยังใช้เป็นการค้าทางวัฒนธรรมในบรรดาอารยธรรมตามเครือข่ายเส้นทางด้วย  ผู้ค้าหลักระหว่างยุคโบราณ คือ ชาวจีน เปอร์เซีย กรีก ซีเรีย โรมัน อาร์มีเนีย อินเดียและแบกเตรีย (Bactrian) และตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึง 8 เป็นชาวซอกเดีย (Sogdian) ระหว่างการเจริญของศาสนาอิสลาม พ่อค้าอาหรับกลายมาโดดเด่นในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 38 พ.ศ. 2557 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ มีมติให้ขึ้นทะเบียนเส้นทางสายไหมในจีน คาซัคสถาน และคีร์กีซสถาน เป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ เส้นทางสายไหม : โครงข่ายเส้นทางฉนวนฉางอาน-เทียนชาน โดยให้เหตุผลว่า เส้นทางนี้เป็นที่ยอมรับกันว่ามรดกทางอารยธรรของมนุษยชาติ ในฐานะเป็นเส้นทางโบราณในการติดต่อค้าขายและสื่อสารระหว่างตะวันออกกับตะวันตก

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร

บ่าย

จากนั้นนำท่านชม ป้อมสีแดงแห่งเมืองบิคาเนอร์ หรือ ป้อมจูนนาการ์ (Junagarh Fort) วังมหาราชาที่อยู่ในสภาพดีสุดแห่งหนึ่งในราชาสถาน สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1588 ถูกสร้างขึ้นโดยราชปุต Rao Bika ด้วยการต่อสู้กับชนพื้นเมือง  จนสามารถตั้งถิ่นฐานแม้ผ่านการรุกรานจากมหาโมกุลหลายครั้ง แต่ทะเลทรายที่อยู่รอบด้าน รวมทั้งความกล้าหาญของนักรบ ช่วยให้เมืองอยู่รอดเสมอมา ภายในป้อมใหญ่ แบ่งเป็นหลายส่วน เช่น Chandra Mahal, Phool Mahal, Karan Mahal และ Anoop Mahal นำท่านชมพิพิธภัณฑ์ Ganga Golden Jubilee

 

รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม

พักที่

Lallgarh palace  ระดับ 4 ดาว หรือระดับใกล้เคียง

วันที่สาม        เมืองบิคาเนอร์ เมืองจัยแซลเมียร์

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม    

 

จากนั้นเดินทางสู่เมืองจัยแซลเมียร์ จัยแซลเมียร์ (Jaisalmer) คือเมืองที่ได้รับสมญานามว่า “นครสีทอง” ตั้งอยู่บนที่ราบสูง กลางที่ราบทะเลทรายธาร์ มีกำแพงสูงใหญ่ดูโอฬาร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ทางตะวันตกสุดของแคว้นราชาสถาน ในอดีตเคยเป็นเส้นทางการค้าที่ สำคัญระหว่างอินเดียกับตะวันออกกลาง  นครแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นจากหินทรายสีเหลืองเป็นส่วนใหญ่ เมื่อยามต้องแสงอาทิตย์อัสดงที่ไล้ลงบนพื้นผิวของหินเหล่านี้ ก็จะปรากฏให้เห็นเป็นสีทองอร่ามตา และนี่คือที่มาของสมญา “นครสีทอง”  ด้วยเหตุที่จัยแซลเมียร์เคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ ส่งผลให้พ่อค้าวาณิชย์ในตระกูลดังๆ หลายๆคนร่ำรวยกันอย่างมหาศาล  กลายเป็นอภิมหาเศรษฐี มีคฤหาสน์ที่ใหญ่โตมโหฬาร

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร

บ่าย จากนั้นนำท่านขี่อูฐสู่ทะเลทรายทาร์ ชม Sam Sand Dunes ห่างจากตัวเมืองออกไปราว 45 กิโลเมตรป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังใน จัยแซลเมียร์  เนินทรายแห่งนี้ เป็นที่ซึ่งโค้งขอบฟ้าจรดกับผืนแผ่นทรายได้อย่างงดงามเกินบรรยาย ทะเลทรายธาร์ตั้งอยู่ในส่วนของอินเดียและปากีสถานและเป็นที่รู้จักกันใหญ่อินเดียทะเลทรายมันถูกล้อมรอบด้วยแม่น้ำสองช่วงภูเขาและบึงเกลือในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิลดลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งและในฤดูร้อนอุณหภูมิสามารถเข้าถึงกว่า 125 องศาฟาเรนไฮต์ธาร์มีฝนมรสุมและพายุฝุ่นแม้จะมีเงื่อนไขที่รุนแรงมากทะเลทรายเป็นบ้านหลายชนิดของสัตว์ป่าบางส่วนที่จะหายไปในส่วนอื่น ๆ ของภูมิภาคสัตว์ของธาร์มักจะต้องอยู่รอดอุณหภูมิสูงที่มีน้ำน้อยหรือไม่มีเลยและไม่มีพืชอินเดียยิ่งใหญ่อีแร้งมี 23 สายพันธุ์ของนกอีแร้งมีและเหล่านี้อินเดียที่ดีอีแร้งเป็นที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดนกขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในพื้นดินที่ยืนอยู่ประมาณ 3.5 ฟุตและมีน้ำหนักถึง 30 ปอนด์อีแร้งมีคอยาวและขายาวมันเป็นหลักกินหญ้าแมลงหนูและเมล็ด

เย็น

รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม 

พักที่

Rajawada Hotel   ระดับ 4 ดาว หรือระดับใกล้เคียง

วันที่สี่          เมืองจัยแซลเมียร์

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม    

  จากนั้นชม ป้อมจัยแซลเมียร์ (Jaisalmer Fort) ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางทะเลสาบ สร้างโดยBhatti Rajput rule Rawal Jaisal ค.ศ. 1156 บนเขาทิตรีกูฏ โดยป้อมนี้ถือว่าเป็นป้อมที่สร้างลำดับที่ 2 ของรัฐราชสถาน ชมความสวยงามของปราสาททรายที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางทะเลทราย ภายในป้อมมีบ้านพักของชาวบ้านที่พำนักอยู่อาศัยมานานนับร้อยปี ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพของเมืองจัยแซลเมียร์โดยรอบ  สถานที่ท่องเที่ยวภายในป้อม แบ่งออกเป็น 1. พระตำหนัก 2. วัดในศาสนาเชน 3. คฤหาสน์มหาเศรษฐี พระตำหนัก Rang Mahal สร้างโดยมหาราชาวัล มุลราจ 2 ในปี 1762- 1820 พระตำหนัก GajMahal สร้างโดยมหาราชาวัล กาจ ซิงห์ มี 3 ชั้น พระตำหนัก Moti Mahal สร้างโดยมหาราชามูลราจ ในปี1813พระตำหนัก Zanana Mahal วัดเชน ภายในป้อมมีหลายวัดสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 10 – 19 วัดปาร์สวานาถ Parsvanathสร้างโดย Oswal Jaisingh ในสมัยของมหาราชาวัลลักษมาณ วัดสัมบาวานาถSambhavanath อยู่ติดกับวัด Parsvanath สร้างโดยปาราวานาถ ใช้เวลาในการสร้าง 3 ปี เสร็จในปี1420 มีรูปเคารพอยู่ 604 วัด Chandra Prabhuji’s สร้างในศตวรรษที่ 12 แต่ถูกทำลายในช่วงของ Khalji’sและถูกบูรณะในศตวรรษที่ 15 ภายในมีรูปเคารพของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู วัด Rishabh Devji สร้างขึ้นโดยครอบครัว Seth Sachch’s ในปี 1479 โดย Shri Jinachandar Suri ภายในมีรูปเคารพ 600 รูป วัด MahaveerSwamy วัดนี้สร้างขึ้นในปี 1524 โดยชาวบ้าน วัดฮินดู ในป้อมอาทิเช่น วัด Laxminath วัด RatneshwarMahadev วัด Sun ฮาเวลี Havelies หรือคฤหาสน์เศรษฐี เป็นคฤหาสน์ หลังใหญ่สร้างจากหินทรายสีเหลืองและมีการแกะสลักหน้าต่างให้เป็นช่องๆเพื่อ รับลม เป็นที่อยู่อาศัยของมหาราชาและเหล่านายธนาคาร พ่อค้าซึ่งมีการแลกเปลี่ยนสินค้ามีเงินหมุนเวียนอย่างมหาศาลทำให้เกิดการสร้าง คฤหาสน์ที่งดงามและใหญ่โตมโหฬารเพื่อรับรองแขกและลูกค้าที่เดินทางมาชม สินค้า พูดคุย แลกเปลี่ยนกัน Patuva ฮาเวลี เมืองจัยแซลเมรเป็นศูนย์กลางของการค้าในเส้นทางสายใหม สร้างโดย Patuva เพื่อไว้เป็นแหล่งค้าขายเครื่องประดับทองเงิน Patuva เป็นมหาราชาแห่งจ๊อดปูร์ พระองค์ประกอบธุรกิจทั่วประเทศอินเดียกว่า 300 แห่ง มีทั้งหมด 5หลัง แต่ละหลังมี 6 ชั้น Salim Singh Ki Haveli สร้างในปี 1815 โดย Deewan Salim Singh DeewanNathmal’s Haveli สร้างเสร็จในปี 1885

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร

บ่าย

นำท่านชมคฤหาสน์ของเสนาบดี  หลังแรกคือ Nathmal Ji Ki Haveli  สูง 5 ชั้น ที่สร้างราว ค.ศ.ที่ 19 โดย Lalu และ Hathi 2 พี่น้องศิลปินและสถาปนิกเอก ที่สร้างอย่างวิจิตรบรรจง ด้วยการฉลุลายผนังอย่างละเอียดอ่อน และอีกหลังคือ Patwon ki Haveli ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจัยแซลเมียร์ ซึ่งภายในจะจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ  นำท่านชมทะเลสาบกาดซิซาร์ (Gadsisar Lake) โอเอซิสขนาดมหึมาท่ามกลางทะเลที่สร้างโดยมหาราชา วาลกาดซี ราว ค.ศ.ที่ 14 ซึ่งทะเลสาบนี้เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของเมืองจัยแซลเมียร์ รอบๆ ทะเลสาบจะมีวัดเล็กๆ ในช่วงฤดูหนาวจะได้พบเห็นนกนานาชนิดโดยรอบทะเลสาบ

เย็น

รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม 

พักที่

Rajawada Hotel   ระดับ 4 ดาว หรือระดับใกล้เคียง

วันที่ห้า          เมืองจัยแซลเมียร์ เมืองจ๊อดปูร์

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม    

 

จากนั้นนำท่านออกเดินทางจากสู่เมือง จ๊อดปูร์ (Jodhpur) ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง เมืองโรแมนติกแห่งนครสีฟ้า “จ๊อดปูร์” (Jodhpur) หรือเมือง โยธะปุระ นครนักรบ ที่ทั่วทั้งเมืองเป็นสีฟ้าราวกับน้ำทะเล เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในแคว้นราชาสถาน ถูกตั้งขึ้นเป็นราชธานี โดย Rao Jodha แห่งราชวงศ์ Rathor

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร

บ่าย

นำชมป้อมเมห์รานการห์ (Mehrangarh Fort)  เป็น 1 ใน 4 พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ป้อมปราการที่ยาวเหยียดข้ามเขาถึง 125 ลูก ภายในมีพระราชวังที่สวยงามและใหญ่ที่สุด และเป็นจุดชมวิวเมืองสีฟ้าที่ดีที่สุด ไม่มีป้อมปราการแห่งไหนในราชาสถาน เด่นสง่าเทียบเท่า Mehrangarh Fort  ไม่ว่าจะมองจากจุดไหนๆ ภายในเมือง จ๊อดปูร์ มหาปราการหินถูกสร้างบนเนินเขาสูง 122 เมตร ใน ค.ศ.1459 เมื่อฤาษีท่านหนึ่งบอกแก่มหาราชาจ๊อดธะ (Jodha-นักรบ) พระองค์ควรสร้างเมืองขึ้นที่นี่ จ๊อดปูร์ เป็นศูนย์กลางอาณาจักรใหญ่แต่ครั้งโบราณ ป้อมจึงถูกเสริมเติมแต่งจนมีขนาดใหญ่มหึมา ป้อมเมห์รันกาห์นี้ ภายในตกแต่งประดับประดาด้วยแก้วหลากสี แบ่งเป็นห้องหรือท้องพระโรงขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง อาทิ ตำหนักMoti Mahal, Sheesh Mahal, Phool Mahal  นำท่านชมวัด Chamunda Mataji  จากนั้น ห่างจาก Mehrangarh Fort ประมาณ 1 กิโลเมตร  ท่านจะได้ชมสิ่งปลูกสร้างสะอาดตา “ Jaswant Thada” ก่อสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง และเป็นที่ฝังศพของมหาราชา Jaswant Singh ที่สอง และสมาชิกคนอื่นๆ ในราชวงศ์

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม

พักที่

Marugarh Jodhpur   4*  หรือระดับใกล้เคียง    

วันที่หก       เมืองจ๊อดปูร์ เมืองรานัคปูร์    เมืองอุไดร์ปูร์

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม    

 

เดินทางสู่เมืองรานัคปูร์  เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเมือง Desuri tehsil ใกล้กับ Sadri ในย่าน Pali ของรัฐราชาสถานอินเดียตะวันตก ตั้งอยู่ระหว่างเมืองจ๊อดปูร์และอุไดร์ปูร์ ตั้งอยู่ในหุบเขาทางด้านตะวันตกของเทือกเขา Aravalli สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดถึง Ranakpur คือสถานีรถไฟ Falna Ranakpur เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดใน Pali ราชสถาน ชมวิหารเชน 1 ใน 5 วัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาเชนชื่อว่าวัดอธินาถ  ที่เมืองรานัคปูร์ เป็นวิหารของศาสนาเชน สร้างขึ้นโดยคหบดี Dharna Sah เมื่อราว 500 ปีก่อน ภายในประกอบด้วยห้องโถงกว่า 24 ห้อง โดมทั้งหมด 80 โดม และ เสาจำนวนถึง 1114 ต้น โดยเสาแต่ละต้นจะถูกแกะสลักอย่างงดงามมาก 

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร

 

เดินทางสู่เมืองอุไดร์ปูร์ มนตราแห่งมหานที ได้รับการการันตีว่าเป็นเมืองที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งของโลก ประจำปี 2009 จากผลสำรวจของนิตยสารทราเวล & เลเชอร์ ทำให้ใคร ๆ ต่างก็อยากเดินทางไปสัมผัสกับความงดงามของเมือง อูไดปูร์ หรือ อุทัยปุระ (Udaipur) ประเทศอินเดีย อูไดปูร์ เมืองริมทะเลสาบแห่งแคว้นราชสถาน (Rajastan) ที่ถูกเปรียบเปรยให้เป็น "เวนิสแห่งโลกตะวันออก"   สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางไปล่องเรือ ในทะเลสาบ พิโคลา (Pichola Lake) ชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบยามเย็น มีเกาะอยู่ 2 เกาะคือ Jag Niwas เป็นที่ตั้งของ Lake Palace สร้างโดย Maharana Jagat Singh II เมื่อปี ค.ศ. 1743 ใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ปัจจุบันเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว และเกาะ  Jag Mandir ที่สุดแสนโรแมนติกเปรียบเหมือนอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรอันงดงาม

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม

พักที่

Crimson park at Udaipur   4*  หรือระดับใกล้เคียง     

วันที่เจ็ด        เมืองอุไดร์ปูร์ เมืองพุชการ์   

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

 

หลังอาหารนำท่าน ชม ซิตี้ พาเลซ (City Palace) หรือพระราชวังฤดูหนาว มีส่วนหนึ่งจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดให้เข้าชม สร้างด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ภายในประดับด้วยกระจกและแก้วหลากสี ปัจจุบันบางส่วนยังคงเป็นที่ประทับของราชตระกูล มีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่มีค่า จากนั้นนำท่านชม ฟาเตห์ ประการห์ พาเลซ (Fateh Prakash Palace) ภายในเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ มีการแกะสลักสวยงาม  ในสมัยอาณาจักรเมวาร์รุ่งเรือง เจ้าครองนครได้สร้าง "พระราชวัง" (City Palace) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพระราชวังที่มีขนาดใหญ่ที่สุด หรูหรา งดงามที่สุดในแคว้นราชาสถาน อาจเพราะตั้งอยู่ริม "ทะเลสาบฟิโชล่า" (Lake Pichola) และถูกโอบกอดไว้ด้วยบ้านเรือนสีขาวนวลตา มีเทือกเขาสูงน่าเกรงขามคอยยืดมองทุกชีวิตในเมือง วัดน้อยใหญ่ที่ไม่เคยไร้เงาผู้อวบอิ่มไปด้วยศรัทธา จึงทำให้"พระราชวัง" แห่งนี้มีความลงตัวที่เข้ากันดี ในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร        แต่ปัจจุบัน "พระราชวัง" ถูกแบ่งออกเป็น พิพิธภัณฑ์พระราชวัง และ โรงแรมหรูหราระดับ 5 ดาว ซึ่ง พิพิธภัณฑ์พระราชวัง ยังเปิดให้ชมความสวยงาม สัมผัสถึงร่องรอยความงดงามในอดีตของห้องต่าง ๆ ได้ เช่น ห้องเขียนหนังสือที่ท่านราชบุตร ใช้ร่างประวัติศาสตร์ของแว่นแคว้นนี้ เมื่อ 130 กว่าปีก่อน, ชมพระตำหนักของนางสนมของมหาราชา ฯลฯ   ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ พระราชวังฤดูร้อน หรือ Lake Palace ตั้งอยู่กลางทะเลสาบฟิโช สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง เมื่อปี 1746 โดยมหาราชาจากัต ซิงห์ ที่ 2 และปัจจุบันดัดแปลงมาเป็นโรงแรมหรู 5 ดาว ชื่อ Taj Hotel Resorts and Palaces  ชมวัด Jagdish Temple วัดฮินดูขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองอูไดปูร์ สร้างขึ้นอุทิศพระวิษณุ ผู้รักษาจักรวาล ในปี ค.ศ.1651 โดย Maharana Jagat Singh มหราชาผู้ปกครองอูไดปูร์ ช่วงปี ค.ศ. 1628-1653. ตามแบบอินโด-อารยัน

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรม

บ่าย

ออกเดินทางสู่เมืองพุชการ์ เมืองเกิดของ 1 ใน 3 มหาเทพในศาสนาฮินดู พระพรหม ระหว่างทางชมวิวทิวทัศน์แบบชนบทของดินแดนเมืองภารตะ  พุชการ์ (Pushkar) เป็นเมืองเก่าแก่เล็กๆตั้งอยู่ในเขตอัจเมอร์ (Ajmer) ในรัฐราชสถาน (Rajasthan) ของประเทศอินเดีย ลักษณะที่ตั้งของเมืองที่เห็นเด่นชัดคือ มีทะเลสาบพุชการ์ (Pushkar Lake) ตรงกลาง ส่วนบ้านเรือนตั้งอยู่รายรอบทะเลสาบ และถูกโอบล้อมด้วยภูเขา ซึ่งถือว่ามีภูมิประเทศที่สวยงามมาก วิวของทะเลสาบที่มีภูเขาห้อมล้อมเกือบ 360 องศา เป็นภาพที่ชวนให้นักท่องเที่ยวต่างพากันหลงใหลในเมืองเล็กๆ แห่งนี้เลยทีเดียว

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม

พักที่

Pushkar bagh resort  4*  หรือระดับใกล้เคียง    

วันที่แปด        เมืองพุชการ์     เมืองชัยปุระ     

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม    

 

นำท่านกราบองค์พระพรหม เป็นเทพเจ้าสูงสุด (ตรีมูรติ) ในคติของศาสนาฮินดู เป็นเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ ความเมตตา เป็นพระผู้สร้างโลกและให้กำเนิดสิ่งต่าง ๆ ในจักรวาล และให้กำเนิดคัมภีร์พระเวทจากซ้ายบน เทวรูปพระพรหม พระอิศวรและพระอุมาเทวี และศิวลึงค์และโยนีศิลปะเขมรโบราณ.พระพรหมมีสี่พักตร์ พระศอสวมลูกประคำ พระหัตถ์แต่ละข้างถือดอกบัว, คัมภีร์ และหม้อน้ำ มีพาหนะเป็นหงส์ หรือ ห่าน พระชายา คือ พระสุรัสวดี เทพีแห่งศิลปะวิทยาการและความรอบรู้ในคัมภีร์มัตสยาปุราณะเล่าว่า พระพรหมเดิมทีมีถึงห้าพักตร์ การที่มีห้าพักตร์เกิดจาก การที่พระพรหมให้ได้กำเนิดผู้หญิงนางหนึ่งชื่อ ศตรูป ขึ้นมา ความงามของศตรูปทำให้พระองค์หลงใหล เมื่อศตรูปนี้เคลื่อนไปทางใด พระพรหมก็จะหันพระพักตร์เพื่อมองตามไปด้วย แต่ว่ามีครั้งหนึ่งที่พระพรหมไปดูแคลนพระศิวะเข้า ทำให้พระศิวะพิโรธ และใช้ไฟบรรลัยกัลป์จากพระเนตรที่สามที่กลางพระนลาฏเผาพระพักตร์ที่อยู่ด้านบนเศียรของพระพรหม จนเหลือเพียงสี่พักตร์ แต่อีกความเชื่อหนึ่งเล่าว่า เพราะพักตร์ด้านบนของพระพรหมนั้นเจิดจรัสมาก ทำให้พวกสุระและอสุระทนไม่ได้ จึงขอร้องให้พระศิวะเป็นผู้ตัดให้ และชมทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง เมืองพุชการ์นี้เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู ซึ่งมีผู้คนเดินทางมาแสวงบุญอยู่เป็นประจำ ชาวฮินดูนิยมมาที่นี่เพื่ออาบน้ำ ทำพิธีชำระล้างบาปที่ท่าน้ำ (Ghat) ซึ่งอยู่โดยรอบทะเลสาบพุชการ์ (ทำนองเดียวกับที่แม่น้ำคงคา) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นทะเลสาบของเทพเจ้า เพราะมีตำนานหลายเรื่องเล่าสืบต่อกันมาถึงกำเนิดของทะเลสาบพุชการ์แห่งนี้

1. บ้างก็ว่าเกิดจากการที่พระพรหมทิ้งดอกบัวลงมาบนพื้นโลก และได้เกิดเป็นทะเลสาบรองรับดอกบัวนั้นไว้

2. บ้างก็เล่าว่า ตอนที่พระศิวะเสียภรรยาคนแรกไปคือพระนางสตี ก็ทรงโศกเศร้าเสียใจมาก น้ำพระเนตรหลั่งรินไปทั่ว ก่อให้เกิดแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้นสองแห่ง หนึ่งในนั้นคือ ทะเลสาบพุชการ์นั่นเอง

3. บางตำนานกล่าวว่า ที่นี่เป็นจุดที่มหาเทพทำดอกบัวร่วงลงมาบนพื้นโลก และกลายเป็นพระพรหมจึงเปรียบเสมือนเป็นบ้านเกิดขององค์มหาเทพพระพรหมผู้ยิ่งใหญ่

ให้ท่านอิสระมีเวลาช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ตลาดซื้อของที่นี่ราคาแสนถูกมาก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร
บ่าย เดินทางสู่ ชมเมืองจัยปูร์ (นครสีชมพู) เหตุที่เรียกเมืองนี้ว่านครสีชมพูนั้นเพราะเป็นสีที่กษัตริย์พอพระทัยมากและเมื่อครั้งที่เจ้าฟ้าชายแห่งอังกฤษเสร็จเยือนเมืองชัยปุระพระเจ้ารามซิงค์ได้สั่งให้ประชาชนทาสีบ้านเรือนทุกหลังให้เป็นสีชมพูอมส้ม เพื่อต้อนรับเจ้าฟ้าชายแห่งอังกฤษจนทำให้เจ้าฟ้าทรงพอพระทัยมากและถึงกับออกปากเชิญพระเจ้ารามซิงค์ให้เสด็จไปเยือนประเทศอังกฤษ  จัยปูร์ หรือ จัยเปอร์ ท่านมหาราชาไสว ชัย สิงห์ ที่ 2 (Sawei Jai Singh II) เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1727 เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ออกแบบวางผังเมืองได้สวยงาม

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม

พักที่

Crimson park at Jaipur   4*  หรือระดับใกล้เคียง      

วันที่เก้า        เมืองชัยปุระ    กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารที่โรงแรม   จากนั้นนำท่านชม ฮาวามาฮาล “พาเลซออฟวินด์” (Hawa Mahal)พระราชวังแห่งสายลม ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799  โดยมหาราชา ไสว ชัย สิงห์ เป็นอาคาร 5 ชั้นสร้างด้วยหินทรายออกแดงคล้ายสีปูนแห้ง สถาปัตยกรรมสไตล์เปอร์เซียกับโมกุล มีหน้าต่างถึง 953 ช่อง เป็นทั้งช่องลมผ่านและให้หญิงสูงศักดิ์ในราชสำนักแอบมองดูชีวิตความเป็นอยู่ในตัวเมือง รวมทั้งขบวนแห่งต่างๆโดยที่บุคคลภายนอกไม่สามารถมองเห็นสตรีเหล่านั้นได้ และนั่นคือที่มาของคำว่า “ฮาวา” ซึ่งแปลว่าสายลมซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งจัยปูร์เมืองสีชมพู  ชมพระราชวัง แอมเบอร์ฟอร์ท (Amber fort) ซึ่งเดิมเคยเป็นราชธานีของเมืองจัยปูร์ สร้างอยู่บนเนินเขาสูงตรงตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นป้อมปราการเก่าในศตวรรษที่ 11 มาก่อน สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ในปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต Rajput เป็นป้อมปราการเด่นตระหง่านอยู่บนเนินเขา โดยมีทะเลสาบ Maota อยู่เบื้องล่าง แวดล้อมด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่า ทัศนียภาพเมื่อมองลงมาจากป้อมเป็นสิ่งที่น่าประทับใจมาก (นำท่านนั่งรถจิ๊ปขึ้นเพื่อความสะดวกและปลอดภัย)    
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
บ่าย นำท่าน ชมซิตี้พาเลช (City Place) ซึ่งครอบคลุม พื้นที่ถึง 1 ใน 7 ของใจกลางเมือง สร้างตั้งแต่สมัยมหาราชาชัยสิงห์ และต่อเติมกันเรื่อยมาเป็นสถาปัตยกรรมแบบราชสถาน ที่แสดงถึงลักษณะของศิลปะแบบโมกุลปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงของใช้ส่วนพระองค์ของมหาราชาแห่งเมืองจัยปูร์ แม้ยุคนี้จะไม่มีมหาราชาอีกต่อไป แต่ City Palace แห่งนี้ก็ยังเป็นสมบัติส่วนพระองค์ และชาวเมืองจัยปูร์บางส่วนก็ยังนับถือพระองค์อยู่แม้พระองค์จะไม่มีอำนาจใดๆ หอดูดาวจันทรามันตรา (Jantar Mantar observatory) ประเทศอินเดีย เป็นอนุสรณ์สถานทางด้านดาราศาสตร์ ที่สร้างในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 ในเมืองชัยปุระ สร้างโดยมหาราชา ไสวสิงห์ที่ 2 (ค.ศ.1699 – 1743) ผู้มีความสามารถทางด้านดาราศาสตร์แห่งราชวงศ์โมกุล และเป็นผู้สร้างเมืองชัยปุระแห่งนี้ หอดูดาวจันทรามันตรา เป็นหอดูดาวแห่งแรกและเป็น 1 ใน 5 หอดูดาวที่ทรงสร้างขึ้น  มีสภาพสมบูรณ์และมีขนาดใหญ่ที่สุด หอดูดาวอีก 4 แห่งถูกสร้างขึ้นใน เมืองต่างๆ ดังนี้ กรุงนิวเดลี (Delhi) เมืองอุชเชน (Ujjain) เมืองพาราณสี (Varanasi) และ เมืองมธุรา (Matura)ภายในบริเวณหอดูดาวจันทรามันตรา มีสิ่งปลูกสร้างมากมายหลายแบบ โดยใช้อิฐในท้องถิ่นสร้างอย่างถาวร แต่ละแบบจะมีเอกลักษณ์ และลักษณะเฉพาะของตนเอง ออกแบบสำหรับการสังเกตตำแหน่งทางดาราศาสตร์ด้วยตาเปล่าเท่านั้น ซึ่งที่แห่งนี้ยังบอกถึงการรวมหลายๆ สถาปัตยกรรม และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ในสมัยโบราณ เช่น นาฬิกาจากแสงอาทิตย์ การค้นหาเส้นทางจากการตกกระทบของแสง เส้นรุ้งแวง และอื่นๆ โดยเฉพาะนาฬิกาแดด สูงถึง28 ม. ที่ยังเที่ยงตรงอยู่ บอกเวลาที่เมืองจัยปูร์โดยเฉพาะ และมีการตั้งกล้องดูดาวและอุปกรณ์ต่างๆที่ยังใช้ได้จนกระทั่งถึงปัจจุบัน นอกจากนี้พื้นที่บางส่วนของหอสามารถใช้ดูดาวได้ด้วยตาเปล่าได้อีกด้วย
เย็น หลังจากนั้นอิสระช้อปปิ้งตามอัยธยาศัย ที่ตลาดเมืองชัยปุระ

 

รับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหาร

 

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติเมืองชัยปุระ

วันที่สิบ       กรุงเทพฯ

02.15 น.

ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯโดยสายการบิน THAI SMILE   เที่ยวบินที่ WE 0815

08:15 น.

ถึง...ท่าอากาศสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

 

ทัวร์ราชาสถาน ชัยปุระ บิคาเนอร์ จัลซัลแมร์ จ๊อดปูร์ รานักปูร์ อุไดร์ปูร์ พุชการ์  10 วัน 8 คืน   

ตารางวันเดินทาง

วันเดินทาง อากาศสบาย ปลายปีหนาว

จำนวน/ กรุ๊ป

ราคา

พักเดี่ยว

1 – 10  ธันวาคม 61

15 – 20   ท่าน

47,924 บาท

11,000 บาท

25 ธันวาคม 61 – 3 มกราคม 62

15 – 20  ท่าน

49,924 บาท

11,000 บาท

26 ธันวาคม 61 – 4 มกราคม 62

15 – 20  ท่าน

49,924 บาท

11,000 บาท

27 ธันวาคม 61 – 5 มกราคม 62

15 – 20  ท่าน

49,924 บาท

11,000 บาท 

ค่าบริการรวม :

• ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ชัยปุระ– กรุงเทพฯ  โดยสายการบิน THAI SMILE

• ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง ค่าประกันภัยสายการบิน

• ค่าที่พักโรงแรม ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)

• ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ / ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ

• ค่าหัวหน้าทัวร์ที่คอยบริการและดูแลตลอดการเดินทาง และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น

• ค่าพาหนะตลอดการเดินทาง

• น้ำดื่ม 2 ขวด /ท่าน/วัน

• ค่าประกันภัยการเดินทาง วงเงิน 1,000,000 บาท ต่อท่าน

** ค่าวีซ่าอินเดีย

ค่าบริการไม่รวม :

*ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น พนักงานขับรถ 30 เหรียญดอลล่าสหรัฐค่าทิปหัวหน้าทัวร์ รวม 300 บาทต่อท่าน

• พนักงานบริการยกกระเป๋า ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ

• ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (ถ้ามี)

• ค่าทำเอกสารผู้ถือต่างด้าว

• ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย

• ค่าน้ำหนักเกินพิกัด 20 กิโลกรัม ต่อท่าน

•ค่าบริการไม่รวมภาษี 7 %  และภาษี หัก ณ ที่จ่าย 3 %

การชำระเงิน

ทางบริษัทฯ ขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวนเงิน 10,000.- บาท ต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางอย่างน้อย 21  วัน มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด

 

 

ทัวร์ราชาสถาน ชัยปุระ บิคาเนอร์ จัลซัลแมร์ จ๊อดปูร์ รานักปูร์ อุไดร์ปูร์ พุชการ์  10 วัน 8 คืน   
 
การชำระเงิน
ทางบริษัทฯ ขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวนเงิน 10,000.- บาท ต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน ส่วนที่เหลือชำระก่อนการ  เดินทางอย่างน้อย 21วัน มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
 
เงื่อนไขการยกเลิก 
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 5,000 บาท
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-15 วันเก็บค่าบริการทั้งหมด 100 %
 
เงื่อนไขต่างๆ
•บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
•บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
•รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบินเหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯโดยจะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
•บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศเนื่องจาก
มีสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้องหรือความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสียหรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือ บางส่วน
•รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
•บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติหรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
•บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 10 ท่าน
•การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย  •ค่าบริการไม่รวมภาษี 7 %  และภาษี หัก ณ ที่จ่าย 3 %
 
ข้อมูลสำคัญจะถูกส่งไปยังอีเมล์ที่ระบุในแบบฟอร์ม โปรดระบุอีเมล์ที่ใช้งานจริงของคุณ
Booking
  • ระบุวันเดินทาง :
  • ชื่อผู้จอง :
    *
  • อีเมล์
    *
  • เบอร์โทรศัพท์ :
    *
  • รายชื่อผู้โดยสาร :
    ลำดับ ชื่อ-สกุล (ภาษาไทย) ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ) ผู้ใหญ่/เด็ก
    1.
    เพิ่มรายชื่อผู้โดยสาร
  • ความต้องการพิเศษ :
  • รหัสยืนยัน :
เวลาท้องถิ่น :
ASI|IN|IN029|JAIPUR

การขอวีซ่่า

ทัวร์ราชาสถาน ชัยปุระ บิคาเนอร์ จัลซัลแมร์ จ๊อดปูร์ รานักปูร์ อุไดร์ปูร์ พุชการ์  10 วัน 8 คืน   

 

เอกสารใช้ยื่นวีซ่า        

1.      สแกนหน้าหนังสือเดินทางที่มีอายุงานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน

2.      สแกนรูปถ่ายหน้าตรงรูปสี (ที่ไม่ใช่รูปถ่ายเล่น) ขนาด 2x2 นิ้วแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส 2 ใบ พื้นหลังสีขาวเท่านั้น

3.      กรอกแบบฟอร์มข้อมูลวีซ่าอินเดีย

ส่งมาที่ taraarryatravel@gmail.com ทางเราจะยื่นวีซ่า แบบ E VISA