ทัวร์แสวงบุญอินเดียเนปาล ทัวร์สังเวชนียสถาน ทัวร์สังเวช ทัวร์สังเวช นี ย สถาน ทัวร์สังเวช
โปรแกรมทัวร์
ทัวร์เอเชีย : ทัวร์อินเดีย
BD76-WE: ทัวร์แสวงบุญอินเดีย เนปาล ทัวร์สังเวชนียสถาน ทัวร์แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ กุสินารา สถานที่ปรินิพพาน ลุมพินี สถานที่ประสูติ สารนาถ สถานที่ปฐมเทศนา พาราณสี แม่น้ำคงคา ราชคฤห์ นาลันทา หลวงพ่อองค์ดำ ไวสาลี สาวัตถี
  • รหัสทัวร์ :
    BD76-WE
  • ราคา :
    ตุลาคม - ธันวาคม 60/49,900.-
  • ระยะเวลา :
    7 วัน 6 คืน
  • วันเดินทาง :
    ทัวร์แสวงบุญอินเดีย เนปาล ทัวร์สังเวชนียสถาน
    21 – 27 ตุลาคม 60 (วันปิยมหาราช)
    25 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 60
    2 - 8 ธันวาคม 60 (วันพ่อ)
    9 – 15 ธันวาคม 60 (วันพ่อ+วันรัฐธรรมนูญ)
    28 ธันวาคม60-3มกราคม61 (วันปีใหม่)
    30 ธันวาคม60-5มกราคม61 (วันปีใหม่)
  • สายการบิน :
    THAI SMILE
  • รายละเอียดเบื้องต้น :
    ทัวร์แสวงบุญอินเดีย เนปาล ทัวร์สังเวชนียสถาน เมืองไวสาลี ชมกูฏาคารศาลาวัดป่ามหาวัน ชมปาวาลเจดีย์ มหาปรินิพพานสถูป มกุฏพันธเจดีย์ ลุมพินีวัน ชมมายาเทวีวิหาร ชมเสาศิลาจารึกที่พระเจ้อโศกมหาราช วัดไทยลุมพินี เมืองพาราณสี วัดไทยสารนาถ สถูปเจาคันธี ธรรมราชิกสถูป มูลคันธกุฏี ธัมเมกขสถูป พิพิธภัณฑ์สารนาถ ล่องเรือในแม่น้ำคงคา พุทธคยา บ้านนางสุชาดา พระพุทธเมตตา มหาเจดีย์พุทธคยา เมืองราชคฤห์ เขาคิชกูฏ วัดเวฬุวนาราม เมืองนาลันทา มหาวิทยาลัยนาลันทา หลวงพ่อองค์ดำ
  • หมายเหตุ :
    ทัวร์แสวงบุญอินเดีย เนปาล ทัวร์สังเวชนียสถาน ลูกค้าจัดกรุ๊ปส่วนตัว กำหนดวันที่เดินทางเองได้ , ราคาทัวร์นี้รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร หรือตามระบุในรายละเอียด
  • Tag :
แชร์ พิมพ์

 

ทัวร์แสวงบุญอินเดีย เนปาล   ทัวร์สังเวชนียสถาน

สักการะ 4 สังเวชนียสถาน ณ ประเทศอินเดีย เนปาล

โดยสายการบิน THAI SMILE  บินตรงสู่ เมืองพาราณสี

พิเศษ!!! สุดๆ พักที่เมือง พุทธคยา 2 คืน

ลุมพินี ประสูติ พุทธคยา ตรัสรู้ สารนาถ ปฐมเทศนา กุสินารา ปรินิพพาน

ตามรอยบาทพระศาสดาที่ นาลันทา ราชคฤห์ ไวสาลี สาวัตถี

สักครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องไป...

 

ขอนำท่านเดินทางกราบสักการะ 4 สังเวชนียสถาน ตามรอยบาทพระศาสดา ณ ประเทศอินเดีย เนปาล 

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธ จุดกำเนิดศาสนาพุทธทั่วโลก ตามรอยพระบิดาศาสนาของไทย

ในราคาที่พิเศษสุดๆ คุ้มสุดๆ เพื่อให้ทุกท่านได้ไปแสวงบุญร่วมกัน

ไฮไลท์โปรแกรมที่ไม่ควรพลาด สถานที่สำคัญต่างๆของพุทธศาสนา

              ลุมพินี... สถานที่ประสูติของพระสิทธัตถะราชกุมาร จุดแรกของการกำเนิดผู้ที่ประเสริฐที่สุดในโลก  

              พุทธคยา... สถานที่ตรัสรู้ จุดกำเนิดพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สะดือโลก

              สารนาถ... ดินแดนกำเนิดพระสงฆ์องค์แรกในพุทธศาสนา จุดปฐมเทศนาครั้งแรกของชาวพุทธ 

              กุสินารา.... นครแห่งมหาปรินิพพาน ที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ 

              ไวสาลี... เมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี เมืองแห่งการปลงอายุสังขารขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 

              สาวัตถี... เมืองแห่งมหาอุบาสก อุบาสิกา สถานที่พระพุทธเจ้าจำพรรษานานที่สุด

              ราชคฤห์... ดินแดนแห่งการกำเนิดพระสูตร ที่ประชุมสังคายนา เกิดวัดแห่งแรกในพุทธศาสนา 

              นาลันทา... มหาวิทยาลัยอันยิ่งใหญ่แหล่งศึกษาที่เลี่ยงชื่อ มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก       

 

*** พิเศษ!!! ผ้าห่มพระพุทธเมตตาและพระปางปรินิพพาน ให้คณะได้ทำบุญร่วมกัน***

   **พิเศษ** มีบริการอาหารจีนและอาหารไทย      **พิเศษ** บริการผ้ารองนั่งตลอดทริป

**พิเศษ** หัวหน้าทัวร์ผู้ชำนาญเส้นทาง          **พิเศษ** บริการของว่างทุกวันระหว่างเดินทาง

**พิเศษ** มีพระไทยนำสวดมนต์ นั่งสมาธิ ตลอดทริป

รับเลย หนังสือสวดมนต์ ฉบับตามรอยพระศาสดา อินเดีย เนปาล ท่านละ 1 เล่ม   

*** สุดพิเศษ ** เสริมอาหารไทยทุกมื้อแบบจัดเต็ม!!!

อาหารหลัก : อาทิ น้ำพริก ปลาสลิดทอด ปลาทูทอด น้ำพริกกะปิ ปลาทูน่าผัดพริกใบกะเพรา แกงเขียวหวาน แกงส้มกุ้ง กะเพราปลาหมึก พะแนงไก่ ต้มโคล้งปลากรอบ ทอดมันปลากราย ยำปลากระป๋อง เป็ดพะโล้ หรือขาหมูพะโล้ มาม่า เป็นต้น

เครื่องข้าวต้ม : อาทิ หมูหยอง ไข่เค็ม กุนเชียง ผักกาดดอง ไชโป้วหวานผัดไข่ ปลากรอบ ไข่เจียว หมูเส้นฝอย หอยลายกระป๋อง  ไข่เจียว เป็นต้น

เครื่องดื่ม : กาแฟ โอวัลติน ไมโล น้ำมะตูม น้ำเก๊กฮวย น้ำขิง

ขนมหวาน : บัวลอยเผือก บัวลอยรวมมิตร ขนมจีบ ซาลาเปา เป็นต้น

 

ตารางรายละเอียดเที่ยวบิน

วันที่

เส้นทาง

เที่ยวบิน

เวลาออก

เวลาถึง

วันที่ 1

กรุงเทพฯ – พาราณสี

WE 327

1150

1515

วันที่ 7

ลัคเนาว์ – กรุงเทพฯ

WE 334

1320

1840

 

 

ตารางกำหนดวันเดินทาง

กำหนดการเดินทาง

ค่าบริการท่านละ

พักเดี่ยว จ่ายเพิ่ม

ขนาดกรุ๊ป

21 – 27 ตุลาคม 60 (วันปิยมหาราช)

49,900 บาท ต่อท่าน

9,500  บาท

20 ท่าน

25 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 60

49,900  บาท ต่อท่าน

9,500 บาท

20 ท่าน

2  - 8 ธันวาคม 60 (วันพ่อ)

52,900บาท ต่อท่าน

9,500 บาท

20 ท่าน

9 – 15 ธันวาคม 60 (วันพ่อ+วันรัฐธรรมนูญ)

49,900 บาท ต่อท่าน

9,500 บาท

20 ท่าน

28 ธันวาคม60-3มกราคม61 (วันปีใหม่)

บาท ต่อท่าน

9,500 บาท

20 ท่าน

30 ธันวาคม60-5มกราคม61 (วันปีใหม่)

บาท ต่อท่าน

9,500  บาท

20 ท่าน

 
 
 

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก : กรุงเทพฯ   เมืองพาราณสี ชมพิธี อารตีบูชา

08.30 น.

คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 2 แถว C  เคาน์เตอร์ สายการบิน THAI SMILE   เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง (แนะนำให้โหลดของที่ไม่จำเป็นลงใต้ท้องเครื่อง เพราะเจ้าหน้าที่อินเดียตรวจค่อนข้างละเอียด เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา แนะนำให้ถือเฉพาะกระเป๋าถือและของมีค่าขึ้นเครื่องเท่านั้นค่ะ)

11.50 น.

ออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี โดยสายการบิน THAI SMILE   เที่ยวบินที่ WE 327

15.15 น.

ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเมืองพาราณสี (เวลาอินเดียช้ากว่าไทยประมาณชั่วโมงครึ่ง) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง  จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี หรือ วาราณสี  ดินแดนแห่งการแสวงบุญชำระบาปของชาวฮินดู มรดกโลกที่มีชีวิตสี่พันปีของอินเดียและเป็นเมืองหลวงแคว้นกาสี มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 4,000 ปี จัดเป็นเมืองสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพและถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดีย เป็นที่แสวงบุญทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก

18.00 น.

นำท่านชมพิธี อารตีบูชา” หรือการ “บูชาไฟ” ริมฝั่งแม่น้ำคงคา  อารตี(พิธีบูชาไฟ) ในคัมภีร์ฤคเวทย์ กล่าวถึง การบูชาไฟ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่เด่นที่สุด เพื่อขอพรจากพระเป็นเจ้าให้ทรงมอบความสุขและความโชคดีให้แก่ผู้ที่บูชานั้น เครื่องสังเวยที่ใช้ในการบูชาไฟของพราหมณ์ คือ บูชาด้วยอาหารที่หุงต้มแล้ว โดยจัดทำภายในบ้านประกอบด้วย น้ำนม เมล็ดข้าว เนยแข็ง เหล้าโสม (กลั่นจากต้นไม้) ดอกไม้ เป็นต้น เมื่อทำพิธีกรรมให้นำอาหารเหล่านี้ใส่ลงไปในกองไฟ พร้อมสวดสรรเสริญพระเป็นเจ้า บูชาสังเวยไฟด้วยชีวิต เครื่องสังเวยชีวิต เป็นต้นว่าสัตว์ 4 เท้า หรือสัตว์ปีก รวมถึงมนุษย์ ซึ่งเป็นวิวัฒนาการของศาสนาพราหมณ์ในช่วงต้นคริสต์สักราช เรียกในนามศาสนาฮินดู สัตว์ที่ใช้ในพิธีกรรม เช่น แพะ แกะ ควาย ไก่ นก เป็นต้น โดยการนำเลือดสดๆ ใส่ลงไปในกองไฟที่กำลังลุกไหม้ บูชาสังเวยด้วยน้ำโสม (เหล้าโสมที่กลั่นจากต้นไม้ชนิดหนึ่ง) การเตรียมสถานที่ทำพิธี พระฮินดูผู้ทำพิธีจะพิจารณาเลือกที่ที่จะก่อไฟศักดิ์สิทธิ์ (เรียกว่า กองกูณฑ์) โดยจะใช้มีดปลายแหลม หรือไม้ ทำการขีดลงบนพื้นดิน 3 ขีด เพื่อเลือกสถานที่หลังจากนั้นก็จะขุดดินบริเวณนั้นให้เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสตกแต่งผิวรอบๆ ให้เรียบ จากนั้นก็จะนำน้ำศักดิ์สิทธิ์มาเทราดในนั้นแล้วรอจนแห้งสนิทต่อมาก็เริ่มพิธีกรรมบูชาไฟ ในอินเดียเวลามีการทำพิธีกรรมบูชาไฟ เครื่องสังเวยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ หญ้าคา เชื่อว่าเป็นหญ้าศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวข้องกับพระเป็นเจ้า จึงต้องนำเอาหญ้าคามาเป็นเครื่องสังเวยด้วย หญ้าคา ในทางศาสนาพราหมณ์มีความเกี่ยวข้องกันคือ อาสนะที่ประทับของพระศิวะบนเขาไกรลาสทำด้วยสิ่งนี้ ชาวฮินดูลัทธิศิวนิกายที่นับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด จะนำหญ้าคามาเพื่อเป็นเครื่องบูชา    

ค่ำ

บริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารในโรงแรม

พักที่

พักที่  AMAYAA HOTEL  VARANASI    ระดับ 4  ดาว หรือใกล้เคียง

วันที่สอง:    เมืองพาราณสี      ตำบลพุทธคยา บ้านนางสุชาดา

เช้า

บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม 

 

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองสารนาท (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) นำท่านชม สถูปเจาคันธี ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์ที่ปัญจวัคคีย์ได้พบกับพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก ชม ธรรมราชิกสถูป เป็นสถูปที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาก่อน ชมมูลคันธกุฏี สถานที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาแรกและพรรษาที่ 12 ชมยสเจดีย์ สถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมให้กับยสกุลบุตร นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิที่ ธัมเมกขสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทายวันสถานที่แสดงปฐมเทศนา ธรรมจักกัปปวัตนสูตรโปรดเบญจวัคคีย์ทั้งห้า    

เที่ยง บริการอาหารกลางวันที่วัดไทยสารนาถ อาหารไทย 
บ่าย 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ตำบลพุทธยาตำบลพุทธคยา  (เดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) พุทธสถานสำคัญใน อำเภอคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ เนื่องจากเป็นที่ตั้งสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธสังเวชนียสถานที่มีความสำคัญที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก

บ่าย

บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ ไม่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ในการถ่ายรูป ต้องเก็บโทรศัพท์ไว้ในรถเท่านั้น แต่สามารถใช้กล้องถ่ายรูป  

กราบสักการะพระพุทธเมตตา ในวิหารมหาเจดีย์พุทธคยา พระพุทธปฏิมากรปางมารวิชัยที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำในสมัยปาละอายุกว่า 1400 ปี    หลวงพ่อพระพุทธเมตตา ถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน ประดิษฐานภายในเจดีย์พุทธคยา ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 147เซนติเมตร สูง 165 เซ็นติเมตร  ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ซึ่งได้รอดพ้นจากการถูกทำลายได้ ในศตวรรตที่ 13 มีกษัตริย์ฮินดูนามว่าพระเจ้าสาสังกา ของรัฐเบงกอล ที่ไม่ต้องการที่จะอยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นมคธ ซึ่งมีพระเจ้าปุรณวรมา เป็นผู้ปกครองในสมัยนั้น ต้องการประกาศตนเป็นอิสระ จึงได้กรีฑาทัพมาทำลายจุดศูนย์กลางของแคว้นมคธ คือบริเวณดินแดนแห่งต้นพระศรีมหาโพธิ์ทันที ด้วยหมายจะทำลายขวัญของกษัตริย์และประชาชนเสียก่อน แล้วจึงค่อยยกทัพไปตีเมืองหลวงในขั้นต่อไป เพราะบริเวณพุทธคยานี้มีต้นพระศรีมหาโพธิ์และพระพุทธเมตตาเป็นหัวใจสำคัญที่ชาวพุทธให้ความเคารพนับถือกราบไหว้บูชากันมาก ทำให้การขยายตัวทางพระพุทธศาสนาได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น   สักการะมหาเจดีย์พุทธคยาที่บูรณะในสมัยพระเจ้าอโศก บริเวณนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของโลกหรือเป็นสะดือของโลกสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า พระมหาเจดีย์พุทธคยานี้ ก่อสร้างด้วยหินทรายสีน้ำตาลนวล มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม จัตุรัสยอด แหลมคล้ายยอดพระเจดีย์ทั่วไป มีความสูงประมาณ 170 ฟุต ฐานวัดโดยรอบได้ 121 เมตร พระเจ้าหุวิชกะ ทรงสร้างต่อมาจากสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชและมีการซ่อมแซมบูรณะโดยท่านผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเรื่อยมานอกจากนี้ ยังมีองค์เจดีย์เล็กๆ ลดหลั่นกันไปอยู่โดยรอบพระเจดีย์องค์ใหญ่ จึงทำให้พระเจดีย์มีความงามยิ่งขึ้น มีห้องสำหรับปฏิบัติธรรมอยู่ชั้นบน 

สักการะสัตตมหาสถานในบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์

สัปดาห์ที่ 1 เสด็จประทับภายใต้ร่มไม้มหาโพธิ์ เสวยวิมุตติสุขตลอด 7 วัน

สัปดาห์ที่ 2 เสด็จประทับ ณ อนิมิสเจดีย์ ทรงยืนจ้องพระเนตรดูต้นมหาโพธิ์โดยมิได้กะพริบพระเนตรตลอด 7 วัน 

สัปดาห์ที่ 3 เสด็จประทับ ณ รัตนจงกรมเจดีย์ ทรงนิมิตจงกรมขึ้น แล้วเสด็จจงกรมอยู่ที่นี้เป็นเวลา 7 วัน

สัปดาห์ที่ 4 เสด็จประทับ ณ รัตนฆรเจดีย์ เสด็จไปทางทิศพายัพ แห่งต้นศรีมหาโพธิ์ ประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วซึ่งเทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรมตลอด 7 วัน 

สัปดาห์ที่ 5 เสด็จไปประทับใต้ร่มไม้ไทร โดยมีชื่อว่า อชปาลนิโครธ ซึ่งเป็นที่พักของคนเลี้ยงแกะ ทรงถูกธิดาทั้งสามของพญามารวัสตีใช้กริยาอิตถีสตรียั่วพระพุทธองค์ให้หลงแต่ไม่สำเร็จ พระพุทธองค์ทรงขับไล่ธิดาทั้งสามออกไปเสีย  

สัปดาห์ที่ 6 เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิภายใต้ร่มไม้จิก โดยมีชื่อว่า มุจลินท์ ทางทิศอาคเนย์แห่งต้นมหาโพธิ์ ตอนนั้นเกิดฝนตกลงมาเป็นเวลา 7 วัน พญานาคตนหนึ่งมีนามว่า พญามุจลินท์นาคราช เกิดความเลื่อมใสจึงได้แผ่พังพานป้องพระพุทธเจ้าเป็นเวลา 7 วัน เมื่อฝนหยุดตก พญานาคก็คลายขนดจำแลงกายเป็นมานพ เข้าไปถวายอัญชลีเฉพาะพระพักตร์และจากไป   

สัปดาห์ที่ 7 เสด็จไปประทับภายใต้ร่มไม้เกดโดยมีชื่อว่า ราชายตนะ ประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขตลอด 7 วัน  

นำคณะถวายผ้าป่า ณ วัดไทยพุทธภูมิ

ค่ำ

บริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม

พักที่

พักที่ HOTEL TAJ DARBAR หรือระดับใกล้เคียง เมืองพุทธคยา

วันที่สาม  :  ตำบลพุทธคยา   เมืองนาลันทา หลวงพ่อองค์ดำ  เมืองราชคฤห์  ตำบลพุทธคยา  

เช้า

บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม  เดินทางสู่ เมืองนาลันทา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)นำท่านชม มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกเดิมเป็นสวนมะม่างของทุสสปาวริกเศรษฐีได้อุทิศถวายแก่พระพุทธเจ้าในยุคหลังที่กษัตริย์อินเดียราชวงศ์คุปตะทรงเข้ารับอุปถัมภ์ ชมสถูปปรินิพพานของพระสารีบุตร นำท่านสักการะหลวงพ่อองค์ดำที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนาลันทา สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองราชคฤห์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) มหานครมหาแห่งแคว้นมคธ จัดว่าเป็นนครใหญ่ 1 ใน 6 นครของอินเดียโบราณ ในหนังสือรามเกียรติ์เรียกเมืองนี้ว่า วสุมาตี  นำท่านชมเขาคิชกูฏ (ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 30 นาที) หนึ่งในเบญจคีรี ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ชมมูลคันธกุฏี สถานที่สำคัญสุดที่ชาวพุทธเมื่อขึ้นเขาคิชกูฏต้องกำหนดไว้คือการไหว้พระสวดมนต์ ทำสมาธิ ณ มูลคันธกุฏี สถานที่ที่เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ชมถ้ำสุกรขาตา สถานที่ที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ นมัสการ ถ้ำพระโมคคัลลานะ กุฏีของพระอานนท์ นำท่านชม วัดชีวกัมพวันหรือวัดสวนมะม่วงโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลกและชมเรือนคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร จากนั้นนำท่านชมวัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาเดิมเป็นสวนไม้ไผ่ของพระเจ้าพิมพิสาร พระองค์ถวายเป็นอารามแด่พระพุทธเจ้าและเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์ 1250 องค์ มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกญฑัญญะ พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่นานในพรรษาที่ 2 – 4

เที่ยง

บริการอาหารกลางวันที่ห้องอาหารของโรงแรม

บ่าย

นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองคยา นำท่านชมบ้านนางสุชาดาหรือสุชาฏากุฏี  ธิดากฎุมพีแห่งตำบลอุรุเวลาเสนานิคมผู้ถวายข้าวมธุปายาสอันประณีตแด่มหาบุรุษก่อนการตรัสรู้ ชมวิวทิวทัศน์ริมฝั่ง แม่น้ำเนรัญชราบริเวณท่าสุปปติฏฐะ สถานที่พระมหาบุรุษได้อธิษฐานลอยถาดทองริมฝั่งแม่น้ำ     นำท่านชมวัดพุทธนานาชาติ อยู่ในเขตปริมณฑลพุทธคยา เป็นเหมือนมหาสังฆารามที่รวบรวมวัดเล็กวัดน้อยเข้าไว้ในอาณาบริเวณเดียวกัน โดยประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาทั้งสายมหายาน และเถรวาท ต่างมีศรัทธามาสร้างวัดขึ้น ด้วยมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมของประเทศตน จะเรียกว่าเป็นอาณาจักรแห่งพุทธศาสนิกนานาชาติก็ว่าได้ ประกอบไปด้วยวัดต่างๆ สายเถรวาท มี วัดไทย วัดพม่า วัดลังกา วัดสงฆ์อินเดีย วัดโพธิ์คำอัสสัม วัดสงฆ์บังคลาเทศ สายมหายานมี วัดจีน วัดธิเบต วัดญี่ปุ่น วัดเวียตนาม วัดเกาหลี วัดภูฏาน วัดสิกขิม เป็นต้น

อิสระช้อปปิ้งตามอัสยาศัย หรือท่านจะ เข้ากราบสักการะ พระพุทธเมตตาหรือต้นพระศรีมหาโพธิ์

ค่ำ

บริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม

พักที่

พักที่ HOTEL TAJ DARBAR หรือระดับใกล้เคียง เมืองพุทธคยา

วันที่สี่   :   เมืองพุทธคยา   เมืองไวสาลี  พระมหาสถูปแห่งเกสริยา   เมืองกุสินารา

เช้า

บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมืองไวสาลี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3  ชั่วโมง) เมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งใน 16 แคว้นของชมพูทวีป เวสาลี หรือ ไวศาลี คือเมืองโบราณในสมัยพุทธกาล มีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของคณะเจ้าลิจฉวี ที่มีปกครองแคว้นวัชชีด้วยระบอบคณาธิปไตยแห่งแรก ๆ ของโลก เมืองนี้เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่งในสมัยพุทธกาล เป็นเมืองที่มั่นแห่งสำคัญของพระพุทธศาสนาในสมัยนั้น โดยพระพุทธเจ้าเคยเสด็จเยี่ยมเมืองแห่งนี้ในปีที่ 5 หลังการตรัสรู้ ตามการกราบบังคมทูลเชิญจากเจ้าผู้ครองแคว้น และในช่วงหลังพุทธกาล เมืองแห่งนี้ได้ตกเป็นของแคว้นมคธโดยการนำของพระเจ้าอชาตศัตรูพระราชาแห่งเมืองราชคฤห์ และหลังการล่มสลายของราชวงศ์พิมพิสารในเมืองราชคฤห์ พระราชาองค์ต่อมาจึงได้ย้ายเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธมายังเมืองเวสาลี ทำให้เมืองแห่งนี้เจริญถึงขีดสุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองนี้ได้เป็นสถานที่ทำทุติยสังคายนาของพระพุทธศาสนา ก่อนที่จะเสื่อมความสำคัญและถูกทิ้งร้างลงเมื่อมีการย้ายเมืองหลวงของแคว้นมคธไปยังเมืองปาฏลีบุตรหรือเมืองปัตนะอันเป็นเมืองหลวงของรัฐพิหารในปัจจุบัน ปัจจุบันเมืองเวสาลีเป็นซากโบราณสถานอยู่ที่ตำบลบสาร์ท หรือเบสาร์ท ในจังหวัดไวศาลี ที่เขตติดต่อของอำเภอสดาร์ กับ  ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ทำการจังหวัด เมืองเวสาลี ชมกูฏาคารศาลาวัดป่ามหาวัน อารามที่กษัตริย์ลิจฉวีสร้างถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ในป่ามหาวันทางเหนือของอาณาจักรวัชชีในป่าหิมาลัยและพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ในพรรษาที่ 5 ชมเสาอโศกที่มีรูปสิงห์อยู่ในลักษณะนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกที่สมบูรณ์ที่สุด ปัจจุบันเหลือเพียงซากโบราณสถานที่ประกอบไปด้วยสังฆาราม ห้องพัก ห้องประชุม  ชมปาวาลเจดีย์ สถานที่พระยามารได้เข้ามากราบทูลขอให้พระองค์เสด็จปรินิพพานสถานที่พระพุทธองค์ทรงปลงอายุสังขาร พุทธวาจาในวันปลงอายุสังขาร “สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมเป็นธรรมดา ขอท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด ชนเหล่าใดทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ทั้งพาล ทั้งบัณฑิต ทั้งมั่งมี ทั้งขัดสน ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า”  ชมมหาสถูปแห่งเกสปุตตนิคม หรือพระมหาสถูปแห่งเกสริยา ปัจจุบันเกสปุตตนิคมถูกเรียกเพี้ยนไปเป็นเกสเรียหรือเกสริยา เดิมไม่เป็นที่รู้จักและไม่เป็นจุดสำหรับจาริกแสวงบุญของชาวพุทธ แต่หลังจากกองโบราณคดีอินเดียได้ขุดค้นเนินดินใหญ่พบพระมหาสถูปโบราณ ที่มีความเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 1,400 ฟุต สูงถึง 51 ฟุต (เดิมอาจสูงถึง 70 ฟุต) ซึ่งทำให้มหาสถูปโบราณที่ค้นพบใหม่นี้กลายเป็นมหาสถูปที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีลักษณะคล้ายกับเจดีย์ชเวดากองและพระมหาสถูปบุโรพุทโธ ซึ่งทำให้มีผู้สันนิษฐานว่ามหาสถูปแห่งเกสริยานี้เป็นต้นแบบของมหาสถูปทั้งสอง และนอกจากนี้ ในบริเวณไม่ไกลจากมหาสถูปแห่งเกสริยา นักโบราณคดีอินเดียได้พบเสาหินพระเจ้าอโศกที่สมบูรณ์ที่สุด ที่ยังคงเหลือหัวสิงห์บนยอดเสา เช่นเดียวกับที่เมืองเวสาลีอีกด้วย

เที่ยง

บริการอาหารกลางวันที่ห้องอาหาร

บ่าย

ออกเดินทางสู่เมืองกุสินารา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) นครแห่งมหาปรินิพพาน เคยเป็นเมืองหลวงของแคว้นมัลละ 1 ในอาณาจักรแห่งมหาชนบท 16 แคว้นของอินเดียส่วนเหนือ เป็นสถานที่ปรินิพพาน สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ สถานที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ เป็นฐานแห่งแสงสว่างทางศรัทธาและปัญญาที่มั่นคง

ค่ำ

บริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม

พักที่

พักที่ HOTEL LOTUS NIKKO หรือระดับใกล้เคียง เมืองกุสินารา 

วันที่ห้า : เมืองกุสินารา  มหาปรินิพพานสถูป พุทธวิหารปรินิพพาน มกุฏพันธเจดีย์   เมืองลุมพินี

เช้า

บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม  นำท่านกราบสักการะสังเวชนียสถานแห่งสุดท้ายที่มหาปรินิพพานสถูป สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละคู่ เป็นพุทธสถานที่พระพุทธเจ้าประทานการบวชให้สาวกองค์สุดท้าย เป็นที่ตรัสเทศนา ปัจฉิมโอวาทสุดยอดแห่งพระธรรมคำสอนคือความไม่ประมาท ชมพระสถูปปรินิพพาน นำท่านชม พุทธวิหารปรินิพพาน ซึ่งภายในพระวิหารเป็นปฏิมากรรมพระพุทธปางปรินิพพานเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์ที่กำลังเสด็จดับขันธปรินิพพานโดยมีนางมัลลิกา พระอนุรุทธ พระอานนท์อยู่ในภาวะโศรกเศร้า  ชมสถูปพระอานนท์ ที่สร้างขึ้นบริเวณที่สันนิษฐานว่าพระอานนท์ยืนร้องไห้ ชม พราหมณ์เจดีย์ ซึ่งเป็นสถานที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ และกราบสักการะ มกุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ  นำคณะถวายผ้าป่า ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์

11.00 น.

บริการอาหารกลางวันที่ห้องอาหารของโรงแรม

บ่าย

นำท่านออกเดินทางสู่ ลุมพินีวัน (ใช้เวลาเดินทาง 4 – 5 ชั่วโมง) ในเขตประเทศเนปาล ผ่านเมืองโครักข์ปูร์และผ่านเมืองชายแดนโสเนาวลีของอินเดียเข้าสู่เมืองสิทธารัตถะของเนปาลสถานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ ถึงพรมแดนอินเดีย-เนปาล ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเดินทางเข้าสู่เมืองสิทธารัตถะนำท่านชม มหาสังฆารามอนุสรณ์ สถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่สวนลุมพินี ชมมายาเทวีวิหาร ภายในมีรูปพระนางสิริมหามายาเทวีแกะสลักด้วยหินเป็นรูปพระพุทธมารดายืนประทับเหนี่ยวกิ่งสาละอยู่พร้อมกับพระสนมและข้างหน้าเป็นรูปเจ้าชายสิทธัตถะกุมารกำลังก้าวพระบาทไปบนดอกบัว ชม สระสรงสนานธารโบกขรณี  ชมเสาศิลาจารึกที่พระเจ้าอโศกมหาราช ปักไว้ตรงที่ประสูติ ของพระสิทธัตถราชกุมาร โดยมีอักษรพรหมีจารึกไว้ ชมวัตถุสถานเสนาสนะสงฆ์และเจดีย์ สถานที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้สร้างไว้ เป็นพุทธบูชาตลอดมาไม่ขาดสายตั้งแต่โบราณกาล  นำคณะถวายผ้าป่า ณ วัดไทยลุมพินี ซึ่งจัดสร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพุทธบริษัทแห่งประเทศไทย 

ค่ำ

บริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม

พักที่

พักที่ HOTEL NEW  CYSTAL  หรือระดับใกล้เคียง เมืองลุมพินี

วันที่หก   : เมืองลุมพินี    เมืองสาวัตถี  วัดเชตวัน กุฎิพระพุทธเจ้า พระโมคคัลลา พระสิวลี 

เช้า

บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองสาวัตถี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง) ในสมัยพุทธกาล เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล 1 ใน 16 แคว้น เป็นเมืองที่ใหญ่พอกับเมืองราชคฤห์และพาราณสี เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าขายและเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง 25 พรรษา รวมทั้งเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงที่สุด ปัจจุบันเมืองนี้เหลือเพียงซากโบราณสถาน ชมวิถีชีวิตชนบทของประเทศอินเดียระหว่างเดินทาง

11.00 น.

บริการอาหารกลางวันที่ห้องอาหารของโรงแรม เมืองลุมพินี

บ่าย

นำท่าน ชมวัดเชตวันวิหาร เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและเป็นวัดที่พระพุทธเจ้ารวมทั้งพระอรหันต์ได้จำพรรษาอยู่นานที่สุดถึง 19 พรรษา สร้างโดยอนาถบิณฑิกมหาเศรษฐีเป็นชาวเมืองสาวัตถีไปค้าขายที่เมืองราชคฤห์ได้พบพระบรมศาสดาที่สีตะวันเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธธรรม เมื่อกลับมาจึงไปขอซื้อป่าไม้ของเจ้าเชตเพื่อสร้างอารามถวาย กล่าวกันว่าต้องขนเงินมาปูพื้นที่ให้เต็มสวนจึงจะซื้อที่ดินมาสร้างวัดถวายแด่พระพุทธเจ้าได้เพราะในสมัยนั้นดินแดนทุกแห่งเป็นของผู้ที่นับถือศาสนาพราหมณ์  นำท่านกราบสักการะต้นโพธิ์พระอานนท์ซึ่งถือว่าอายุกว่า 2500 ปีซึ่งเป็นอายุยาวนานที่สุดในโลกร่วมกับต้นโพธิ์ที่เมืองอนุราธปุระประเทศศรีลังกา สักการะมูลคันธกุฏีของพระพุทธเจ้า กุฎิพระโมคคัลลา กุฎิพระสารีบุตร กุฎิพระสิวลี กุฎิพระอานนท์ และสถูปที่บรรจุสารีริกธาตุของพระอรหันต์ ชมบ่อน้ำที่พระพุทธเจ้าใช้เป็นที่สรงน้ำตลอดระยะเวลาที่จำพรรษาอยู่ จากนั้นนำท่าน ชมบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เศรษฐีองคมนตรีที่ปรึกษาเศรษฐกิจของพระเจ้าปเสนทิโกศล ชมบ้านปุโรหิตบิดาขององคุลีมา, เนินดินที่พระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์   นำคณะถวายผ้าป่า ณ วัดไทยเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี   

ค่ำ

บริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม

พักที่

TULIP INN LUCKNOW หรือระดับใกล้เคียง  เมืองลักเนาว์

วันที่เจ็ด:    เมืองสาวัตถี   เมืองลัคเนาว์   กรุงเทพฯ    

เช้า

บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังจากนั้นเดินทางสู่เมืองลัคเนาว์ เป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย มีประชากรหนาแน่นมาก ประมาณ 2.7 ล้านคน และถือเป็นเมืองสายหลักของชุมนุมทางรถไฟที่จะเชื่อมต่อไปรัฐอื่นๆ อีกมากมาย ลัคเนาว์ยังเป็นสถานที่จุดประกายการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของอินเดียยุคใหม่ นับตั้งแต่การทำข้อตกลงลัคเนาว์ ค.ศ. 1916 (สมัยรัชกาลที่ 7) ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างพรรคคองเกรสแห่งชาติ กับพรรคสันนิบาตมุสลิมภายใต้การนำของนายมูฮัมเหม็ด อาลี จินนะห์ เพื่อเรียกร้องให้อังกฤษยอมผ่อนปรนอำนาจในการปกครองให้แก่ชาวอินเดียมากขึ้น และขบวนการคิลาฟัต ซึ่งเป็นขบวนการที่มุ่งจะริดรอนอิทธิพลของรัฐบาลอังกฤษในอินเดียและปกป้องอาณาจักรออตโตมานภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับมหาตมะ คานธี และนักการเมืองปัญญาชนอื่นๆ หลายท่าน

 

นำท่านออกเดินทางสู่สนามบินเมืองลักเนาว์ เพื่อเดินทางสู่เมืองเดลลี

13.20 น.

ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน THAI SMILE  เที่ยวบินที่ WE 334

18.40 น.

ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมอิ่มบุญถ้วนหน้า

heartheartheart Have A Good Trip heartheartheart

กราบขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจเลือกใช้บริการ 

บริษัท ธารา อารยะ แทรเวล   

โปรดทำความเข้าใจและยอมรับเงื่อนไข

 กรุ๊ปคอนเฟริมออกเดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป มีหัวหน้าทัวร์คนไทยเดินทางไป-กลับ พร้อมคณะ หากคณะเดินทาง 10-14 ท่าน ออกเดินทาง ไม่มีหัวหน้าทัวร์คนไทย

หากต้องการ หัวหน้าทัวร์คนไทย ทางบริษัทฯ ขอเก็บเพิ่ม 3,000 บาท/ท่าน

ทัวร์แสวงบุญอินเดีย เนปาล   ทัวร์สังเวชนียสถาน

*** อัตราค่าบริการท่านละ ***

 
 
 
 

หมายเหตุ :

1. กรุ๊ปคอนเฟริมออกเดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป มีหัวหน้าทัวร์คนไทยเดินทางไป-กลับ พร้อมคณะ

2. หากคณะเดินทาง 10-14 ท่าน ออกเดินทาง ไม่มีหัวหน้าทัวร์คนไทย หากต้องการ หัวหน้าทัวร์คนไทย ทางบริษัทฯ ขอเก็บเพิ่ม 3,000 บาท/ท่าน

 

ค่าบริการรวม :

1. ตั๋วโดยสารเครื่องบินชั้นประหยัดเส้นทาง กรุงเทพฯ- พาราณสี// ลักเนาว์-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน THAI SMILE  

2. ค่าภาษีสนามบิน ค่าประกันสายการบินและภาษีน้ำมันของสายการบิน ณ วันที่ 10 มกราคม 2560 

3. ค่าโรงแรมที่พัก ตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (สองท่านต่อหนึ่งห้อง)

4. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามรายการระบุ

5. ค่าอาหารทุกมื้อตามรายการที่ระบุ

6. ค่ารถรับส่งและระหว่างการนำเที่ยวตามรายการระบุ

7. ค่าวีซ่าเข้าประเทศอินเดียและเนปาล

8. หัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย ผู้ชำนาญโปรแกรมดูแลท่านตลอดทริป

9. ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท

10. น้ำดื่มวันละ 2 ขวด /ท่าน/วัน

 

ค่าบริการไม่รวม :

1. ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น พนักงานขับรถ 40 เหรียญดอลล่าสหรัฐ/ต่อท่าน

2. ค่าทิปหัวหน้าทัวร์วันละ 500  บาทต่อท่าน

3. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ

4. ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (ถ้ามี)

5. ค่าทำเอกสารผู้ถือต่างด้าว

6. ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย

7. ค่าน้ำหนักเกินพิกัด 20 กิโลกรัม ต่อท่าน

8. ค่าบริการไม่รวมภาษี 7 %  และภาษี หัก ณ ที่จ่าย 3 %

การชำระเงิน

1. ทางบริษัทฯ ขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวนเงิน 10,000.- บาท ต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน

2. ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางอย่างน้อย 21 วัน มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด

 

การยื่นวีซ่าประเทศอินเดีย ใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วันทำการ (ไม่นับรวม วันเสาร์,วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ทัวร์แสวงบุญอินเดีย เนปาล   ทัวร์สังเวชนียสถาน

เงื่อนไขการยกเลิก

1. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)

2. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 5,000 บาท

3. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-15 วัน เก็บค่าบริการทั้งหมด 100 %

เงื่อนไขต่างๆ

1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

2. บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

3. รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบินเหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯโดยจะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

4. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศเนื่องจากมีสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้องหรือความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสียหรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือ บางส่วน

5. รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

6. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติหรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

7. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน

8. การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย

ข้อมูลสำคัญจะถูกส่งไปยังอีเมล์ที่ระบุในแบบฟอร์ม โปรดระบุอีเมล์ที่ใช้งานจริงของคุณ
Booking
  • ระบุวันเดินทาง :
  • ชื่อผู้จอง :
    *
  • อีเมล์
    *
  • เบอร์โทรศัพท์ :
    *
  • รายชื่อผู้โดยสาร :
    ลำดับ ชื่อ-สกุล (ภาษาไทย) ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ) ผู้ใหญ่/เด็ก
    1.
    เพิ่มรายชื่อผู้โดยสาร
  • ความต้องการพิเศษ :
  • รหัสยืนยัน :
เวลาท้องถิ่น :
ASI|IN|IN005|GAYA

การขอวีซ่่า

ทัวร์แสวงบุญอินเดีย เนปาล   ทัวร์สังเวชนียสถาน

เอกสารประกอบการยื่นวีซ่าประเทศอินเดียและประเทศเนปาล

1. หนังสือเดินทางที่มีอายุงานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (ในกรณีลูกค้าเคยเดินทางเข้าอินเดียแล้ว ให้แนบวีซ่าตัวเก่ามาให้ด้วยค่ะ)

2. รูปถ่ายขนาด 2x2 นิ้วแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสเท่านั้น พื้นหลังสีขาวเท่านั้น จำนวน 2 รูป(ความกว้างและความยาวของรูปภาพ ด้านละ 2 นิ้ว) หากท่านส่งรูปมาไม่ถูกต้องตามที่บริษัทฯแจ้งไว้ทางบริษัทฯขอเรียกเก็บค่าทำรูปท่านละ 350 บาทเนื่องจากบริษัทฯต้องดำเนินการทำรูปด่วนให้ท่านใหม่เพื่อให้ทันต่อการยืนขอวีซ่า

3. สำเนาบัตรประชาชนพร้อมเซ็นต์สำเนาถูกต้อง

4. กรอกแบบฟอร์มข้อมูลวีซ่าอินเดีย ตามแบบฟอร์มท้ายโปรแกรมทัวร์

การยื่นวีซ่าประเทศอินเดีย ใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วันทำการ (ไม่นับรวม วันเสาร์,วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)