ทัวร์อิหร่าน ทัวร์อิหร่านราคาถูก โปรแกรมทัวร์อิหร่าน
โปรแกรมทัวร์
ทัวร์เอเชีย : ทัวร์อิหร่าน
IR9-TG ทัวร์อิหร่าน เตหะราน อีสฟาฮาน
  • รหัสทัวร์ :
    IR9-TG
  • ราคา :
    15 -23 เมษายน 61 / 74,924.-
  • ระยะเวลา :
    9 วัน 7 คืน
  • วันเดินทาง :
    15 - 23 เมษายน 2561


  • สายการบิน :
    สายการบินไทย
  • รายละเอียดเบื้องต้น :
    ทัวร์อิหร่าน กรุงเตหะราน-มาซูเล่ห์- ชีราซ- เปอร์ซีโปลีส-ยาซด์ –นาอิน-อิศฟาฮาน-อะบียาเน่ห์- คาชาน
  • หมายเหตุ :
    ทัวร์อิหร่าน ลูกค้าจัดกรุ๊ปส่วนตัว กำหนดวันที่เดินทางเองได้ , ราคาทัวร์นี้รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร หรือตามระบุในรายละเอียด
  • Tag :
ดาวน์โหลด แชร์ พิมพ์

อิหร่าน 9วัน  7คืน 

บินตรงสู่อิหร่านด้วยสายการบินไทยแอร์เวย์ (TG)

อิหร่าน ดินแดนแห่งความยิ่งใหญ่ของเปอร์เซีย

เตหะราน  ชีราซ  ยาซ์ด  อีสฟาฮาน  คาซาน  

เปอร์เซโพลิส  เนโครโพลิส  วิหารแว้ง หมู่บ้านแอบยาเนห์

บินตรงสู่อิหร่านด้วยสายการบินไทยแอร์เวย์ (TG)

อิหร่าน หรือ เปอร์เซีย มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน   ประเทศอิหร่านเป็นที่ตั้งของอารยธรรมเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เริ่มต้นด้วยการตั้งราชอาณาจักรก่อนเอลามและเอลามใน 3200–2800 ปีก่อน ค.ศ. ชาวมีดส์ (Medes) อิหร่านรวบรวมพื้นที่เป็นจักรวรรดิแห่งแรก ๆ ใน 625 ปีก่อน ค.ศ. หลังจากนั้นมีดส์กลายเป็นชาติวัฒนธรรมและการเมืองที่ครอบงำในภูมิภาค อิหร่านเรืองอำนาจถึงขีดสุดระหว่างจักรวรรดิอะคีเมนิดซึ่งพระเจ้าไซรัสมหาราชทรงก่อตั้งใน 550 ปีก่อน ค.ศ. ซึ่งเมื่อแผ่อาณาเขตไพศาลที่สุดนั้นล้วนกินส่วนสำคัญของโลกโบราณ ตั้งแต่บางส่วนของคาบสมุทรบอลข่าน (เธรซ มาซิโดเนีย บัลแกเรีย พีโอเนีย) และยุโรปตะวันออกทางทิศตะวันตก จดลุ่มแม่น้ำสินธุทางทิศตะวันออก ทำให้เป็นจักรวรรดิใหญ่สุดในโลกในขณะนั้น จักรวรรดิล่มสลายใน 330 ปีก่อน ค.ศ. ให้หลังการพิชิตของอเล็กซานเดอร์มหาราช จักรวรรดิพาร์เธียกำเนิดขึ้นจากเถ้าถ่านแล้วต่อด้วยราชวงศ์แซสซานิดใน ค.ศ. 224 ซึ่งอิหร่านกลายเป็นชาตินำในโลกอีกครั้ง ร่วมกับจักรวรรดิโรมัน-ไบแซนไทน์ เป็นเวลากว่าสี่ศตวรรษ       

 

กำหนดการเดินทาง

15 – 23 เมษายน 2561  

74,924 บาท

พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ  14,000    บาท

 

 

 

 

โปรดทำความเข้าใจและรับเงื่อนไข :

**กรุ๊ปคอนเฟริมออกเดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป มีหัวหน้าทัวร์คนไทย**เดินทางไป-กลับ พร้อมคณะ  หากคณะเดินทาง 10-14 ท่าน ออกเดินทาง ไม่มีหัวหน้าทัวร์คนไทย หากต้องการ หัวหน้าทัวร์คนไทย ทางบริษัทฯ ขอเก็บเพิ่ม 3,000 บาท/ท่าน

 

กำหนดการเดินทาง  วันที่ 15 - 23 เมษายน 2561

วันที่ 15

กรุงเทพฯ-เตหะราน

12.30 น.

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบินไทย ชั้น 4แถว  H-J ประตู 4

15.30 น.

ออกเดินทางสู่กรุงเตหะราน โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 527(ใช้เวลาบินประมาณ 7.30 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)

20.30 น.

เดินทางถึงสนามบินโคไมนี่ กรุงเตหะราน ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร จากนั้น นำท่านออกเดินทางไปยังโรงแรม เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย(รับประทานอาหารว่างระหว่างเดินทางเข้าโรงแรม)

พักที่

FERDOWSI GRAND  HOTEL4* หรือใกล้เคียง

วันที่ 16

เตหะราน-ชีราซ

05.00 น.

นำท่านออกเดินทางไปสนามบินเมราห์บัด เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง

 

รับประทานอาหารเช้า ณ สนามบิน

07.15 น.

ออกเดินทางจากเตหะราน สู่เมืองชีราซ โดยเที่ยวบินที่ EP-1089

08.35 น.

ดินทางมาถึงสนามบินเมืองชีราซ/เมืองชีราซ  ซึ่งเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดฟาร์ส

 

นำท่านไปชมสุเหร่าสีชมพู (Pink Mosque)หรือมีชื่อว่าNasir al MolkMosque ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าที่มีความสวยงามและสำคัญที่สุดของอิหร่านตอนใต้ เอกลักษณ์ของสุเหร่านี้ คือ ส่วนต่างๆจะถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องสีชมพู ถูกสร้างขึ้นโดยมีร์ซา ฮาซาน อลี นาซีร์อัลมอล์ค ในปี ค.ศ.1876 และสำเร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1887

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านไปชมที่ฝังศพของฮาเฟซ (Hafez Tomb) ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1936 ให้กับฮ่าเฟซซึ่งเป็นกวีเอกที่มีชื่อเสียงเกิดที่เมืองชีราซในปีค.ศ.1324 ทีความสามารถแต่งบทกวีที่ได้ความไพเราะที่ใช้คำง่ายๆและมีความเข้าในวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งบทกวีเป็นคติสอนคนให้เป็นคนดี

นำท่านไปชมสวนอีแรม (Eram Garden/ Garden of Paradise)สวนที่สวยงามราวกับสวนสวรรค์ เป็นสวนที่ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับและไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด เป็นการจัดสวนแบบเปอร์เซียที่งดงามยิ่ง ภายในสวนยังมีตำหนักเก่าของผู้ปกครองเมืองชีราซราชวงศ์กอจาร์(Qajars) สร้างโดยข่านโมฮัมมัดอาลี เมื่อต้นศตวรรษที่ 18 ซึ่งทิ้งร่องรอยแห่งความสวยงามไว้จนกระทั่งปัจจุบัน

 

นำท่านไปชมป้อมคาริม ข่าน (Karim Khan Fort)ที่คาริม ข่านได้สั่งให้สร้างที่พักอาศัยและเป็นศูนย์กลางการบริหารงานขึ้นที่ใจกลางเมือง ที่พักอาศัยนี้ถูกออกแบบมีลักษณะเหมือนป้อม มีพื้นที่ประมาณ 12,800 ตรม. มีกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ด้านภายในยังตกแต่งด้วยต้นไม้เพื่อให้มีความร่มรื่นให้ท่านได้

พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกซื้อของฝากที่ตลาดวากิลบาซาร์ (Vakil Bazaar) ปิดทุกวันศุกร์ เป็นตลาดบาซาร์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณดาร์บ อี ชาห์ซาเดห์ ซึ่งอยู่ใกล้กับมัสยิดวาคิล ภายในจะมีสินค้าหลายอย่างรวมทั้งเครื่องเทศต่างๆ มากมาย ฯ

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่

ELYSEE  HOTEL  4*  หรือใกล้เคียง

วันที่ 17

ชีราซ-มาร์พดาสท์/เปอร์เซโพลิส-ยาซ์ด

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

08.30น.

นำท่านออกเดินไปยังเมืองมาร์พดาสท์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองชีราซไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 60 กม. เป็นที่ตั้งของนครเปอร์เซโพลิส (Persepolis)ในอดีตสถานที่นี้ได้เป็นเมืองหลวง และศูนย์กลางที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเปอร์เซีย และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1979ให้ท่านได้ชมโบราณสถานที่สร้างโดยกษัตริย์ดาริอุสมหาราชก่อนคริสตกาลประมาณ 520 ปี จนถึงรัชสมัยของดาริอุสที่ 3 ซึ่งได้ถูกก่อสร้างปรับปรุงต่อเติมมาตลอดระยะเวลา 200 ปี นครแห่งนี้เป็นป้อมปราการและนครศูนย์กลางที่ประกอบด้วยราชวังต่างๆ ห้องโถงใหญ่ ที่เก็บทรัพย์สมบัติ ที่เก็บสิ่งของมีค่าต่างๆ ที่มีความสำคัญที่สุด แต่ในปี ค.ศ. 330 ก่อนคริสตกาล ได้ถูกกองทัพของอเล็กซานเดอร์มหาราช บุกเข้าทำลายเผาผลาญจนพินาศไป เหลือแต่ซากปรักหักพังไว้ให้ชม

 

จากนั้นนำท่านไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสุสานที่ฝังศพของกษัตริย์ 4 องค์ เนโครโพลิส(Necropolis)ให้ท่านได้ชมสถาปัตยกรรมที่เด่นในการแกะสลักบนผาหินและที่สำคัญเป็นสุสานของษัตริย์  ดาริอุสที่ 1 และกษัตริย์องค์ต่อๆมาอีก 3 พระองค์ซึ่งเคยปกครองนครเปอร์เซโพลิสมาก่อน

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านออกเดินไปยังเมืองยาซ์ด (Yazd)ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ มีระยะทางประมาณ 240 กม.ซึ่งเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดยาซ์ด ที่ตั้งอยู่ทางใต้ในเขตทะเลทรายคาวีร์และได้ชื่อว่าเป็น ไข่มุกแห่งทะเลทราย (The Pearl of Desert)

 

นำท่านไปเที่ยวชมความสวยงามของเมืองยาซด์ (Yazd)ในสมัยดั้งเดิมประมาณ 3,000 ปี เคยเป็นส่วนหนึ่งของมีดีสด้วย จนกระทั่งในสมัยของอะคาเมนิดส์ จากประวัติศาสตร์การปกครองที่ผ่านมา มีการส่งกองกำลังเข้ายึดและทำลายบ้านเมืองให้เสียหาย แต่เนื่องจากเมืองยาซ์ดได้ตั้งอยู่ไกลและมีสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ จึงทำให้รอดพ้นจากความเสียหายและไม่มีอันตรายจากการโจมตีของข้าศึก จึงทำให้เมืองยาซ์ดยังคงไว้ซึ่งสิ่งที่เป็นศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมมาจนถึงทุกวันนี้ในสมัยของอเล็กซานเดอร์มหาราช ได้เคยสร้างเป็นคุกสำหรับขังนักโทษ (Alexander’s Prison)คนสำคัญของพวกเปอร์เซียไว้ที่นี่ และต่อมาภายหลังได้กลายเป็นเมืองที่มีคนอยู่อาศัยอย่างถาวร ตัวเมืองและสิ่งก่อสร้างที่เหมาะสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยในทะเลทราย โดยมีการสร้างห้องใต้ดินเพื่อหลบลมร้อนซึ่งได้ผลดีและเหมาะสมกว่าใช้เครื่องปรับอากาศ

นำท่านไปชมหอคอยแห่งความเงียบ (Silent Tower)ที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเลทรายและภูเขาทางด้านใต้ของเมืองยาซ์ด ซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเปอร์เซียโบราณนับถือพระเจ้าอะฮูรา มาสดาในศาสนาโซโรแอสเตียน เพราะมีความเชื่อว่าคนที่ตายไปแล้วไม่ควรที่จะนำไปฝัง แต่ต้องนำศพมายังสถานที่แห่งนี้ เพื่อให้พระทำพิธีและนำศพนั้นไปยังหอคอยเพื่อให้นกแร้งได้จิกกินเนื้อจนเหลือแต่กระดูกที่สะอาด แล้วจึงนำไปฝังหรือเก็บใส่ในสุสานที่ได้จัดเตรียมไว้  

นำท่านไปชมอนุสรณ์สถานอาเมียร์เช็คห์แมก(AmirChakhmaq Monument)ซึ่งถูกสร้างขึ้นในบริเวณที่เป็นจัตุรัสอยู่กลางเมือง ถูกสร้างขึ้นโดยจาดิน อัล อาเมียร์เช็คห์แมก ในขณะที่ท่านเป็นผู้ว่าการของยาซ์ดในสมัยของราชวงศ์ตีมูร์ สถานที่แห่งนี้มีรูปแบบและการออกแบบที่เข้ากับความสวยงามซึ่งมีน้ำพุอยู่ตรงกลาง และยังมีมัสยิดที่มีชื่อเดียวกันถูกสร้างอย่างสวยงาม นอกจากนั้นยังมีที่พักของคนเดินทางคาราวานซาราย มีที่อาบน้ำและมีน้ำเย็นสำหรับดื่ม เมื่อเวลาพลบค่ำก็จะมีแสงสีส้มที่สวยงามที่ออกมาจากส่วนโค้งข้างในมัสยิดซึ่งทำให้เป็นภาพที่น่าตื่นเต้น

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร/โรงแรม

พักที่

MOSHIR GARDEN  HOTEL 4*  หรือใกล้เคียง

วันที่ 18

ยาซ์ด - อีสฟาฮาน

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

08.30 น.

นำท่านไปชมมัสยิด จาเม (Jame’s Mosque)ซึ่งถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยกษัตริย์ของราชวงศ์ อัล อี บูเยห์ และได้ถูกขยายได้ใหญ่ขึ้นในปี ค.ศ.1324-1365 และยังมีเสามินาเรท์คู่ของสุเหร่าที่สูงที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นในอิหร่าน ภายในยังถูกตกแต่งให้สวยงามในสถาปัตยกรรมของเปอร์เซียและสถานที่แห่งนี้ยังคงถูกใช้ประกอบพิธีมาจนทุกวันนี้

นำท่านไปชมวิหารของลัทธิบูชาไฟ(Fire Temple)ของศาสนาโซโรแอสเตอร์ ซึ่งในอดีตได้เคยเป็นศาสนาประจำชาติ ก่อนที่ศาสนาอิสลามจะเข้ามา ในวิหารจะมีกระถางไฟที่ติดลุกโชนอยู่ตลอดเวลาโดยจะมีพระคอยดูแลฯ และทุกๆ ปีจะมีการเฉลิมฉลองกันที่ในวิหารแห่งนี้    

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

จากนั้น นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองอีสฟาฮาน (Isfahan)ที่เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดฯ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกระยะทางห่างประมาณ 130 กม.

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร/โรงแรม

พักที่

PIROOZY   HOTEL  4* หรือใกล้เคียง

วันที่ 19

อีสฟาฮาน-วิหารแว้ง-จัตุรัสอิหม่าม

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

08.30 น.

นำท่านเที่ยวชมความสวยงามของ เมืองอีสฟาฮาน(Isfahan)ซึ่งเป็นเมืองที่มั่งคั่งด้านศูนย์กลางการค้าขาย อุตสาหกรรม ศูนย์กลางของวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม วรรณกรรมและวิทยาการ จนถึงขั้นสูงสุดในเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะการทอพรมเปอร์เซีย การประดิษฐ์อักษรภาพอิสลามอันแสนวิจิตรสวยงามแบบเปอร์เซีย

จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังชุมชนของชาวอาร์เมเนียน ชมความสวยงามของวิหารแวงค์ (Vank Church)ซึ่งเป็นโบสถ์ของชาวอาร์เมเนียนที่นับถือศาสนาคริสต์ ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1655 ในรูปแบบผสมผสานศิลปะของยุโรปและของเปอร์เซีย พร้อมกับชมพิพิธภัณฑ์ของโบสถ์ ซึ่งจะแสดงเกี่ยวกับหนังสือฯ เครื่องแต่งกายประวัติศาสตร์ความเป็นมา และที่สำคัญที่สุดคือการแกะสลักตัวอักษรบนเส้นผม

 

นำท่านไปชมพระราชวังเชเหลโชตุน (ChehelSotun Palace)หรือวัง 40 เสา ซึ่งความจริงแล้วมีเสาเพียง 20 ต้นเท่านั้น แต่เมื่อมองผ่านเข้ามาทางสระน้ำหน้าวังจะเป็นเงาในน้ำอีก 20 ต้น ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1614 โดยสถาปนิก ชื่อ ชีคห์บาไฮ พื้นที่ของพระราชวังประมาณ 67,000 ตรม. ด้านหน้ามีสระน้ำมีความยาว 100 เมตร และกว้าง 16 เมตร และตัวพระราชวัง 2 ชั้นสูง 15 เมตร มีการแกะสลักลวดลายประตูหน้าต่างที่สวยงาม และล้อมรอบไปด้วยสวนดอกไม้ที่เขียวชอุ่มเพื่อให้เป็นที่พักผ่อนของกษัตริย์และนางสนมต่อมาใช้เป็นที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะ ซึ่งต่อมาก็ได้ถูกต่อเติมโดยกษัตริย์ชาห์ อับบาส ที่ 2 และเสร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1647

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

จากนั้นนำท่านไปชมซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณแปดหมื่นกว่าตารางเมตรที่มีความกว้างประมาณ 165 เมตร และมีความยาวประมาณ 510 เมตร ซึ่งมีสถาปนิก อาลี อัคบาร์ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างจัตุรัสแห่งนี้ เพื่อให้เป็นสถานที่สำคัญในด้านกิจการทหารและเล่นกีฬาโปโล นอกจากนั้นบริเวณรอบๆยังมีการตกแต่งเป็นรูปโดมที่สวยงาม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1979

 

ชมพระราชวังอาลี คาปู(Ali Qapu Palace)ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยของกษัตริย์ ชาห์ อับบาสที่1 โดยมีการสร้างเพิ่มเติมจนมีทั้งหมด 6 ชั้นซึ่งแต่ละชั้นได้ถูกตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมหลากหลายโดยฝีมือจิตรกรชั้นครูในสมัยนั้นพระราชวังฯแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับและรับรองฯ พร้อมกันนี้ชั้นบนสุดยังได้ตกแต่งเป็นห้องสำหรับฟังเพลงและเล่นดนตรี 

 

ชมมัสยิดชีคห์ลอทฟอลลาห์ ซึ่งสร้างโดยชาห์อับบาสที่ 1 เช่นเดียวกันซึ่งจะใช้เป็นมัสยิดส่วนพระองค์และราชวงศ์เท่านั้น โดยเฉพาะตัวโดมซึ่งถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศ  

 

ชมมัสยิดอิหม่าม(Imam Mosque)ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1612 และสำเร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1638 โดยมียอดโดมสูงประมาณ 30 เมตร และมีเสามินาเรท์ที่มีความสูงประมาณ 40 เมตร ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกซื้อของฝากต่างๆที่บริเวณจตุรัสแห่งนี้

นำท่านไปชมสะพานคาจู (Khaju Bridge)ซึ่งถูกสร้างได้สวยงามตามแบบที่ไม่เคยพบเห็นในที่ใดมาก่อน ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1650 โดยกษัตริย์ชาห์ อับบาสที่ 2 ที่มีความกว้าง 12 เมตร และยาวถึง 132 เมตร เพื่อสำหรับข้ามแม่น้ำซายันเดห์ ในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเขื่อนด้วย

จากนั้นนำท่านไปชมสะพานอัลลาห์เวอร์ดี ข่าน หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ซีโอ เซโปล (SioSepol)เป็นสะพานที่ถูกสร้างในสมัยกษัตริย์ชาห์ อับบาสที่ 1 ในปี ค.ศ.1599 และเสร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1602 ซึ่งถูกสร้างให้เป็นสะพานที่มีความสวยงามสำหรับข้ามแม่น้ำซายันเดห์ มีความกว้าง 14 เมตร และมีความยาวถึง 360 เมตร ตลอดสองข้างทางของสะพานจะมีการตกแต่งเป็นทางเดินที่สวยงามและฐานด้านล่างถูกสร้างเป็นส่วนโค้ง 33 โค้ง

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร/โรงแรม

พักที่

PIROOZY   HOTEL  4* หรือใกล้เคียง

วันที่ 20

อีสฟาฮาน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

 

พระราชวัง Hasht Behesht พระราชวังที่สร้างขึ้นแก่นางสนมทั้ง  7  คนที่นี่เขาเรียกวังสวรรค์ 7 ห้อง  แต่ละห้องสวยงามแตกต่างกันไปตามหน้าตาของสนม แต่ที่เหมือนกันคือห้องทั้ง 7 ล้วนตกแต่งด้วยประติมากรรมและศิลปะแบบเปอร์เซีย  พระราชวังฮัสเบเฮส  ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนต้นไม้ที่ร่มรื่น และมีการออกแบบให้กลมกลืนกับสภาพสวนที่รายล้อมพระราชวัง อย่างเช่น ระเบียงที่มีเสาไม้ประดับแบบเปิดหลังคา ทาให้รู้สึกเหมือนมีต้นไม้มากขึ้นเป็น 2 เท่า ชมการตกแต่งภายในด้วยลายปูนปั้นและกระเบื้อง  ชมJameh Mosque มัสยิดเก่าแก่ที่ยังคงคึกคัก  Jameh Mosque เป็นหนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่ที่สุด (พื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร) ก่าแก่ที่สุด (อายุ 1,300 ปี) ของอิหร่าน ความโดดเด่นอยู่ที่ความสูงของตัวอาคาร และสถาปัตยกรรมแบบมุสลิมอันสวยงามเช่นเดียวกับมัสยิดใน Imam Square ทำให้มันถูกขึ้นชื่อให้เป็นมรดกโลกจาก UNESCO อีกแห่ง โดยด้านในมัสยิดยังมีพิพิธภัณฑ์ให้เข้าไปดูทั้งการตกแต่งด้านในและสิ่งของเก่าแก่ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันอีกด้วย มัสยิดแห่งนี้แตกต่างจากมัสยิดที่จัตุรัส เพราะไม่ได้เป็นโบราณสถานที่หยุดนิ่งให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นมัสยิดที่ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ โดยเปิดให้ประชาชนผู้ศรัทธาเข้ามาทำพิธีทางศาสนาได้ (มัสยิดจึงปิดทำการสำหรับนักท่องเที่ยวในช่วงละหมาดเวลา 11.00-13.00 น.) ด้วยความที่มันอยู่ใจกลางตลาดทำให้มีประชาชนเข้ามาทำพิธีจำนวนมาก

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

ชมวิหารแห่งไฟ Atashgah Fire Temple ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ชื่อเดียวกันอยู่ห่างจากใจกลางเมืองอิสฟาฮาน ประมาณแปดกิโลเมตรทางตะวันตก ที่เป็นที่ตั้งของไฟอันศักดิ์สิทธิ์ บริเวณรอบๆมีอาคารรวมถึงห้องเก็บของและห้องนั่งเล่นสำหรับนักบวชและนักแสวงบุญที่ร่ำรวย  ชม Ali Minaret 

สุเหร่าอาลี เป็นสุเหร่าทางประวัติศาสตร์ในอิสฟาฮันอิหร่าน อยู่ใกล้กับมัสยิดอาลี หอคอยสุเหร่านี้เป็นหอคอยที่เก่าแก่ที่สุดในอิสฟาฮันซึ่งมีอายุย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 11 หอคอยนี้มีความสูง 48 เมตร (157 ฟุต) และเป็นหอคอยสุเหร่าที่เก่าแก่ที่สุดอันดับสองของอิสฟาฮันหลังหอคอยแห่งซาบอน มีคนบอกว่าหอคอยนี้มีขนาด 50 เมตร (160 ฟุต) แต่ความสูงของมันลดลง 2 เมตร (6 ฟุต 7 นิ้ว) ในช่วงเวลา มีหนังสือจารึกสี่เล่มอยู่ที่สุเหร่าอาลี หนึ่งในจารึกทำจากอิฐและอื่น ๆ ทำจากเซรามิค ชมหอคอยนกพิราบ (PIGEON TOWER) ที่มีอายุมากกว่า 200 ปีมาแล้ว ภายในแบ่งเป็นช่องเล็กๆ ขนาดพอดีตัวนก มีทั้งหมด 1000 ช่อง หอคอยนกพิราบ ในช่วงศตวรรษที่ 16-17 มีการสร้างหอคอยสำหรับนกพิราบเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้ใช้เพื่อการนำมาเป็นอาหาร เพราะในยุคนั้นแผ่นดินนี้เป็นชาวมุสลิมอยู่อาศัย และนกพิราบก็มีความสำคัญต่อศาสนา แต่พวกเขาเลี้ยงนกพิราบไว้นอกเหนือจากความสำคัญทางศาสนา สิ่งที่ต้องการก็คือมูลนกค่ะ มูลนกนำมาใช้เป็นปุ๋ยอย่างดีให้กับการเกษตร ว่ากันว่าโดยเฉพาะพืชตระกูลแตงชอบมูลนกพิราบเป็นที่สุด ปัจจุบันหอคอยเหล่านี้คงถูกทิ้งร้างเนื่องจากสภาพการณ์ผันแปรไปตามยุคสมัย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร/โรงแรม

พักที่

PIROOZY   HOTEL  4* หรือใกล้เคียง

วันที่ 21

อีสฟาฮาน-แอบยาเนห์-คาชาน-เตหะราน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

08.00 น.

นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองคาชาน(Kashan)ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือของอีสฟาฮาน ประมาณ 200 กม. เป็นเมืองในโอเอซิสที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์

ระหว่างทาง ให้ท่านได้ชมความสวยงามของหมู่บ้านแอบยาเนห์(Abyaneh Village)ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,400 เมตร ซึ่งถูกสร้างอยู่บนเนินเขาคาร์คาส ชมความเป็นอยู่ของชุมชนหมู่บ้านเก่าแก่ที่ใช้อิฐดินดิบเป็นวัสดุในการสร้างบ้าน และยังคงสภาพเดิมที่เคยเป็นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-18 เมื่อสมัยก่อนนี้ ชาวเมืองนับถือศาสนาโซโรแอสเตอร์ ซึ่งต่อมาได้รับเอาศาสนาอิสลามเข้ามา และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.2007

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองคาชาน ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสวยงามในทะเลทรายหรือที่เรียกว่า โอเอซิส ที่อุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยต้นไม้ พันธุ์ดอกไม้ต่างๆ

 

นำท่านไปเที่ยวชม สวนฟิน ()ซึ่งเป็นสวนที่อยู่ติดกับที่ราบเชิงเขาซาโกรซถูกสร้างขึ้นในราชวงศ์ซาฟาวิดโดยชาห์ อับบาสที่ 1 ออกแบบให้เป็นสวนแบบเปอร์เซียภายในสวนได้ถูกตกแต่งด้วยน้ำพุ ที่เกิดจากแหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งมีความดันจากน้ำใต้ดิน สามารถให้มีกำลังน้ำที่ไหลไปตามท่อต่างๆ และไหลไปหล่อเลี้ยงต้นไม้ต่างๆ ภายในสวนด้วยและยังมีวังอันสวยงามที่ถูกสร้างเป็น 2 ชั้นสำหรับเป็นที่ประทับพร้อมกันนั้นก็มีห้องอาบน้ำและอบไอน้ำ

 

สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางต่อไปยังกรุงเตหะราน ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 200 กม.

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่

FERDOWSI GRAND  HOTEL4* หรือใกล้เคียง

วันที่ 22

เตหะราน - กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

08.30 น.

นำท่านเที่ยวชมความสวยงามของกรุงเตหะราน(Tehran)ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของเทือกเขาอัลโบร์ช ที่พาดผ่านจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปยังตะวันออก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณหนึ่งพันเมตร ได้ถูกสร้างขึ้นในราวปี ค.ศ.900 จากหมู่บ้านเล็กๆ และได้ถูกพัฒนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองมีการตบแต่งปลูกต้นไม้ให้ดูสวยงามมาโดยตลอดทุกรัชสมัย

นำท่านเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ(National Museum)ที่มีชื่อเสียงซึ่งได้เก็บสะสมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จากทั่วทุกแห่งในอิหร่าน ถูกนำมารวมกันไว้ที่นี่ และที่สำคัญที่สุดสิ่งของเครื่องใช้ในราชวงศ์ของอะคาเมนิดที่ย้อนอดีตไปถึง 2,600 ปี พร้อมกันนั้นยังได้แสดงถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรเปอร์เซียในอดีตอีกด้วย

จากนั้น นำท่านไปชมพระราชวังโกเลสตาน(Golestan Palace)หรือพระราชวังสวนกุหลาบ เป็นพระราชวังที่สร้างอยู่กลางเมือง เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าประมาณ 400 กว่าปี ประกอบไปด้วยอาคารต่างๆ 12 อาคาร ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ราชวงศ์ซาฟาวิดโดยกษัตริย์ทาห์มาส์พ ต่อมาได้ถูกปรับปรุงโดยกษัตริย์คาริม ข่านซานด์ และกษัตริย์อะกา โมฮัมต์ข่าน กอจาร์ ซึ่งได้เลือกเตหะรานเป็นเมืองหลวง จึงได้สร้างต่อเติมให้เป็นพระราชวังที่มีความสวยงามมาจนถึงทุกวันนี้

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์เครื่องเพชรพลอย(National Jewels Museum)สถานที่แห่งนี้ถูกดูแลรักษาและการบริหารงานอย่างเข้มงวดโดยธนาคารชาติของอิหร่าน ภายในเต็มไปด้วยเครื่องเงินทองและเครื่องประดับอัญมณีเพชรพลอยไข่มุกอันล้ำค่ามากมายเกินกว่าจะประมาณราคา ซึ่งมีของที่สำคัญต่างๆ หลายอย่าง เช่น เพชรสีชมพู (Darya e Noor/Sea of Light)เป็นเพชรสีชมพูที่เม็ดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็น 1 ใน 5 ของโลก มีน้ำหนักถึง 182 การัต

ลูกโลก(Global of Jewel)ที่ประดับด้วยอัญมณีเพชรนิลจินดา 51,366 ชิ้น ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 18,200 การัต พระราชบัลลังก์ฯ(Naderi Shah Throne)เป็นของกษัตริย์นาเดรี ซาห์ ที่ทรงสั่งให้สร้างมีความสูง 2.25 เมตร ประดับด้วยเพชรนิลจินดามากกว่า 26,000 ชิ้น มงกุฎเกียนี(Kiani Crown)ซึ่งทำขึ้นในราชวงศ์ของฟาทห์ อาลี ซาฮ์ ที่ขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ.1797-1834 ทำด้วยไข่มุกและอัญมณีที่มีค่าอีกมากมายรวมแล้วมีน้ำหนัก 4.5 กก. และมงกุฎปาห์ ลาวี(Pahlavi Crown)ถูกทำขึ้นในปี ค.ศ.1925 ตอนที่ขึ้นครองราชย์และนอกจากนั้นยังมี เครื่องประดับต่างๆ อีกมากมายที่สุดจะประเมินค่าฯให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกซื้อสินค้าต่างๆที่บาซาร์(หากมีเวลา)

ค่ำ นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบินโคไมนี่ เพื่อตรวจเอกสารการเดินทางรับประทานอาหารค่ำ ระหว่างทาง (อาหารกล่อง/แซนด์วิช)

22.00 น.

ออกเดินทางจากเตหะราน สู่กรุงเทพฯโดยเที่ยวบินที่ TG-528

(รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)

วันที่ 23

กรุงเทพฯ /สุวรรณภูมิ

06.55 น.

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ

 

 

 

อิหร่าน 9วัน  7คืน 

 

กำหนดการเดินทาง

15 – 23 เมษายน 2561  

74,924 บาท

พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ  14,000    บาท

*** ราคาและรายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของเงินบาทที่ไม่คงที่ / การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน / สภาวะทางอากาศซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ทางบริษัทฯจะยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ ***

ค่าทัวร์รวม :

*ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ โดยสายการไทยแอร์เวย์ (TG) ชั้นประหยัด

*ค่าโรงแรมที่พัก ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)

*คาอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน

*ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม

*ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง

*ค่าวีซ่าประเทศอิหร่าน

*ค่าหัวหน้าทัวร์ที่คอยบริการและดูแลตลอดการเดินทาง และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น

      *ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท

ค่าทัวร์ไม่รวม :

-ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถพนักงานบริการ ท่านละ 40 ดอลลาร์ตลอดการเดินทาง

-ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ 350 บาท/ท่าน (ตลอดการเดินทาง)

-ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

-ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)

-ค่าจัดทำเอกสาร และค่าธรรมเนียมวีซ่าของคนต่างด้าว

-ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด ( 30 กก./ท่าน)

-ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

          -ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)

การจองทัวร์ (กรุณาจองทัวร์อย่างน้อย 1 เดือน ก่อนเดินทาง)

**หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 20,000 บาท/ท่าน(เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)

**กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 20 วัน ก่อนการเดินทางหากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

การยกเลิก :

***ยกเลิกก่อนการเดินทาง 40 วัน

*** คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)

*** ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50%

*** ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-24วัน เก็บค่าบริการทั้งหมด 100 %

หมายเหตุ :

1.  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

2.  บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

3.  รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

4.  บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือ บางส่วน

5.  รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

6.  บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

7.  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15ท่าน

8.  การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย

9. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง

***หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไขที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ***

ข้อมูลสำคัญจะถูกส่งไปยังอีเมล์ที่ระบุในแบบฟอร์ม โปรดระบุอีเมล์ที่ใช้งานจริงของคุณ
Booking
  • ระบุวันเดินทาง :
  • ชื่อผู้จอง :
    *
  • อีเมล์
    *
  • เบอร์โทรศัพท์ :
    *
  • รายชื่อผู้โดยสาร :
    ลำดับ ชื่อ-สกุล (ภาษาไทย) ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ) ผู้ใหญ่/เด็ก
    1.
    เพิ่มรายชื่อผู้โดยสาร
  • ความต้องการพิเศษ :
  • รหัสยืนยัน :

การขอวีซ่่า

เอกสารประกอบขอวีซ่าเข้าประเทศอีหร่าน

1.    หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

2.    รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น จำนวน 2 ใบ

3.    กรอกข้อมูลส่วนตัวในแบบฟอร์มขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)

เนื่องจากการยื่นวีซ่าอีหร่านจะต้องใช้สแกนหน้าหนังสือเดินทาง และ สแกนรูปถ่าย แบบสี ชัดเจน จากนั้นทางบริษัทฯ จะส่งเอกสารไปขออนุญาตจากหน่วนงานรัฐ ในประเทศอิหร่าน ซึ่งหน่วยงานรัฐในประเทศอิหร่าน จะใช้เวลาในการพิจารณาเอกสาร 15-20 วัน โดยทางหน่วยงานรัฐในประเทศอิหร่าน จะออกรหัส เพื่อใช้ในการขอรับวีซ่า ที่สถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย และทางสถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทยจะใช้เวลาในการออกวีซ่า 7-10 วัน (สถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เปิดทำการ วันจันทร์-อังคาร-พุธ) รวมระยะเวลาที่ควรเตรียมเอกสาร 30 วัน

หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทาง

และมีหน้าที่เหลือไว้ประทับตราไม่น้อยกว่า 2 หน้า

** กรณี ถือหนังสือเดินทางต่างชาติ โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม **