ทัวร์คาซัคสถาน ตุรกี ทัวร์คาซัคสถาน ราคาถูก เที่ยวคาซัคสถาน อัลมาตี้
โปรแกรมทัวร์
ทัวร์เอเชีย : ทัวร์คาซัคสถาน
ทัวร์คาซัคสถาน,ทัวร์ตุรกี,คัปปาโดเกีย,ปามุคคาเล่,ทรอย PD รหัส: KZTK-11KC
  • รหัสทัวร์ :
    KZTK-11KC
  • ราคา :
    25ธ.ค.58-04ม.ค.59 /59,900 บาท
  • ระยะเวลา :
    11 วัน
  • วันเดินทาง :
    25ธ.ค.58-04ม.ค.59
  • สายการบิน :
    แอร์ แอสตาน่า KC
  • รายละเอียดเบื้องต้น :
    ทัวร์คาซัคสถาน ตุรกี วินเทอร์ สกี 11 วัน อิสตันบูล เมืองคัปปาโดเกีย พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม เมืองใต้ดินไคมัคลึ ชมโชว์ระบำหน้าท้อง เมืองคอนย่า เมืองปามุคคาเล่ ปราสาทปุยฝ้าย เมืองเฮียราโพลิส เมืองคูซาดาซึ เมืองโบราณเอฟฟิซุส บ้านพระแม่มารี เมืองเปอร์กามัม กรุงทรอย พระราชวังโดลมาบาชเช่ ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส พระราชวังทอปกาปึ สุเหร่าสีน้ำเงิน โบสถ์เซนต์โซเฟีย อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
  • หมายเหตุ :
    ทัวร์คาซัคสถาน ตุรกี วินเทอร์ สกี 11 วัน ลูกค้าจัดกรุ๊ปส่วนตัว กำหนดวันที่เดินทางเองได้ , ราคาทัวร์นี้รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร หรือตามระบุในรายละเอียด
  • Tag :
ดาวน์โหลด แชร์ พิมพ์

ทัวร์คาซัคสถาน ตุรกี วินเทอร์ สกี 11 วัน 

อิสตันบูล-ชานัคคาเล่ (กรุงทรอย)-เปอร์กามัม-คูซาดาซึ-เมืองโบราณเอฟฟิซุส-ปามุคคาเล่-คอนย่า
คัปปาโดเกีย-ไคเซอร์รี่-อังคาร่า-อัลมาตี้ (คาซัคสถาน)

บินโดย Air Astana ได้รับรางวัล World Airline SKYTRAX Award 3 ปีซ้อน

โรงแรมมาตรฐานระดับ 4 ดาว 8 คืน ในตุรกี และ 1 คืน ที่ อัลามาตี้ คาซัคสถาน

สนุกสานกับการเล่นหิมะ ที่ยอดเขาเออร์ซิเยส พร้อมอาหารกลางวันบนยอดเขา

รถโค้ชพร้อม Wifi ท่านจะไม่พลาดเรื่องการสื่อสาร

เข้าชม Local Cave House พร้อมดื่มชา กาแฟ ที่เมือง Cappadocia

พิเศษ !!! ขากลับแวะเที่ยวชมเมือง Almaty ประเทศคาซัคสถาน  

 

กำหนดการเดินทาง 25ธ.ค.58-04ม.ค.59 / 26ธ.ค.25-05ม.ค.59 / 27ธ.ค.58-06ม.ค.59

30ธ.ค.58-09ม.ค.59 / 31ธ.ค.58-10ม.ค.59  

 

วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ-เมืองอัลมาตี้-กรุงอิสตันบูล
 
07.30 น. พบกันที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน R ประตู 9 สายการบิน  แอร์ แอสตาน่า  KC  เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกทางด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางก่อนขึ้นเครื่อง
 
10.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน  แอร์ แอสตาน่า เที่ยวบินที่ KC 932
สายการบินที่ได้รับรางวัล World Airlines Skytrax Awards ปี 2012, 2013, 2014 สามปีติดต่อกัน (ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมง 50 นาที)
 
16.20 น. เดินทางถึงสนามบิน อัลมาตี้ล Almaty  ประเทศ คาซัคสถาน Kazakhstan เปลี่ยนเที่ยวบิน 
 
17.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน  แอร์ แอสตาน่า เที่ยวบินที่ KC 911
 
20.40 น. เดินทางถึงสนามบิน กรุงอิสตันบูล Istanbul  ประเทศ ตุรกี นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก
 
พักค้างคืน ที่ Golden Way Hotel 4*หรือเทียบเท่า  
 
วันที่สอง  ฮิปโปโดรม-สุเหร่าสีน้ำเงิน-โบสถ์เซนต์โซเฟีย-พระราชวังทอปกาปึ-อ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน-ช้อปปิ้งแกรนด์บาร์ซาร์
 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
หลังจากนั้นนำท่านชมสนามแข่งม้าของชาวโรมัน หรือ ฮิปโปโดรม Hippodrome หรือ จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุส เพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ฮิปโปโดรม ได้รับการขยายให้กว้างขึ้น ตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่าง ๆ ซึ่งสวนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณ ในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธี แต่ในปัจจุบันเพลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้น คือ เสาที่สร้างในอียิปต์ เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ตุตโมซิส ที่ 3 ถูกนำกลับมาใช้ไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7  จากนั้นนำท่านเข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันให้มีความงดงามและยิ่งใหญ่กว่า โบสถ์เซนต์โซเฟีย St. Sophia ของจักรวรรดิ ไบแซนไทน์ให้ได้ โดยมัสยิดแห่งนี้สร้างประจันหน้ากับโบสถ์เซนต์โซเฟีย อย่างไรก็ตาม โบสถ์เซนต์โซเฟีย ก็ยังคงเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกีจวบจนปัจจุบัน นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย St. Sophia ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบแซนไทม์ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ของจักรวรรดิไบแซนไทม์ เดิมใช้เป็นโบสถ์คริสต์แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึงได้เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวมาเป็นมัสยิด แต่ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย เคมาล อะตาเติร์ก หลังจากที่เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์เป็นเวลากว่า 916 ปี และเป็นมัสยิดของศาสนาอิสลามอีกกว่า 447 ปี ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและความยิ่งใหญ่ ภายในมีภาพประดับโมเสกทองที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่มีต่อคริสต์ศาสนา
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
 
นำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปึ Topkapi Palace ซึ่งสร้างในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมต ผู้พิชิต ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือ อิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังทอปกาปึนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ภายในพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิเช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุคสมัย นำท่านเข้าชมความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างของชาวโรมันในอดีต อ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน Underground Cistern ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 ภายในอุโมงค์ มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น และมีเสาต้นที่เด่นมากคือ เสาเมดูซ่า อิสระให้ท่านถ่ายรูปและชมความงามใต้ดินของอุโมงค์เก็บน้ำขนาดใหญ่ จากนั้นเป็นเวลาของนักช้อป นำท่านสู่ย่านการค้าชื่อดัง“แกรนด์บาร์ซาร์” Grand Bazaar ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยกลาง ค.ศ. 15 เป็นตลาดค้าพรมและทองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี มีร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าที่มีชื่อเสียงของตุรกีอย่างจุใจ เช่น โคมไฟ, ของฝาก, ผ้าพันคอ ฯลฯ 
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักค้างคืน ที่ Golden Way Hotel 4*หรือเทียบเท่า  
 
วันที่สาม  ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส-พระราชวังโดลมาบาเช่- เมืองชานัคคาเล่
 
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
 
นำท่านต่อด้วยการ ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส Cruise Along the Bosphorus ซึ่งเป็นช่องแคบขนาดใหญ่และสองฝั่งมีความสวยงามมาก ช่องแคบนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรป และเอเชีย เชื่อมระหว่าง ทะเลดำThe Black Sea เข้ากับ ทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara มีความยาว 32 กิโลเมตร ให้ท่านได้ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างที่สวยงามตระการตาของ ช่องแคบบอสฟอรัสที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ นำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาเช่ Dolmabahce Palace เป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยสุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังน้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อบัลยัน เป็นศิลปะผสผสานของยุโรปตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็กๆ ของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่าง ๆ ตกแต่งด้วยโคมระย้า บนไดลูกกรง แก้วเจียระไน และ โคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน ซึ่งแขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรง 
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน 
 
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอีเซียบัท Eceabat (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง) จากนั้นนำท่านข้ามช่องแคบดาดาแนลด์โดยเรือเฟอร์รี่ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ขึ้นฝั่งที่ เมืองชานัคคาเล่ Chanakkale ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า ตัดกับทะเลอีเจียน
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
พักค้างคืน ที่      Iris  Hotel 4*    หรือเทียบเท่า      
 
วันที่สี่  กรุงทรอย-ชมม้าไม้แห่งกรุงทรอย-เมืองเปอร์กามัม-วิหารอะโครโปลิส-เมืองคูซาดาซึ
 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่านสู่ กรุงทรอย Troy ชม ม้าไม้แห่งกรุงทรอย Wooden Horse of Troy สร้างขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเองอีกด้วย ได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางสู่ เมืองเปอร์กามัม Pergamum
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
 
นำท่านชมความสวยงามของ วิหารอะโครโปลิส Acropolis ซึ่งถูกกล่าวขวัญว่าเป็นประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย มี โรงละครที่ชันที่สุดในโลก ซึ่งจุผู้ชมได้ถึง 10,000 คน จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ Kusadasi ที่แปลว่า เกาะนก ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกีติดกับชายฝั่งทะเลอีเจียนเป็นท่าเรือที่สำคัญ เรื่อที่ล่องทะเลอีเจียนจะจอดเรียงรายกันอยู่ที่เมืองคูซาดาซึ แห่งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นฝั่งไปเที่ยว เมืองเอฟฟิซุส Ephesus
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
พักค้างคืน ที่        Marina  Hotel 4*   หรือเทียบเท่า    
 
วันที่ห้า   เมืองคูซาดาซึ-บ้านพระแม่มารี-เมืองโบราณเอฟฟิซุส-เมืองปามุคคาเล่-ปราสาทปุยฝ้าย
 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่าน ช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสู ผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี Versace , Prada , Michael Kors  อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย นำท่านเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี The Virgin Mary’s House ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ถูกค้นพบอย่างปฏิหารย์ โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมันชื่อ แอนนา แคเธอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลง มีคนพยายามสืบเสาะค้นหาบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่ง พระสันตะปาปา โป๊ป เบเนดิกส์ที่ 16 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้านมีก๊อกน้ำสามก๊อกที่เชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่อง สุขภาพ ความร่ำรวย และ ความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่าหากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้ายแล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน นำท่านเดินทางสู่ เมืองเอฟฟิซุส City of Ephesus ซึ่งเป็นเมืองอาณาจักรโรมัน ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียในสมัยนั้น ในอดีตเอฟฟิซุสเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของโรมันในคาบสมุทรอนาโตเลียเป็นศูนย์กลางทางการค้า การคมนาคม ตั้งอยู่ริมทะเล จนได้รับการกำหนดให้เป็นเมืองหลวงแห่งเอเชียของอาณาจักรโรมัน เมืองเอฟฟิซุสมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ ซากเมืองที่เห็นในปัจจุบันมีความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อาจจะเป็นรองแค่ปอมเปอีเท่านั้น นำท่านเข้าชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ Roman Bath ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอาบน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ นำท่านชม วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน Temple of Hadrian ซึ่งเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่อีกองค์หนึ่งของโรมัน ความโดดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก ด้านหน้าสร้างเป็นเสา โครินเธียน 4 ต้น คู่กลางรองรับโค้งครึ่งวงกลมที่เรียงอย่างสวยงาม โค้งด้านหลังมีภาพแกะสลักเป็นรูปนางเมดูซ่า หัวเป็นงู นำชมอาคารที่โดดเด่นที่สุดจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเอฟฟิซุส คือ หอสมุทรเซลซุส Library of Celsus เป็นอาคารสองชั้น ด้านหน้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับแสงสว่างยามเช้า ห้องสมุดนี้สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 114 โดย ทิเบเรียส จูเลียส อกีลา Julius Aquila เพื่ออุทิศให้เป็นอนุสรณ์แด่พ่อของท่าน ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีของโรมันที่ปกครองแคว้นเอเชียไมเนอร์ ด้านหน้ามี รูปปั้นของเทพี 4 องค์ ได้แก่ Sophia (เทพีแห่งปัญญา), Arete (เทพีแห่งความดี), Ennoia (เทพีแห่งความคิด), Episteme (เทพีแห่งความรู้), จากนั้นนำท่านเข้าชมสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre ซึ่งสร้างโดยการสกัดไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน คิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น เดิมสร้างตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ โรมันมาปรับปรุงซ่อมแซมให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น ขนาดใหญ่ที่สุดในนครเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น สร้างสมัยกรีกโบราณ แต่พวกโรมันมาปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น นำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุด อีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace , Prada , Michael Kors  อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
 
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale (ระยะทางประมาณ 185 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง) คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซี่ยมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988 นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-33.5 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
พักค้างคืน ที่    Richmond Hotel 4*   หรือเทียบเท่า   
 
วันที่หก  เมืองปามัคคาเล่-เมืองคอนย่า-พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า-เมืองคัปปาโดเกีย-ระบำหน้าท้อง
 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า Konya (ระยะทางประมาณ 387 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของภูมิภาคตอนกลางของประเทศตุรกี 
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
 
นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา Mevlana Museum หรือสำนักลมวน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ Whirling Dervishes โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาเลดดิน ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใน ภายในตกแต่งประดับประดาฝาผนังแบบมุสลิม และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตรของเมฟลาน่า นำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่าง ๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย Cappadocia เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรก ๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และ ภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณจนทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนหิน แผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อย ๆ นับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า ในปี ค.ศ. 1985 ยูเนสโก้ได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี ระหว่างทางแวะชม คาราวานสไลน์ Caravanserai ที่พักแรมระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน   
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมแบบบุฟเฟต์
 
จากนั้นนำท่านชม “ระบำหน้าท้อง” ประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกี
 
พักค้างคืน ที่     Yiltok Hotel 4*    หรือเทียบเท่า       
 
วันที่เจ็ด   เมืองคัปปาโดเกีย-พิพิธภัณฑ์เกอเรเม่-เมืองใต้ดินไคมัคลี่ เยี่ยมชมบ้านของมนุษย์ถ้ำ-เมืองเนฟเชียร์-เมืองไคเซอร์รี่
 
05.00 น. ท่านที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ (ทัวร์นั่งบอลลนนี้ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ค่าขึ้นบอลลูนประมาณท่านละ 200 ดอลล่าสหรัฐในกรณีที่ชำระด้วยเงินสด และราคา 210 ดอลล่าสหรัฐ ในกรณีที่ชำระด้วยบัตรเครดิต บริษัทตัวแทนผู้ให้บริการทัวร์ บอลลูนในตุรกี มีประกันภัยให้กับทุกท่าน แต่สำหรับประกันภัยที่ทำจากเมืองไทยไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ Optional Tour ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน) เจ้าหน้าที่บริษัทบอลลูน รอรับท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด พร้อมกับประกาศนียบัตรที่รอมอบให้กับทุกท่าน 
 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
ท่านเข้าชม นครใต้ดิน Underground City of Kaymakli ซึ่งเป็นเมืองใต้ดินที่มีครบทุกอย่าง ทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงของการสร้างเมืองใต้ดิน ปัจจุบันยังสรุปไม่ได้ ส่วนใหญ่ต่างก็ลงความเห็นว่าเป็นการสร้างเพื่อใช้เป็นทีหลบภัยจากข้าศึกศัตรู (โดยเฉพาะพวกทหารโรมัน) แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นกลับถ่ายเทเย็นสบาย เนื่องจากเป็นหินภูเขาไฟ อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี ประมาณ 17-18 องศาเซลเซียส หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น จากนั้นให้ท่านได้แวะชม โรงงานทอพรม และ โรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม Goreme เพื่อเข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ Goreme Open Air Museum ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา St. Barbar Church โบสถ์มังกร Snake Church และ โบสถ์แอปเปิ้ล Apple Church พิเศษ!! เข้าชมบ้านพักของมนุษย์ถ้ำพื้นเมือง Local Cave House ของชาวพื้นเมือง Cappadocia พร้อมดื่มชา กาแฟ เนื่องจากธรรมเนียมของชาวเมืองตุรกี เมื่อมีผู้มาเยี่ยมเยียนก็จะมอบชา กาแฟ เป็น Welcome Drink เพื่อแสดงถึงน้ำใจและมิตรภาพระหว่างเพื่อนใหม่ จากนั้นอิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพบ้านพื้นเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่จริงๆ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองไคเซอร์รี่ Kayseri
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมแบบบุฟเฟต์
 
พักค้างคืน ที่     Grand Eras Hotel 4*  หรือเทียบเท่า    
 
วันที่แปด  เมืองไคเซอร์รี่-สกี รีสอร์ท-กรุงอังคาร่า
 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่านเดินทางสู่ยอดเขา Erciyes ซึ่งเป็นแหล่ง สกี รีสอร์ท ที่หมู่วัยรุ่นทั้งหลายตลอดจนผู้ที่ชอบเล่นสกี ต่างนิยมมาเล่นสกีกันในฤดูหนาวที่ยอดเขาแห่งนี้ นำท่านขึ้นกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขาเพื่อรับประทานอาหารกลางวันบนยอดเขาจากนั้นให้ท่านได้อิสระเล่นสกี หรือจะเลือกถ่ายภาพกับหิมะที่ปกคลุมยอดเขาสุดลูกหูลูกตา ชั่งเป็นทัศนียภาพที่สวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่บอกก็มิอาจเชื่อว่านี่คือแหล่งสกีของประเทศตุรกี นับเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่บางท่านอาจจะคาดไม่ถึงว่าประเทศตุรกีก็มีแหล่งท่องเที่ยวสกี ที่สวยงามเช่นนี้มาก่อน 
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา Lifos Restaurant
 
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ กรุงอังคาร่า Ankara เมืองหลวงของประเทศตุรกี หน่วยงานราชการเกือบทั้งหมดจะมรวมอยู่ที่นี่ บางท่านอาจสับสนว่าอิสตันบูลเป็นเมืองหลวง แท้จริงแล้วกรุงอังคาร่าคือเมืองหลวงในปัจจุบันของประเทศตุรกี 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมแบบบุฟเฟต์
 
พักค้างคืน ที่     Turist Hotel 4*  หรือเทียบเท่า    
 
วันที่เก้า  กรุงอังคาร่า-กรุงอิสตันบูล-เมืองอัลมาตี้ (คาซัคสถาน)
 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล Istanbul เมืองที่มีความสำคัญที่สุดและเป็นเมืองที่ประชากรหนาแน่นที่สุดในประเทศตุรกี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus เดิมชื่อว่า คอนสแตนติโนเปิล ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เป็นเมืองสำคัญของชนเผ่าจำนวนมากในบริเวณนั้น จึงส่งผลให้อิสตันบูลมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป เช่น ไบแซนเทียม คอนสแตนติโนเปิ้ล เป็นต้น
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
 
ส่งท้ายช่วงครึ่งวันก่อนที่นำท่านอำลาประเทศตุรกี ด้วยการนำท่านสัมผัสย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงในกรุงอิสตันบูลที่ ตลาดสไปซ์ Spice Market หรือ ตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชา หรือ กาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่างเช่น แอปปลิคอท หรือว่าจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ซึ่งมีให้ท่านได้เลือกอย่างจุใจกันเลยทีเดียว เราขอแนะนำว่าของที่ตลาดสไปซ์แห่งนี้ราคาไม้แพงเหมือนกับตลาดแกรนด์ บาร์ซาร์ ท่านสามารถเลือกซื้อได้โดยอาจจะมีต่อรองราคาได้บ้างพอสมควร(เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาอันมีค่าของท่าน บริษัทให้ท่านได้อิสระเลือกท่านอาหารได้ตามอัธยาศัยนะครับ)
 
16.00 น. ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเตรียมตัวเดินสู่ เมืองอัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน
 
20.50 น. ออกเดินทางสู่ เมืองอัลมาตี้ Almaty ประเทศคาซัคสถาน โดย Air Astana เที่ยวบินที่ KC912
 
วันที่สิบ  เมืองอัลมาตี้-กรุงเทพมหานคร
 
06.05 น. เดินทางถึงสนามบิน อัลมาตี้ล Almaty  ประเทศ คาซัคสถาน Kazakhstan หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก ในกรุงอัลมาตี้  
 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
 
จากนั้นให้ท่านได้อิสระพักผ่อน หรือบางท่านเลือกที่จะนอนหลับซักนิด เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่กับแหล่งท่องเที่ยวของประเทศคาซัคสถาน ได้เวลาพอสมควรนำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ นำท่านขึ้น Cable Car สู่ สถานที่ตากอากาศที่สวยงาม ซิมบุลลักซ์ ซึ่งมีความสูงกว่า 2,200 เมตร เป็นเนินเขาที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม และมีชื่อเสียงที่สุดในอัลมาตี้ เนินเขาแห่งนี้ท่านสามารถที่จะมองเห็นเทือกเขาเทียนซานที่ล้อมรอบไปด้วยสีสันของต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ที่ต่างสลับสีสันดูงานสวยงามสลับสีกันทั้งสีเหลือง ส้ม และเขียว ระหว่างที่ท่านนั่งกระเช้าด้านล่างท่านสามารถมองเห็นที่ตั้งของลานสเกตน้ำแข็งมีดิโอ ซึ่งนับว่าเป็นลานสเกตที่ได้มาตรฐานและมีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเมืองอัลมาตี้ ซึงในช่วงฤดูหนาวผู้คนที่ชื่นชอบการเล่นสเกตจะพากันมาเล่นสเกตที่ลานสเกตน้ำแข็งมีดิโอกันเป็นจำนวนมาก และ ในปี ค.ศ. 2011 ได้รับเกียรติให้เป็นเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬา Asian Winter Game ที่ลานสเกตน้ำแข็งมีดิโอแห่งนี้
หมายเหตุ ในกรณีที่กระแสลมแรง ไม่สามารถขึ้นกระเช้าได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงโปรแกรมท่องเที่ยว เป็นการชม การแสดงเหยี่ยวแทน  
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
 
นำท่านเที่ยวชม จัตุรัสสาธารณะ ซึ่งท่านจะได้ชม อนุสาวรีย์อิสรภาพ Monument of Independence รวมทั้งท่านจะได้เห็นเทือกเขาเทียนชานอย่างเด่นชัดอีกด้วย จากนั้นเที่ยวชม สวนสาธารณะ แพนฟิลอฟ Panfilovetzev Park สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงวีรบุรุษชาวคาซัคที่ช่วยโซเวียต รบกับนาซีในสงครามโลกครั้งที่สอง ภายในสวนมีการปลูกต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ดูสวยงามและถือว่าเป็นปอดแห่งเมืองอัลมาตี้ นำท่านชม โบสถ์คริสต์เซนคอฟ Zenkov Cathedral สร้างโดยไม้โดยไม่ใช้ตะปูในการยึดติดหรือต่อแม้เพียงสักตัวเดียว ภายในโบสถ์มีการตกแต่งฝาผนังและเพดานสวยงามน่าทึ่งเป็นอย่างมาก ในอดีตที่ดินบริเวณนี้ได้เกิดเหตุการแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดทำให้สิ่งก่อสร้างทุกแห่งพังทลายเสียหายจนหมดสิ้น ยกเว้น โบสถ์คริสต์ เซนคอฟ เพียงแห่งเดียวที่ยังคงสภาพเดิมโดยไม่เกิดการเสียหายแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่สร้างโดยไม่ได้ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว จึงเป็นสถานที่ที่ชาวคาซัคสถานให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากจวบจนปัจจุบัน จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ Central Historical Museum ซึ่งจัดแสดงภาพและประวัติศาสตร์ของคาซัคสถาน การพัฒนาของชนชาติคาซัค โดยการจัดแสดงประวัติ โบราณวัตถุสำคัญทั้งของแท้และแบบจำลอง สมบัติชิ้นที่สำคัญที่สุดคือ ชุดนักรบทองคำ ซึ่งทำจากแผ่นทองคำแท้ 4,000 ชิ้น เย็บเป็นชุดนักรบโบราณ ตั้งแต่หมวกทรงสูง เสื้อเกราะ และสนับแข้ง ชุดดังกล่าวขุดค้นได้ที่เมืองโบราณ นอกเมืองอัลมาตี้ ออกไปประมาณ 30 กิโลเมตร จากนั้นมีเวลาให้ท่านได้แวะแหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตของเมืองอัลมาตี้ที่ ตลาดกรีน มาร์เก็ต Green Market ณ ตลาดแห่งนี้ ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึก ถั่วต่าง ๆ เป็นของฝากได้เป็นอย่างดี หรือบางท่านต้องการที่จะลองลิ้มรสนมอูฐ ที่ตลาดแห่งนี้ก็มีให้ท่านได้ทดลองเช่นเดียวกัน จากนั้นช้อปปิ้งต่อที่ร้านขายของฝาก ของที่ระลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช็อคโกแลต ซึ่งเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมหาซื้อเป็นของฝาก อิสระช้อปปิ้งได้ตามอัธยาศัย 
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
 
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบิน เมืองอัลมาตี้
 
วันที่สิบเอ็ด     เมืองอัลมาตี้-กรุงเทพมหานคร
 
01.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน  แอร์ แอสตาน่า เที่ยวบินที่ KC 931
 
08.55 น. เดินทางถึง กรุงเทพมหานคร  โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
 

ทัวร์คาซัคสถาน ตุรกี วินเทอร์ สกี 11 วัน

อัตราค่าบริการท่านละ

วันเดินทาง 25ธ.ค.58-04ม.ค.59 / 26ธ.ค.25-05ม.ค.59 / 27ธ.ค.58-06ม.ค.59/30ธ.ค.58-09ม.ค.59 / 31ธ.ค.58-10ม.ค.59

ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ หรือ เด็ก 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน

ราคาท่านละ 59,900.- บาท

เด็ก ต่ำกว่า 12 ปี (เสริมเตียง-พักกับผู้ใหญ่อีก 2 ท่าน)

ราคาท่านละ 58,900.- บาท

เด็ก ต่ำกว่า 12 ปี (ไม่เสริมเตียง-พักกับผู้ใหญ่อีก 2 ท่าน)

ราคาท่านละ 57,900.- บาท

ในกรณีต้องการพักห้องเดี่ยว

ราคาท่านละ 9,000.- บาท

**ราคาอาจมีการปรับขึ้น – ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่

สายการบินประกาศปรับ และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น (คิด ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 58) **

 

ข้อแนะนำบางประการและต้องแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบก่อนการเดินทาง

สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่านั้น กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน บริษัทฯ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวเปิดห้องพัก เป็น 2 ห้อง จะสะดวกกับนักท่องเที่ยวมากกว่า

กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้ว นักท่องเที่ยวไม่สามารถขอคืนเงินได้ และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้

กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด สำหรับชั้นท่องเที่ยว ท่านละ 1 ใบ (น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม)

กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง Hand Carry (น้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม)

 

อัตราค่าบริการนี้รวมถึง

ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นนักท่องเที่ยว สายการบิน แอร์ แอสตาน่า (น้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ไม่เกิน 20 กิโลกรัม/ท่าน)

ค่าภาษีสนามบิน, ค่าภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ, ค่าภาษีประเทศตุรกีและประเทศคาซัคสถาน

ค่าวีซ่า ประเทศคาซัคสถาน (เอกสารที่ใช้ รูปถ่าย 2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว 2 รูป, พาสปอร์ตตัวจริง)

ค่าประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000.- บาท (ไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุเกิน 85 ปี)

ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่), ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุในโปรแกรม, น้ำดื่มบริการบนรถ วันละ 2 ขวด

ค่าพาหนะ หรือ รถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่งตามโปรแกรมระบุ

เจ้าหน้าที่ไกด์คนไทย อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

 

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวมถึง

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์, ค่าแฟกซ์, เครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุ

ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น (3.00USD / ท่าน / วัน), คนขับรถ (2.00USD / ท่าน / วัน) (คิดเป็น 9 วัน รวมเท่ากับ 45 USD)

ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ท่านละ 3.00 USD /ท่าน / วัน (คิดเป็น 11 วัน รวมเท่ากับ 33 USD)

ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

 

เงื่อนไขการจองทัวร์ตุรกี คาซัคสถาน วินเทอร์ สกี 11 วัน

งวดที่1: สำรองที่นั่งมัดจำท่านละ 10,000.- บาท ภายใน 3 วันหลังจากทำการจอง

งวดที่2: ชำระส่วนที่เหลือทั้งหมด ภายใน 30 วันล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง

ทัวร์คาซัคสถาน ตุรกี วินเทอร์ สกี 11 วัน

กรณียกเลิกทัวร์คาซัคสถาน ตุรกี วินเทอร์ สกี 11 วัน

ยกเลิกก่อนการเดินทาง 31 วัน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย (สงกรานต์-ปีใหม่ 45 วัน)

ยกเลิกก่อนการเดินทาง 16-30 วัน หักค่ามัดจำ 10,000+ค่าวีซ่า (ถ้ามี) (สงกรานต์-ปีใหม่ 26-44 วัน)

ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-15 วัน หักค่ามัดจำ 10,000+ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี) (สงกรานต์-ปีใหม่ 20-25วัน)

ยกเลิกก่อนการเดินทาง 4-9 วัน หักค่าใช้จ่าย 50-75% ของค่าทัวร์ (สงกรานต์-ปีใหม่ 4-19วัน)

ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-3 วัน หักค่าใช้จ่าย 100%

 

หมายเหตุ

1.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทางต่ำกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง

2. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจลาจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด

3. เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฏิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทาง

4. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฏิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง
5. ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู

ตั๋วเครื่องบิน

1. ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับหากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนดซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทางถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วผู้เดินทางต้องรอRefund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น(ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)

2. ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศเช่นเชียงใหม่ภูเก็ตหาดใหญ่ฯลฯโปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆยืนยันการเดินทางแน่นอนหากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงานแล้วทัวร์นั้นยกเลิกบริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้

3. เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้วหมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น

 

โรงแรมและห้อง

1. ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่(Twin/Double) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง(Triple Room) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรมซึ่งมักมีความแตกต่างกันซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการหรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้

2. โรงแรมหลายแห่งในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น

3. ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

 

กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน

1. กรุณางดนำของมีคมทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบินเช่นมีดพับกรรไกรตัดเล็บทุกขนาดตะไบเล็บเป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด

2. วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลวอาทิครีมโลชั่นน้ำหอมยาสีฟันเจลสเปรย์และเหล้าเป็นต้นจะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งโดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้นในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

3. หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบินจะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุวันเดินทางเที่ยวบินจึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

 

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ

1. สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบินคือ 20-30กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด

2. สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีความกว้าง( 9.75นิ้ว ) + ยาว( 21.5นิ้ว ) + สูง ( 18 นิ้ว )

3. ในบางรายการทัวร์ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศน้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตราฐานได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบินบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน

4. กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไปไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)

 

การชดเชยค่ากระเป๋าในกรณีเกิดการสูญหาย

1. ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่

2. กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ไม่ใช่ระหว่างบิน) ซึ่งอยู่ในความความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายระเอียดข้างต้นเท่านั้น

3. กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

 

ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวชาวไทย สามารถเข้าประเทศตุรกีได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถพำนักอยู่ในประเทศตุรกีได้สูงสุด 30 วัน

ข้อมูลสำคัญจะถูกส่งไปยังอีเมล์ที่ระบุในแบบฟอร์ม โปรดระบุอีเมล์ที่ใช้งานจริงของคุณ
Booking
  • ระบุวันเดินทาง :
  • ชื่อผู้จอง :
    *
  • อีเมล์
    *
  • เบอร์โทรศัพท์ :
    *
  • รายชื่อผู้โดยสาร :
    ลำดับ ชื่อ-สกุล (ภาษาไทย) ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ) ผู้ใหญ่/เด็ก
    1.
    เพิ่มรายชื่อผู้โดยสาร
  • ความต้องการพิเศษ :
  • รหัสยืนยัน :

การขอวีซ่่า

เอกสารยื่นวีซ่า ทัวร์คาซัคสถาน ตุรกี วินเทอร์ สกี 11 วัน

ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวชาวไทย สามารถเข้าประเทศตุรกีได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถพำนักอยู่ในประเทศตุรกีได้สูงสุด 30 วัน

 

กรุณาส่งหนังสือเดินทางมาที่

คุณ ชนัญชิดา ประชุมพล

บริษัท ธารา อารยะ แทรเวล จำกัด

32/537 หมู่บ้านไพรเวทวิลล่า ซอยนวมินทร์ 135 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230